พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ขุททกวัตถุขันธกะ
เรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์ เล่ม ๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙–๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๒๗ ในขุททกวัตถุขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์
พระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกวัตถุขันธกะ เรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)
เตน โข ปน สมเยน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส มหคฺฆสฺส จนฺทนสารสฺส จนฺทนคณฺฐี อุปฺปนฺนา โหติ ฯ อถโข ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส เอตทโหสิ ยนฺนูนาหํ อิมาย จนฺทนคณฺฐิยา ปตฺตํ ลิขาเปยฺยํ ๑ ลิขญฺจ ๒ เม ปริโภคํ ภวิสฺสติ ปตฺตญฺจ ทานํ ทสฺสามีติ ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี ตาย จนฺทนคณฺฐิยา ปตฺตํ ลิขาเปตฺวา สิกฺกายํ อุฑฺฑิตฺวา เวฬุคฺเค ๓ อาลคฺเคตฺวา เวฬุปรมฺปราย วาหิตฺวา ๔ เอวมาห โย สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อรหา เจว อิทฺธิมา จ ทินฺนํเยว ปตฺตํ โอหรตูติ ฯ
๑ ม. ยุ. ทฺวิปาทเกหิ ฯ ๒ ม. สิริสปานิ ฯ ๓ ม. ยุ. อุณฺณนาภิ ฯ
๔ ม. กตํ เม ปริตฺตํ ฯ ๕ ยุ. อนุชานามิ ภิกฺขเว โลหิตํ โมเจตุํ ฯ
๖ ยุ. เฉตพฺพมฺหิ ฯ ๗ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๘ ม. ยุ. เฉตพฺพํ ฯ
สมัยต่อมา ปุ่มไม้แก่จันทน์มีราคามาก ได้บังเกิดแก่เศรษฐี ชาวเมืองราชคฤห์
จึงราชคหเศรษฐีได้คิดว่า ถ้ากระไรเราจะให้กลึงบาตรด้วยปุ่มไม้ แก่จันทน์นี้ ส่วนที่กลึงเหลือเราจักเก็บไว้ใช้ และเราจักให้บาตรเป็นทาน หลัง จากนั้น ท่านราชคหเศรษฐีให้กลึงบาตรด้วยปุ่มไม้แก่นจันทน์นั้น แล้วใส่สาแหลก แขวนไว้ที่ปลายไม้ไผ่ผูกต่อๆ กันขึ้นไป แล้วกล่าวอย่างนี้ว่าสมณะหรือพราหมณ์ ผู้ใด เป็นพระอรหันต์และมีฤทธิ์ จงปลดบาตรที่เราให้แล้วไปเถิด ฯ
อถโข ปูรโณ กสฺสโป เยน ราชคหโก เสฏฺฐี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ราชคหกํ เสฏฺฐึ เอตทโวจ อหํ หิ คหปติ อรหา เจว อิทฺธิมา จ เทหิ เม ปตฺตนฺติ ฯ สเจ ภนฺเต อายสฺมา อรหา เจว อิทฺธิมา จ ทินฺนํเยว ปตฺตํ โอหรตูติ ฯ อถโข มกฺขลิ โคสาโล อชิโต เกสกมฺพโล ๕ ปกุโธ กจฺจายโน สญฺชโย เวฬฏฺฐปุตฺโต ๖ นิคฺคณฺโฐ นาฏปุตฺโต เยน ราชคหโก เสฏฺฐี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ราชคหกํ เสฏฺฐึ เอตทโวจ อหํ หิ คหปติ อรหา เจว อิทฺธิมา จ เทหิ เม ปตฺตนฺติ ฯ สเจ ภนฺเต อายสฺมา อรหา เจว อิทฺธิมา จ ทินฺนํเยว ปตฺตํ โอหรตูติ ฯ
ขณะนั้น ปูรณะกัสสปเข้าไปหาท่านราชคหเศรษฐีแล้ว กล่าวว่า ท่านคหบดี
อาตมานี้แหละเป็นพระอรหันต์และมีฤทธิ์ ขอท่านจงให้บาตรแก่ อาตมาเถิด ท่านเศรษฐีตอบว่าท่านเจ้าข้า ถ้าพระคุณเจ้าเป็นพระอรหันต์และ มีฤทธิ์ ก็จงปลดบาตรที่ข้าพเจ้าให้แล้วนั่นแลไปเถิด
ต่อมา ท่านมักขลิโคสาล ท่านอชิตเกสกัมพล ท่านปกุธกัจจายนะท่านสัญชัยเวลัฏฐบุตรท่านนิครนถ์นาฏบุตร ได้เข้าไปหาท่านราชคหเศรษฐี แล้วกล่าวว่า ท่านคหบดี อาตมานี้แหละเป็น
พระอรหันต์ และมีฤทธิ์ ขอท่าน จงให้บาตรแก่อาตมาเถิด ท่านเศรษฐีตอบว่า ท่านเจ้าข้า ถ้าพระคุณ
เจ้าเป็นพระ อรหันต์และมีฤทธิ์ ก็จงปลดบาตรที่ข้าพเจ้าให้แล้วนั่นแลไปเถิด ฯ
เรื่องพระปิณโฑลภารทวาชเถระ
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน อายสฺมา จ ปิณฺโฑลภารทฺวาโช ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสึสุ ฯ อายสฺมาปิ โข ปิณฺโฑลภารทฺวาโช อรหา เจว อิทฺธิมา จ ฯ อายสฺมาปิ โข มหาโมคฺคลฺลาโน อรหา เจว อิทฺธิมา จ ฯ อถโข อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ คจฺฉาวุโส โมคฺคลฺลาน เอตํ ปตฺตํ โอหร ตุเยฺหโส ปตฺโตติ ฯ อายสฺมาปิ โข โมคฺคลฺลาโน อายสฺมนฺตํ ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ เอตทโวจ คจฺฉาวุโส ภารทฺวาช เอตํ ปตฺตํ โอหร ตุเยฺหโส ปตฺโตติ ๑ ฯ อถโข อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ตํ ปตฺตํ คเหตฺวา ติกฺขตฺตุํ ราชคหํ อนุปริยายิ ๒ ฯ
