arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย · วรรคที่ไม่สงเคราะห์เป็นปัณณาสก์

๑. สัปปุริสวรรค เล่ม ๒๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๑–๒๑๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๗ ในวรรคที่ไม่สงเคราะห์เป็นปัณณาสก์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

วรรคที่ไม่สงเคราะห์เป็นปัณณาสก์

สัปปุริสวรรคที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เป็นปัณณาสก์ สัปปุริสวรรค (ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๑)

บาลี (สยามรัฐ)

อสปฺปุริสญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ สปฺปุริสญฺจ สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ อทินฺนาทายี โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ มุสาวาที โหติ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ อตฺตนา จ อทินฺนาทายี โหติ ปรญฺจ อทินฺนาทาเน สมาทเปติ อตฺตนา จ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ ปรญฺจ กาเมสุ มิจฺฉาจาเร สมาทเปติ อตฺตนา จ มุสาวาที โหติ ปรญฺจ มุสาวาเท สมาทเปติ อตฺตนา จ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ ปรญฺจ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐาเน สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริโส ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ อทินฺนาทานา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ มุสาวาทา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัปบุรุษ อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่า อสัปบุรุษ สัปบุรุษและสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายก็อสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความประมาท บุคคลนี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการฆ่าสัตว์อีกด้วยลักทรัพย์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการลักทรัพย์อีกด้วย ประพฤติผิดในกามด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการประพฤติผิดในกามอีกด้วย พูดเท็จด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการพูดเท็จอีกด้วย ดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความประมาทด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความประมาทอีกด้วย บุคคลนี้เราเรียกว่า อสัปบุรุษยิ่งกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกามงดเว้นจากการพูดเท็จ งดเว้นจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความประมาท บุคคลนี้เราเรียกว่า สัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษผู้ยิ่งกว่าสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตัวเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์อีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากการลักทรัพย์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการลักทรัพย์อีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากการประพฤติผิดในกามด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการประพฤติผิดในกามอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากการพูดเท็จด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการพูดเท็จอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความประมาทด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นให้

งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความ ประมาทอีกด้วย บุคคลนี้เราเรียกว่า

สัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อสปฺปุริสญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ สปฺปุริสญฺจ สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อสฺสทฺโธ โหติ อหิริโก โหติ อโนตฺตปฺปี โหติ อปฺปสฺสุโต โหติ กุสีโต โหติ มุฏฺฐสฺสติ โหติ ทุปฺปญฺโญ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ อสฺสทฺโธ โหติ ปรญฺจ อสฺสทฺธิเย ๑ สมาทเปติ อตฺตนา จ อหิริโก โหติ ปรญฺจ อหิริกตาย สมาทเปติ อตฺตนา จ อโนตฺตปฺปี โหติ ปรญฺจ อโนตฺตปฺเป สมาทเปติ อตฺตนา จ อปฺปสฺสุโต โหติ ปรญฺจ อปฺปสฺสุเต สมาทเปติ อตฺตนา จ กุสีโต โหติ ปรญฺจ โกสชฺเช สมาทเปติ อตฺตนา จ มุฏฺฐสฺสติ โหติ ปรญฺจ มุฏฺฐสจฺเจ สมาทเปติ อตฺตนา จ ทุปฺปญฺโญ โหติ ปรญฺจ ทุปฺปญฺญตาย สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สทฺโธ โหติ หิริมา โหติ โอตฺตปฺปี โหติ พหุสฺสุโต โหติ อารทฺธวิริโย โหติ สติมา โหติ ปญฺญวา โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริโส ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ ปรญฺจ สทฺธาสมฺปทาย สมาทเปติ อตฺตนา จ หิริมา โหติ ปรญฺจ หิริมตาย สมาทเปติ อตฺตนา จ โอตฺตปฺปี โหติ ปรญฺจ โอตฺตปฺเป สมาทเปติ อตฺตนา จ พหุสฺสุโต โหติ ปรญฺจ พาหุสจฺเจ สมาทเปติ อตฺตนา จ อารทฺธวิริโย โหติ ปรญฺจ วิริยารมฺเภ สมาทเปติ อตฺตนา จ อุปฏฺฐิตสฺสติ โหติ ปรญฺจ สติปฏฺฐาเน สมาทเปติ อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ ปรญฺจ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโรติ ฯ

