พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ภิกขุนีขันธกะ
ข้อ ๕๕๓–๕๕๘ เล่ม ๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ลำดับ ๘/๒๐ ในภิกขุนีขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เรื่องภิกษุณีรัดสีข้าง
พระวินัยปิฎก จุลวรรค ภิกขุนีขันธกะ ข้อ ๕๕๓–๕๕๘ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๗ หน้า ๒๔๘–๒๕๐ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๗ หน้า ๓๓๗–๓๓๙
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ทีฆานิ กายพนฺธนานิ ธาเรนฺติ, เตเหว ผาสุเก(๑) นเมนฺติ.(๒) มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ.(๓) ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ทีฆํ กายพนฺธนํ ธาเรตพฺพํ, ยา ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา เอกปริยากตํ(๔) กายพนฺธนํ, น จ เตน ผาสุกา นาเมตพฺพา, ยา น เมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย วิลิเวน ปฏฺเฏน ผาสุเก นเมนฺติ, จมฺมปฏฺเฏน ผาสุเก นเมนฺติ, ทุสฺสปฏฺเฏน ผาสุเก นเมนฺติ, ทุสฺสเวณิยา ผาสุเก นเมนฺติ, ทุสฺสวฏฺฏิยา ผาสุเก นเมนฺติ, โจฬปฏฺเฏน ผาสุเก นเมนฺติ, โจฬเวณิยา ผาสุเก นเมนฺติ, โจฬวฏฺฏิยา ผาสุเก นเมนฺติ, สุตฺตเวณิยา ผาสุเก นเมนฺติ, สุตฺตวฏฺฏิยา ผาสุเก นเมนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ
เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุ.ํ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา วิลิเวน ปฏฺเฏน ผาสุกา นเมตพฺพา, น จมฺมปฏฺเฏน ผาสุกา นเมตพฺพา, น ทุสฺสปฏฺเฏน ผาสุกา นเมตพฺพา, น ทุสฺสเวณิยา ผาสุกา นเมตพฺพา, น ทุสฺสวฏฺฏิยา ผาสุกา นเมตพฺพา, น โจฬปฏฺเฏน ผาสุกา นเมตพฺพา, น สุตฺตเวณิยา ผาสุกา นเมตพฺพา, น สุตฺตวฏฺฏิยา ผาสุกา นเมตพฺพา. ยา นเมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย อฏฺฐิลฺเลน ชฆนํ ฆํสาเปนฺติ, โคหนุเกน ชฆนํ โกฏฺฏาเปนฺติ, หตฺถํ โกฏฺฏาเปนฺติ, หตฺถโกจฺฉํ โกฏฺฏาเปนฺติ, ปาทํ โกฏฺฏาเปนฺติ, ปาทโกจฺฉํ โกฏฺฏาเปนฺติ, อูรุํ โกฏฺฏาเปนฺติ, มุขํ โกฏฺฏาเปนฺติ, ทนฺตมํสํ โกฏฺฏาเปนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ
เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา อฏฺฐิลฺเลน ชฆนํ ฆํสาเปตพฺพํ, น โคหนุเกน ชฆนํ โกฏฺฏาเปตพฺพํ, น หตฺโถ โกฏฺฏาเปตพฺโพ, น หตฺถโกจฺโฉ โกฏฺฏาเปตพฺโพ, น ปาโท โกฏฺฏาเปตพฺโพ, น ปาทโกจฺโฉ โกฏฺฏาเปตพฺโพ, น อูรํ โกฏฺฏาเปตพฺพา, น มุขํ โกฏฺฏาเปตพฺพํ, น ทนฺตมํสํ โกฏฺฏาเปตพฺพํ, ยา โกฏฺฏาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
- ๑ฉ.ม.อิ. ผาสุกา
- ๒ฉ.ม. นาเมนฺติ
- ๓ฉ.ม. คิหินี กามโภคินิโย
- ๔ฉ.ม.อิ. เอกปริยากตํ
สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายใช้ประคดเอวผืนยาว ภิกษุณีเหล่านั้นใช้ผ้านั้น รัดสีข้าง คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้ บริโภคกาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้ประคดเอวผืนยาว รูป ใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตประคดเอวที่รัดได้รอบเดียวแก่ ภิกษุณี ภิกษุณีไม่พึงใช้ประคดเอวนั้นรัดสีข้าง รูปใดรัด ต้องอาบัติทุกกฏ”
สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายใช้แผ่นไม้สานรัดสีข้าง ใช้แผ่นหนังรัดสีข้าง ใช้แผ่นผ้า ขาวรัดสีข้าง ใช้ช้องผ้ารัดสีข้าง ใช้เกลียวผ้ารัดสีข้าง ใช้ผ้าผืนเล็กรัดสีข้าง ใช้ช้อง ผ้าผืนเล็กรัดสีข้าง ใช้เกลียวผ้าผืนเล็กรัดสีข้าง ใช้ช้องถักด้วยด้ายรัดสีข้าง ใช้เกลียว ด้ายรัดสีข้างคนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้บริโภค กาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้แผ่นไม้สานรัดสีข้าง ... ไม่พึงใช้แผ่นหนังรัดสีข้าง ... ไม่พึงใช้แผ่นผ้าขาวรัดสีข้าง ... ไม่พึงใช้ช้องผ้ารัดสีข้าง ... ไม่พึงใช้เกลียวผ้ารัดสีข้าง .... ไม่พึงใช้ผ้าผืนเล็กรัดสีข้าง ... ไม่พึงใช้ช้องผ้าผืนเล็กรัด สีข้าง ... ไม่พึงใช้เกลียวผ้าผืนเล็กรัดสีข้าง ... ไม่พึงใช้ช้องถักด้วยด้ายรัดสีข้าง ... ไม่พึง ใช้เกลียวด้ายรัดสีข้าง รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ”
เรื่องภิกษุณีนวดกาย
สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายใช้กระดูกแข้งโคขัดสีตะโพก ใช้ไม้มีสัณฐานดุจคางโค นวดตะโพก นวดมือ นวดหลังมือ นวดเท้า นวดหลังเท้า นวดขาอ่อน นวดหน้า นวดริมฝีปาก คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้กระดูกแข้งโคสีตะโพก ... ไม่พึงใช้ไม้มีสัณฐานดุจคางโคนวดตะโพก ... ไม่พึงนวดมือ ... ไม่พึงนวดหลังมือ ... ไม่พึงนวดเท้า ... ไม่พึงนวดหลังเท้า ... ไม่พึงนวดขาอ่อน ... ไม่พึงนวดหน้า ... ไม่ พึงนวดริมฝีปาก รูปใดนวด ต้องอาบัติทุกกฏ”
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย มุขํ อาลิมฺปนฺติ, มุขํ อุมฺมทฺเทนฺติ, มุขํ จุณฺเณนฺติ, มโนสิลิกาย มุขํ ลญฺเจนฺติ, องฺคราคํ กโรนฺติ, มุขราคํ กโรนฺติ, องฺคราคมุขราคํ กโรนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา มุขํ อาลิมฺปิตพฺพํ, น มุขํ อุมฺมทฺทิตพฺพํ, น มุขํ จุณฺเณตพฺพํ, น มโนสิลิกาย มุขํ ลญฺเจตพฺพํ, น องฺคราโค กาตพฺโพ, น มุขราโค กาตพฺโพ, น องฺคราคมุขราโค กาตพฺโพ, ยา กเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อวงฺคํ(๑) กโรนฺติ, วิเสสกํ กโรนฺติ, โอโลกนเกน โอโลเกนฺติ, สาโลเก ติฏฺฐนฺติ, สนจฺจํ(๒) การาเปนฺติ, เวสึ วุฏฺฐาเปนฺติ, ปานาคารํ ฐเปนฺติ, สูนํ ฐเปนฺติ, อาปณํ ปสาเรนฺติ, วฑฺฒึ ปโยเชนฺติ, วณิชฺชํ ปโยเชนฺติ, ทาสํ อุปฏฺฐาเปนฺติ, ทาสึ อุปฏฺฐาเปนฺติ, กมฺมกรํ(๓) อุปฏฺฐาเปนฺติ, กมฺมกรึ(๔) อุปฏฺฐาเปนฺติ, ติรจฺฉานคตํ อุปฏฺฐาเปนฺติ, หรีตกปตฺติกํ(๕) ปกิณนฺติ, นมตกํ ธาเรนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อวงฺคํ กาตพฺพํ.. น วิเสสกํ กาตพฺพํ.. น โอโลกนเกน โอโลเกตพฺพํ.. น สาโลเก ฐาตพฺพํ..