๑ ม. เลขาเปยฺยํ ฯ ๒ ม. ยุ. เลขญฺจ ฯ ๓ ยุ. ปกฺขิปิตฺวา เวฬคฺเค ฯ
๔ ม. ยุ. พนฺธิตฺวา ฯ ๕ ยุ. เกสกมฺพลี ฯ ๖ ยุ. เพลฏฺฐิปุตฺโต ฯ
สมัยต่อมา ท่านพระมหาโมคคัลลานะกับท่านพระปิณโฑลภาร ทวาชะ ครองอันตร
วาสกในเวลาเช้าแล้ว ถือบาตรจีวร เข้าไปบิณฑบาตในเมือง ราชคฤห์ อันที่แท้ ท่านพระปิณโฑล
ภารทวาชะ เป็นพระอรหันต์และมีฤทธิ์ แม้ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็เป็นพระอรหันต์และมีฤทธิ์จึงท่านพระปิณโฑลภาร ทวาชะ ได้กล่าวกะท่านพระมหาโมคคัลลานะว่า ไปเถิด ท่านโมคคัลลานะ
จงปลดบาตรนั้นลง บาตรนั้นของท่าน แม้ท่านพระโมคคัลลานะก็กล่าวกะท่านพระปิณโฑลภารทวาชะว่า ไปเถิด ท่านภารทวาชะ จงปลดบาตรนั้นลง บาตรนั้นของท่าน จึงท่านพระปิณโฑล
ภารทวาชะเหาะขึ้นสู่เวหาส ถือบาตรนั้นเวียนไป รอบเมืองราชคฤห์ ๓ รอบ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ราชคหโก เสฏฺฐี สปุตฺตทาโร สเก นิเวสเน ฐิโต โหติ ปญฺชลิโก นมสฺสมาโน อิเธว ภนฺเต อยฺโย ภารทฺวาโช อมฺหากํ นิเวสเน ปติฏฺฐาตูติ ฯ อถโข อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส นิเวสเน ปติฏฺฐาติ ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี อายสฺมโต ปิณฺโฑลภารทฺวาชสฺส หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา มหคฺฆสฺส ขาทนียสฺส ปูเรตฺวา อายสฺมโต ปิณฺโฑลภารทฺวาชสฺส อทาสิ ๑ ฯ อถโข อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช ตํ ปตฺตํ คเหตฺวา อารามํ อคมาสิ ฯ อสฺโสสุํ โข มนุสฺสา อยฺเยน กิร ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปตฺโต โอหาริโตติ ฯ เต จ มนุสฺสา อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา อายสฺมนฺตํ ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ ฯ
อสฺโสสิ โข ภควา อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ กึ นุ โข โส อานนฺท อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโทติ ฯ อายสฺมตา ภนฺเต ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปตฺโต โอหาริโต อสฺโสสุํ โข ภนฺเต มนุสฺสา อยฺเยน กิร ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปตฺโต โอหาริโตติ เต จ ภนฺเต มนุสฺสา อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา อายสฺมนฺตํ ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธา ๒ โส เอโส ภควา ๓ อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโทติ ฯ
๑ ม. ยุ. รา. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน ฯเปฯ ปาวิสึสุ ฯ
อถโข อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ อายสฺมา
โข โมคฺคลฺลาโน อรหา เจว อิทฺธิมา จ คจฺฉาวุโส โมคฺคลฺลาน เอตํ ปตฺตํ โอหร
ตุเยฺหโส ปตฺโตติ ฯ อายสฺมา โข ปิณฺโฑลภารทฺวาโช อรหา เจว อิทฺธิมา จ คจฺฉาวุโส
ภารทฺวาช เอตํ ปตฺตํ โอหร ตุเยฺหโส ปตฺโตติ ฯ ๒ ยุ. อนุปริยาสิ ฯ
ครั้งนั้น ท่านราชคหเศรษฐีพร้อมกับบุตรภรรยา ยืนอยู่ในเรือน ของตน ประคอง
อัญชลีนมัสการ กล่าวนิมนต์ว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าภารทวาชะ จงประดิษฐานในเรือนของข้าพเจ้านี้เถิด จึงท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ ประดิษฐานในเรือนของท่านราชคหเศรษฐี ขณะนั้นท่านราชคหเศรษฐีรับบาตรจากมือของท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ แล้วได้จัดของเคี้ยวมีค่ามากถวายท่าน พระปิณโฑลภารทวาชะ ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะได้รับบาตรนั้นไปสู่พระอาราม
ชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะปลดบาตรของราชคหเศรษฐี ไปแล้วและชาวบ้านเหล่านั้นมีเสียงอึกทึกเกรียวกราว ติดตามพระปิณโฑลภารทวาชะไปข้างหลังๆ พระผู้มีพระภาคได้ทรงสดับเสียงอึกทึกเกรียวกราว ครั้นแล้ว ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า อานนท์ นั่นเสียงอึกทึกเกรียวกราว เรื่องอะไรกันท่านพระอานนท์กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะปลดบาตร ของท่านราชคหเศรษฐีลงแล้ว พวกชาวบ้านทราบข่าวว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะปลดบาตรของท่านราชคหเศรษฐีลง จึงพากันติดตามท่านพระปิณโฑลภารทวาชะมา ข้างหลังๆ
อย่างอึกทึกเกรียวกราว พระพุทธเจ้าข้า เสียงอึกทึกเกรียวกราวนี้ คือเสียงนั้น พระพุทธเจ้าข้า ฯ
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อายสฺมนฺตํ ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ ปฏิปุจฺฉิ สจฺจํ กิร ตยา ภารทฺวาช ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปตฺโต โอหาริโตติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ ๑ ภารทฺวาช อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ กถํ หิ นาม ตฺวํ ภารทฺวาช ฉวสฺส ทารุปตฺตสฺส การณา คิหีนํ อุตฺตริ- มนุสฺสธมฺมํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสสฺสสิ เสยฺยถาปิ นาม ๒ ภารทฺวาช มาตุคาโม ฉวสฺส มาสกรูปสฺส การณา โกปินํ ทสฺเสติ เอวเมว โข ตยา ภารทฺวาช ฉวสฺส ทารุปตฺตสฺส การณา คิหีนํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺสิตํ เนตํ ภารทฺวาช อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว คิหีนํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสตพฺพํ โย ทสฺเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ภินฺทเถตํ ภิกฺขเว ทารุปตฺตํ สกลิกํ สกลิกํ กริตฺวา ๓ ภิกฺขูนํ อญฺชนปึสนํ ๔ เทถ น จ ภิกฺขเว ทารุปตฺโต ธาเรตพฺโพ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
๑ ยุ. ปาทาสิ ฯ ๒ ยุ. อนุพทฺธา ฯ ๓ ม. ยุ. ภนฺเต ภควา ฯ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุ เป็นเค้ามูลนั้นในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระปิณโฑลภาร ทวาชะว่า ภารทวาชะ ข่าวว่าเธอปลดบาตรของราชคหเศรษฐีลง จริงหรือ
ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ภารทวาชะ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สมไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉน เธอจึงได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ แก่พวกคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่งบาตรไม้ ซึ่งเป็นดุจซากศพเล่า มาตุคามแสดงของลับ เพราะเหตุแห่งทรัพย์ซึ่งเป็นดุจซากศพแม้ฉันใด เธอก็ฉันนั้นเหมือนกัน ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ซึ่งเป็นธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ แก่พวกคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่งบาตร ไม้ซึ่งเป็น
ดุจซากศพ การกระทำของเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้ว
ทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ ซึ่ง
เป็นธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ แก่พวกคฤหัสถ์ รูปใดแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจงทำลายบาตรไม้นั่น บดให้ละเอียด ใช้เป็นยาหยอดตาของภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุไม่พึงใช้บาตรไม้ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุจฺจาวเจ ปตฺเต ธาเรนฺติ โสวณฺณมยํ รูปิยมยํ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว โสวณฺณมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น รูปิยมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น มณิมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น เวฬุริยมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น ผลิกมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น กํสมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น กาจมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น ติปุมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น สีสมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ น ตมฺพโลหมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว เทฺว ปตฺเต อโยปตฺตํ มตฺติกาปตฺตนฺติ ฯ
๑ ยุ. อนนุจฺฉวิยํ ฯ ๒ ม. ยุ. อยํ สทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. ยุ. กตฺวา ฯ
๔ ม. ยุ. อญฺชนุปปิสนํ ฯ
เรื่องบาตร
สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ใช้บาตรต่างๆ คือ บาตรทำด้วยทองคำ บาตรทำด้วยเงิน
ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลาย ... กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บาตรทองคำ ไม่พึงใช้บาตรเงินไม่พึงใช้บาตรแก้วมณี ไม่พึงใช้บาตรแก้วไพฑูรย์ ไม่พึงใช้ บาตรแก้วผลึก ไม่พึงใช้บาตรทองสัมฤทธิ์ ไม่พึงใช้บาตรกระจก ไม่พึงใช้บาตรดีบุก ไม่พึงใช้บาตรตะกั่ว ไม่พึงใช้บาตรทองแดงรูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบาตร ๒ ชนิด คือ บาตรเหล็ก ๑บาตร ดิน ๑ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ปตฺตมูลํ ฆํสิยติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปตฺตมณฺฑลนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ก้นบาตรสึก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคพระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบังเวียนรองบาตร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุจฺจาวจานิ ปตฺตมณฺฑลานิ ธาเรนฺติ โสวณฺณมยํ รูปิยมยํ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว อุจฺจาวจานิ ปตฺตมณฺฑลานิ ธาเรตพฺพานิ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว เทฺว ปตฺตมณฺฑลานิ ติปุมยํ สีสมยนฺติ ฯ พหลานิ ปตฺตมณฺฑลานิ ๑ น อจฺฉุปิยนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ลิขิตุนฺติ ฯ วลี ๒ โหนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มกรทนฺตกํ ฉินฺทิตุนฺติ ฯะ
สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ใช้บังเวียนรองบาตรต่างๆ ทำด้วยทอง ทำด้วยเงิน
ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภค กาม ภิกษุทั้งหลาย ... กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บังเวียน รองบาตรต่างๆ รูปใด
ใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบังเวียนรองบาตร ๒ ชนิด คือ ทำด้วย ดีบุก ๑ทำด้วยตะกั่ว ๑ บังเวียนรองบาตรหนา ไม่กระชับกับบาตร ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้กลึงบังเวียนรองบาตร
ที่กลึงแล้วยังเป็นคลื่น ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้จักเป็นฟันมังกร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู จิตฺรานิ ปตฺตมณฺฑลานิ ธาเรนฺติ รูปกากิณฺณานิ ภิตฺติกมฺมกตานิ ๓ ตานิ รถิกายปิ ทสฺเสนฺตา อาหิณฺฑนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว จิตฺรานิ ปตฺตมณฺฑลานิ ธาเรตพฺพานิ รูปกากิณฺณานิ ภิตฺติกมฺมกตานิ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ปกติมณฺฑลนฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. มณฺฑลานิ ฯ ๒ ยุ. วลึ ฯ ๓ ยุ. รูปโกกิณฺณานิ ภติกมฺมกตานิ ฯ
สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ใช้บังเวียนรองบาตรอันวิจิตร จ้างเขา ทำให้มีลวดลายเป็นรูปภาพ เที่ยวแสดงไปแม้ตามถนน ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บังเวียนรองบาตร อันวิจิตร ที่จ้างเขาทำให้มีลวดลายเป็นรูปภาพรูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้บังเวียนรองบาตรอย่างธรรมดา ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู โสทกํ ๑ ปตฺตํ ปฏิสาเมนฺติ ฯ ปตฺโต ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว โสทโก ๑ ปตฺโต ปฏิสาเมตพฺโพ โย ปฏิสาเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว โอตาเปตฺวา ปตฺตํ ปฏิสาเมตุนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเก็บงำบาตรทั้งที่ยังมีน้ำ บาตรเหม็นอับ ภิกษุทั้งหลาย
กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บาตรที่ยังมีน้ำ ภิกษุ ไม่พึงเง็บงำ รูปใดเก็บงำ
ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ผึ่งแล้วจึงเก็บงำบาตร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สอุทกํ ปตฺตํ โอตาเปนฺติ ฯ ปตฺโต ทุคฺคนฺโธ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว สอุทโก ปตฺโต โอตาเปตพฺโพ โย โอตาเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว นิรุทกํ ๒ กตฺวา โอตาเปตฺวา ปตฺตํ ปฏิสาเมตุนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายผึ่งบาตรทั้งที่ยังมีน้ำ บาตรมีกลิ่นเหม็น ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บาตรที่ยังมีน้ำ ภิกษุไม่พึง ผึ่งไว้ รูปใดผึ่งไว้
ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำให้หมดน้ำเสียก่อนผึ่ง แล้วจึงเก็บงำ บาตร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อุเณฺห ปตฺตํ นิทหนฺติ ฯ ปตฺตสฺส วณฺโณ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อุเณฺห ปตฺโต นิทหิตพฺโพ โย นิทเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว มุหุตฺตํ อุเณฺห โอตาเปตฺวา ปตฺตํ ปฏิสาเมตุนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายวางบาตรไว้ในที่ร้อน ผิวบาตรเสีย ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงวางบาตรไว้ในที่ร้อน รูปใดวางไว้ ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ผึ่งไว้ในที่ร้อนครู่เดียวแล้วจึงเก็บงำบาตร ฯ
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ปตฺตา อชฺโฌกาเส อนาธารา นิกฺขิตฺตา โหนฺติ ฯ วาตมณฺฑลิกาย อาวฏฺฏิตฺวา ๓ ปตฺตา ภิชฺชึสุ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปตฺตาธารกนฺติ ฯ
๑ ยุ. สอุทโก ฯ ๒ ม. ยุ. โวทกํ ฯ ๓ ม. อาวฏฺเฏตฺวา ฯ
สมัยต่อมา บาตรเป็นอันมาก ไม่มีเชิงรอง ภิกษุทั้งหลายวาง เก็บไว้ในที่แจ้ง
บาตรถูกลมหัวด้วนพัดกลิ้งตกแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเชิงรองบาตร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มิฒนฺเต ปตฺตํ นิกฺขิปนฺติ ฯ ปริวฏฺฏิตฺวา ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว มิฒนฺเต ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ โย นิกฺขิเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายวางบาตรไว้ริมกระดานเลียบ บาตรกลิ้ง ตกแตก ภิกษุ
ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงวางบาตรไว้ ริมกระดานเลียบ
รูปใดวางไว้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปริภณฺฑนฺเต ปตฺตํ นิกฺขิปนฺติ ฯ ปริวฏฺฏิตฺวา ๑ ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ปริภณฺฑนฺเต ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ โย นิกฺขิเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายวางบาตรไว้ริมกระดานเลียบเล็กๆ นอกฝา บาตรกลิ้ง
ตกแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงวางบาตรไว้ ริมกระดานเลียบเล็กๆ
