พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ
มูลเหตุวัจจกุฎีวัตร เล่ม ๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๓๔–๔๓๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๕ ในวัตตขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ มูลเหตุวัจจกุฎีวัตร (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๗ หน้า ๒๖๙–๒๗๒
พึงห้ามกันอาสนะภิกษุใหม่ ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงทำบริกรรมแก่พระเถระใน เรือนไฟ
เมื่อออกจากเรือนไฟ พึงถือตั่งสำหรับเรือนไฟแล้วปิดทั้งข้างหน้า ทั้งข้างหลังออกจากเรือนไฟ ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงทำบริกรรมแก่พระเถระ แม้ในนํ้า
ไม่พึงอาบนํ้าข้างหน้าพระเถระ แม้เหนือนํ้าก็ไม่พึงอาบ อาบแล้ว เมื่อจะขึ้น พึงให้ทางแก่พระเถระผู้จะลง ภิกษุใดออกจากเรือนไฟภายหลัง ถ้าเรือนไฟเปรอะเปื้อน พึงล้างให้สะอาด พึงล้างรางแช่ดิน เก็บตั่ง สำหรับเรือนไฟ ดับไฟ ปิดประตูแล้วจึงหลีกไปดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นวัตรในเรือนไฟของภิกษุทั้งหลาย ซึ่ง ภิกษุทั้งหลายพึงประพฤติให้เรียบร้อยในเรือนไฟ”
๑๐. วัจจกุฏิวัตตกถา
ว่าด้วยเรื่องวัตรในการใช้วัจกุฎี
{๔๓๔} [๓๗๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีชาติกำเนิดเป็นพราหมณ์ ถ่ายอุจจาระแล้วไม่ปรารถนาจะชำระล้างด้วยรังเกียจว่า “ใครจักจับต้อง ของเลวมีกลิ่นเหม็นนี้ได้” ในวัจมรรคของเธอจึงมีหนอนอยู่ เธอได้แจัง เรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายให้ทราบภิกษุทั้งหลายถามว่า “ก็คุณถ่ายอุจจาระแล้วไม่ชำระล้างหรืออาวุโส”
ภิกษุนั้นรับว่า “อย่างนั้น ขอรับ”
- ๑ทำบริกรรมแก่พระเถระในเรือนไฟ ในที่นี้หมายถึงการถวายขี้เถ้า ดินเหนียว และนํ้าร้อน เป็นต้นแก่พระเถระ (วิ.สงฺคห. ๑๘๓/๒๕๘)
บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุถ่ายอุจจาระแล้วจึงได้ไม่ล้างเล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้ มีพระภาคเจ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมา ว่าเธอถ่ายอุจจาระแล้วไม่ชำระล้าง จริงหรือ”
ภิกษุนั้นกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิ ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุถ่ายอุจจาระแล้ว เมื่อมีนํ้าอยู่ จะไม่ชำระ ล้างไม่ได้ รูปใดไม่ชำระล้าง ต้องอาบัติทุกกฏ”
พระพุทธบัญญัติห้ามถ่ายอุจจาระตามลำดับพรรษา
{๔๓๕} สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายถ่ายอุจจาระในวัจกุฎีตามลำดับพรรษา พวก ภิกษุนวกะมาถึงก่อน ถึงปวดอุจจาระก็ต้องรอ พวกเธอกลั้นอุจจาระจน สลบล้มลง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมา ว่าภิกษุทั้งหลายถ่ายอุจจาระในวัจกุฎีตามลำดับพรรษา พวกภิกษุนวกะมาถึง ก่อน ถึงปวดอุจจาระก็ต้องรอ พวกเธอกลั้นอุจจาระจนสลบล้มลง จริงหรือ”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า,,
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิ ... รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงถ่ายอุจจาระในวัจกุฎีตามลำดับ พรรษา รูปใดถ่าย ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถ่ายอุจจาระตามลำดับของผู้มาถึง”