(๖) น สนจฺจ การาเปตพฺพํ.. น เวสี วุฏฺฐาเปตพฺพา.. น ปานาคารํ ฐเปตพฺพํ.. น สูนํ ฐเปตพฺพํ(๗) น อาปโณ ปสาเรตพฺโพ. น วฑฺฒิ ปโยเชตพฺพา.. น วณิชฺชา ปโยเชตพฺพา.. น ทาโส อุปฏฺฐาเปตพฺโพ.. น ทาสี อุปฏฺฐาเปตพฺพา.. น กมฺมกโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ.. น กมฺมกรี อุปฏฺฐาเปตพฺพา.. น ติรจฺฉานคโต อุปฏฺฐาเปตพฺโพ.. น หรีตกปตฺติกํ ปกิณิตพฺพํ.. น นมตกํ ธาเรตพฺพํ, ยา ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
- ๑อปางฺคํ ?
- ๒ฉ.ม. นจฺจํ ก. สมชฺชํ
- ๓ฉ.ม. กมฺมการํ
- ๔ฉ.ม. กมฺมการึ
- ๕ฉ.ม. หรีตกปกฺกิกํ ก. หรีตกปณฺณิกํ
- ๖ฉ.ม. ติฏฺฐาตพฺพํ
- ๗ฉ.ม.อิ. สูนา ฐเปตพฺพา
เรื่องภิกษุณีทาหน้า
สมัยนั้น พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ทาหน้า ... ถูหน้า ... ผัดหน้า ... เจิมหน้า ด้วยมโนศิลา ... ย้อมตัว ... ย้อมหน้า ... ย้อมทั้งตัวและหน้า
คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้ บริโภคกาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงทาหน้า ... ไม่พึงถูหน้า ... ไม่พึงผัดหน้า ... ไม่เจิมหน้าด้วยมโนศิลา ... ไม่พึงย้อมตัว ... ไม่พึงย้อมหน้า ... ไม่พึงย้อมทั้งตัวและหน้า รูปใดทำ ต้องอาบัติทุกกฏ”
สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายแต้มหน้า ... ทาแก้ม .... เล่นหูเล่นตา ... ยืนแอบที่ ประตู .... ให้ผู้อื่นฟ้อนรำ ... ตั้งสำนักหญิงแพศยา ... ตั้งร้านขายสุรา ... ตั้งร้านขายเนื้อ ออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ... ประกอบการค้ากำไร ... ประกอบการค้าขาย ... ใช้ทาส ให้ปรนนิบัติ ... ใช้ทาสีให้ปรนนิบัติ ... ใช้กรรมกรชายให้ปรนนิบัติ... ใช้กรรมกรหญิง ให้ปรนนิบัติ... ใช้สัตว์ดิรัจฉานให้ปรนนิบัติ... ขายของสดและของสุก ... ใช้สันถัต ขนเจียมหล่อ
คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้ บริโภคกาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีทั้งหลายไม่พึงแต้มหน้า ... ไม่ พึงทาแก้ม ... ไม่พึงเล่นหูเล่นตา ... ไม่พึงยืนแอบที่ประตู ... ไม่พึงให้ผู้อื่นฟ้อนรำ ... ไม่พึงตั้งสำนักหญิงแพศยา ... ไม่พึงตั้งร้านขายสุรา ... ไม่พึงตั้งร้านขายเนื้อ ... ไม่พึง ออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ... ไม่พึงประกอบการค้ากำไร ... ไม่พึงประกอบการค้าขาย ... ไม่พึงใช้ทาสให้ปรนนิบัติ ... ไม่พึงใช้ทาสีให้ปรนนิบัติ ... ไม่พึงใช้กรรมกรชายให้ ปรนนิบัติ ... ไม่พึงใช้กรรมกรหญิงให้ปรนนิบัติ ... ไม่พึงใช้สัตว์ดิรัจฉานให้ปรนนิบัติ ... ไม่พึงขายของสดและของสุก ... ไม่พึงใช้สันถัตขนเจียมหล่อ รูปใดใช้ ต้องอาบัติ ทุกกฏ”