นอกฝา รูปใดวางไว้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฉมายํ ๒ ปตฺตํ นิกฺกุชฺชนฺติ ฯ โอฏฺโฐ ฆํสิยติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ติณสนฺถารกนฺติ ฯ ติณสนฺถารโก อุปจิกาหิ ขชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โจฬกนฺติ ฯ โจฬกํ อุปจิกาหิ ขชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปตฺตมาฬกนฺติ ฯ ปตฺตมาฬกา ปริปติตฺวา ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปตฺตกุณฺโฑลิกนฺติ ฯ ปตฺตกุณฺโฑลิกาย ปตฺโต อุคฺฆํสิยติ ๓ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปตฺตตฺถวิกนฺติ ฯ อํสวทฺธโก น โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อํสวทฺธกํ พนฺธนสุตฺตกนฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. ปริปติตฺวา ฯ ๒ ม. ยุ. ฉมาย ฯ ๓ ม. ยุ. ฆํสิยติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายคว่ำบาตรไว้ที่พื้นดิน ขอบบาตรสึกภิกษุทั้งหลาย
กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้หญ้ารอง หญ้าที่รองถูกปลวกกัด ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ท่อนผ้า รอง ท่อนผ้าถูกปลวกกัด ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตแท่นเก็บบาตร บาตรตกจาก
แท่นเก็บ บาตรแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้หม้อ เก็บบาตร บาตรครูดสี
กับหม้อเก็บบาตร ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ถุงบาตร สายโยกไม่มี
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสายโยกเป็น ด้ายถัก ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภิตฺติขีเลปิ นาคทนฺตเกปิ ปตฺตํ ลคฺเคนฺติ ฯ ปริปติตฺวา ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ปตฺโต ลคฺเคตพฺโพ โย ลคฺเคยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายแขวนบาตรไว้ที่ไม้เดือยข้างฝาบ้าง ที่ไม้นาคทนต์บ้าง
บาตรพลัดตกแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงแขวนบาตรไว้ รูปใดแขวนไว้
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มญฺเจ ปตฺตํ นิกฺขิปนฺติ ฯ สติสมฺโมสา นิสีทนฺตา โอตฺถริตฺวา ปตฺตํ ภินฺทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว มญฺเจ ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ โย นิกฺขิเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเก็บบาตรไว้บนเตียง เผลอสตินั่งทับ บาตรแตก ภิกษุ
ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเก็บบาตรไว้ บนเตียง รูปใดเก็บ
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปีเฐ ปตฺตํ นิกฺขิปนฺติ ฯ สติสมฺโมสา นิสีทนฺตา โอตฺถริตฺวา ปตฺตํ ภินฺทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ปีเฐ ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ โย นิกฺขิเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเก็บบาตรไว้บนตั่ง เผลอสตินั่งทับบาตรแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเก็บบาตรไว้ บนตั่ง รูปใดเก็บ
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู องฺเก ปตฺตํ นิกฺขิปนฺติ ฯ สติสมฺโมสา อุฏฺฐหนฺติ ๑ ฯ ปริปติตฺวา ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว องฺเก ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ โย นิกฺขิเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายวางบาตรไว้บนตัก เผลอสติลุกขึ้น บาตรตกแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงวางบาตรไว้ บนตัก รูปใดวาง
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฉตฺเต ปตฺตํ นิกฺขิปนฺติ ฯ วาตมณฺฑลิกาย ฉตฺตํ อุกฺขิปิยติ ฯ ปริปติตฺวา ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ฉตฺเต ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ โย นิกฺขิเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