{๔๓๖} สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ผลุนผลันเข้าไปยังวัจกุฎีบ้าง เวิกผ้าเข้า ไปบ้าง ถอนหายใจแรงพลางถ่ายอุจจาระบ้าง เคี้ยวไม้ชำระฟันพลางถ่าย
อุจจาระบ้าง ถ่ายอุจจาระนอกรางอุจจาระบ้าง ถ่ายปัสสาวะนอกราง ปัสสาวะบ้าง บ้วนเขฬะลงในรางปัสสาวะบ้าง เช็ดด้วยไม้หยาบบ้าง ทิ้ง ไม้เช็ดลงในช่องถ่ายอุจจาระบ้าง ผลุนผลันออกมาบ้าง เวิกผ้าออกมาบ้าง ชำระล้างมีเสียงดังจปุจปุบ้าง เหลือนํ้าไว้ในกระบอกชำระบ้าง บรรดา ภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุ ฉัพพัคคีย์จึงได้ผลุนผลันเข้าไปยังวัจกุฎีบ้าง เวิกผ้าเข้าไปบ้าง ถอนหายใจ แรงพลาง ถ่ายอุจจาระบ้าง เคี้ยวไม้ชำระฟันพลางถ่ายอุจจาระบ้าง ถ่าย อุจจาระนอกรางอุจจาระบ้าง ถ่ายปัสสาวะนอกรางปัสสาวะบ้าง บ้วน เขฬะลงในรางปัสสาวะบ้าง เช็ดด้วยไม้หยาบบ้าง ทิ้งไม้เช็ดลงในช่องถ่าย อุจจาระบ้าง ผลุนผลันออกมาบ้าง เวิกผ้าออกมาบ้าง ชำระล้างมีเสียง ดังจปุจปุบ้าง เหลือนํ้าไว้ในกระบอกชำระบ้างเล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า ‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมา ว่า ... จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตำหนิ ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตนั้นแล เราจักบัญญติวัจกุฎีวัตรแก่ ภิกษุทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุทั้งหลายพึงประพฤติให้เรียบร้อยในวัจกุฎี
ธรรมเนียมปฏิบัติในการใช้วัจกุฎี
{๔๓๗} [๓๗๔] อันภิกษุผู้ไปวัจกุฎีพึงยืนอยู่ข้างนอกกระแอมขึ้น แม้ภิกษุผู้นั่ง อยู่ข้างในก็พึงกระแอมรับ พึงพาดจีวรไว้บนราวจีวรหรือบนสายระเดียง แล้วเข้าวัจกุฎีให้เรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน ไม่พึงผลุนผลันเข้าไป ไม่พึงเวิก ผ้าเข้าไป ยืนบนเขียงถ่ายอุจจาระแล้วจึงค่อยเวิกผ้า ไม่พึงถอนหายใจแรง
พลางถ่ายอุจจาระ ไม่พึงเคี้ยวไม้ชำระฟันพลางถ่ายอุจจาระ ไม่พึงถ่าย อุจจาระนอกรางอุจจาระ ไม่พึงถ่ายปัสสาวะนอกรางปัสสาวะ ไม่พึงบ้วน เขฬะลงในรางปัสสาวะ ไม่พึงเช็ดด้วยไม้หยาบ ไม่พึงทิ้งไม้เช็ดลงในช่อง ถ่ายอุจจาระ ยืนบนเขียงถ่ายแล้วพึงปิดผ้าไม่พึงผลุนผลันออกมา ไม่พึงเวิกผ้าออกมา ยืนบนเขียงชำระแล้วพึง เวิกผ้า ไม่พึงชำระล้างให้มีเสียงดังจปุจปุ ไม่พึงเหลือนํ้าไว้ในกระบอกชำระ ยืนบนเขียงชำระแล้วพึงปิดผ้า
ถ้าวัจกุฎีที่ถ่ายไว้เลอะเทอะ ต้องล้างเสีย ถ้าตะกร้าใส่ไม้ชำระเต็ม พึง เทไม้ชำระ ถ้าวัจกุฎีรก พึงกวาดวัจกุฎี ถ้าชานภายนอก บริเวณ ซุ้มประตูรก พึงกวาดเสีย ถ้านํ้าในหม้อชำระไม่มี พึงตักนํ้ามาไว้ในหม้อชำระดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นวัจกุฎีวัตรของภิกษุทั้งหลาย ซึ่งภิกษุ ทั้งหลายพึงประพฤติให้เรียบร้อยในวัจกุฎี”
ว่าด้วยเรื่องอุปัชฌายวัตร
{๔๓๘} [๓๗๕] ก็โดยสมัยนั้นแล สัทธิวิหาริกทั้งหลายไม่ประพฤติโดยชอบ ในพระอุปัชฌาย์ บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนสัทธิวิหาริกทั้งหลายจึงได้ไม่ประพฤติโดยชอบในพระ อุปัชฌาย์เล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบ มาว่าสัทธิวิหาริกทั้งหลายไม่ประพฤติโดยชอบในอุปัชฌาย์ จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
- ๑พึงดูเทียบ อุปัชฌายวัตตกถา ในมหาขันธกะ วิ.มหา. (แปล) ๔/๖๔-๖๖/๙๕-๑๐๔
จบ มูลเหตุวัจจกุฎีวัตร