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย สพฺพนีลกานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, สพฺพปีตกานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, สพฺพโลหิตกานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, สพฺพมญฺเชฏฺฐกานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, สพฺพกณฺหานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, สพฺพมหารงฺครตฺตานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, สพฺพมหานามรตฺตานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, อจฺฉินฺนทสานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, ทีฆทสานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, ปุปฺผทสานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, ผลทสานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ, กญฺจุกํ ธาเรนฺติ, ติรีฏํ(๑) ธาเรนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ
เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา สพฺพนีลกานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ, น สพฺพปีตกานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น สพฺพโลหิตกานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น สพฺพมญฺเชฏฺฐกานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น สพฺพกณฺหานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น สพฺพมหารงฺครตฺตานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น สพฺพมหานามรตฺตานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น อจฺฉินฺนทสานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น ทีฆทสานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น ปุปฺผทสานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น ผลทสานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ.. น กญฺจุกํ ธาเรตพฺพานิ.. น ติรีฏกํ ธาเรตพฺพํ, ยา ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
- ๑ฉ.ม. ติรีฏกํ
เรื่องภิกษุณีใช้จีวรสีเขียวล้วน
สมัยนั้น พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ห่มจีวรสีเขียวล้วน ... ห่มจีวรสีเหลือง ล้วน ... ห่มจีวรสีแดงล้วน ... ห่มจีวรสีบานเย็นล้วน ... ห่มจีวรสีดำล้วน ... ห่มจีวร สีแสด ... ห่มจีวรสีชมพู ... ห่มจีวรไม่ตัดชาย ... ห่มจีวรมีชายยาว ... ห่มจีวรมีชาย เป็นลายดอกไม้ ...ห่มจีวรมีชายเป็นแผ่น ... สวมเสื้อ ... สวมหมวก
คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้ บริโภคกาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงห่มจีวรสีเขียวล้วน ... ไม่ พึงห่มจีวรสีเหลืองล้วน ... ไม่พึงห่มจีวรสีแดงล้วน ... ไม่พึงจีวรสีบานเย็นล้วน ... ไม่พึงห่มจีวรสีดำล้วน ... ไม่พึงห่มจีวรสีแสดล้วน ... ไม่พึงห่มจีวรสีชมพูล้วน ... ไม่พึงห่มจีวรไม่ตัดชาย ... ไม่พึงห่มจีวรมีชายยาว ... ไม่พึงห่มจีวรมีชายเป็นลาย ดอกไม้ ... ไม่พึงห่มจีวรมีชายเป็นแผ่น ... ไม่พึงสวมเสื้อ ... ไม่พึงสวมหมวก รูปใดสวม ต้องอาบัติทุกกฏ”
จบ ข้อ ๕๕๓–๕๕๘