๑ ยุ. วุฏฺฐหนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเก็บบาตรไว้บนกลด กลดถูกลมหัวด้วนพัด บาตรตกแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเก็บบาตรไว้ บนกลด รูปใดเก็บไว้
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปตฺตหตฺถา กวาฏํ ปณาเมนฺติ ฯ กวาเฏ ๑ อาวฏฺฏิตฺวา ปตฺโต ภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ปตฺตหตฺเถน ภิกฺขุนา กวาฏํ ปณาเมตพฺพํ โย ปณาเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายถือบาตรอยู่ ผลักบานประตูเข้าไป บาตร กระทบบานประตูแตก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุถือบาตรอยู่ ไม่พึง ผลักบานประตูเข้าไปรูปใดผลัก ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ตุมฺพกฏาเหน ๒ ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ตุมฺพกฏาเหน ๒ ปิณฺฑาย จริตพฺพํ โย จเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายใช้กระโหลกน้ำเต้าเที่ยวบิณฑบาต ชาว บ้านเพ่งโทษ
ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกเดียรถีย์ ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้กระโหลก น้ำเต้าเที่ยวบิณฑบาตรูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฆฏิกฏาเหน ๓ ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ฆฏิกฏาเหน ๓ ปิณฺฑาย จริตพฺพํ โย จเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายใช้กระเบื้องหม้อเที่ยวบิณฑบาต ชาว บ้านเพ่งโทษ
ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกเดียรถีย์ ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้กระเบื้องหม้อ เที่ยวบิณฑบาต
รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สพฺพปํสุกูลิโก โหติ ฯ โส ฉวสีสสฺส ปตฺตํ ธาเรติ ฯ อญฺญตรา อิตฺถี ปสฺสิตฺวา ภีตา วิสฺสรมกาสิ อพฺภุมฺเม ปิสาโจ วตายนฺติ ๑ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ฉวสีสสฺส ปตฺตํ ธาเรสฺสนฺติ เสยฺยถาปิ ปิสาจิลฺลิกาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ฉวสีสสฺส ปตฺโต ธาเรตพฺโพ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส น จ ภิกฺขเว สพฺพปํสุกูลิเกน ภวิตพฺพํ โย ภเวยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
๑ ม. ยุ. กวาโฏ ฯ ๒ ม. ยุ. ตุมฺพกฏาเห ฯ ๓ ยุ. ฆฏิกฏาเห ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งใช้ของบังสุกุลทุกอย่าง เธอใช้บาตร กระโหลกผี สตรี
ผู้หนึ่งเห็นเข้า กลัว ได้ร้องเสียงวีดแสดงความหวาดเสียวว่า นี้ปีศาจแน่ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตรจึงใช้บาตรกระโหลกผีเหมือนพวกปีศาจ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บาตรกระโหลกผี รูปใดใช้ต้องอาบัติทุกกฏ อนึ่ง ภิกษุไม่พึงใช้ของบังสุกุลทุกอย่าง รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู จลกานิปิ อฏฺฐิกานิปิ อุจฺฉิฏฺโฐทกํปิ ปตฺเตน นีหรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ยสฺมึเยวิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ภุญฺชนฺติ โส ว เนสํ ปฏิคฺคโหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว จลกานิ วา อฏฺฐิกานิ วา อุจฺฉิฏฺโฐทกํ วา ปตฺเตน นีหริตพฺพํ โย นีหเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ปฏิคฺคหนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายใช้บาตรรับเศษอาหารบ้าง ก้างบ้าง น้ำ บ้วนปากบ้างชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตรเหล่านี้จึงใช้บาตรต่างกระโถน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บาตรรับเศษ อาหาร ก้าง หรือ
น้ำบ้วนปาก รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาตให้ใช้ กระโถน ฯ
จบ เรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์