๑ ยุ. อสทฺธาย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัปบุรุษ อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่า อสัปบุรุษ สัปบุรุษและสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้วพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย

ก็อสัปบุรุษเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ไม่มีโอตตัปปะมีสุตะน้อย เป็นคนเกียจคร้าน มีสติหลงลืม มีปัญญาทราม บุคคลนี้เราเรียกว่า อสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ตนเองเป็นผู้ไม่มีศรัทธา และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้ไม่มีศรัทธาอีกด้วย ตนเองไม่มีหิริ และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้ไม่มีหิริอีกด้วย ตนเองเป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะอีกด้วย ตนเองมีสุตะน้อย และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้มีสุตะน้อยอีกด้วย

ตนเองเป็นผู้เกียจคร้าน และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้เกียจคร้านอีกด้วย ตนเองมีสติหลงลืมและชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้มีสติหลงลืมอีกด้วย ตนเองมีปัญญาทราม และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้มีปัญญาทรามอีกด้วย บุคคลผู้นี้เราเรียกว่า อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศรัทธา มีหิริมีโอตตัปปะ เป็นพหูสูต ปรารภความเพียร มีสติ มีปัญญาบุคคลนี้เราเรียกว่า สัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความถึงพร้อมด้วยศรัทธาอีกด้วย เป็นผู้มีหิริด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้มีหิริอีกด้วย เป็นผู้มีโอตตัปปะด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเป็นผู้มีโอตตัปปะอีกด้วย เป็นผู้มีสติตั้งมั่นด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความมีสติตั้งมั่นอีกด้วยเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความถึงพร้อมด้วย ปัญญาอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อสปฺปุริสญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ สปฺปุริสญฺจ สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ อทินฺนาทายี โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ มุสาวาที โหติ ปิสุณวาโจ โหติ ผรุสวาโจ โหติ สมฺผปฺปลาปี โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ อตฺตนา จ อทินฺนาทายี โหติ ปรญฺจ อทินฺนาทาเน สมาทเปติ อตฺตนา จ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ ปรญฺจ กาเมสุ มิจฺฉาจาเร สมาทเปติ อตฺตนา จ มุสาวาที โหติ ปรญฺจ

มุสาวาเท สมาทเปติ อตฺตนา จ ปิสุณวาโจ โหติ ปรญฺจ ปิสุณาย วาจาย สมาทเปติ อตฺตนา จ ผรุสวาโจ โหติ ปรญฺจ ผรุสาย วาจาย สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺผปฺปลาปี โหติ ปรญฺจ สมฺผปฺปลาเป สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริโส ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ อทินฺนาทานา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ มุสาวาทา เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ ปีสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปิสุณาย วาจาย เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ผรุสาย วาจาย เวรมณิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัปบุรุษ อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ สัปบุรุษและสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนมักฆ่าสัตว์ มักลักทรัพย์ มักประพฤติผิดในกาม มักพูดเท็จ

มักพูดคำส่อเสียด มักพูดคำหยาบ มักพูดคำเพ้อเจ้อ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่า อสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการฆ่าสัตว์อีกด้วยเป็นผู้มักลักทรัพย์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้ลักทรัพย์อีกด้วย เป็นผู้มักประพฤติผิดในกามด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้ประพฤติผิดในกามอีกด้วยเป็นผู้มักกล่าวเท็จด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้กล่าวเท็จด้วยเป็นผู้มักกล่าวคำส่อเสียดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้กล่าวคำส่อเสียดอีกด้วย เป็นผู้มักกล่าวคำหยาบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้กล่าวคำหยาบอีกด้วย เป็นผู้มักกล่าวคำเพ้อเจ้อด้วยตนเอง

และชักชวนผู้อื่นให้กล่าวคำเพ้อเจ้ออีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต งดเว้นจากอทินนาทาน งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร งดเว้นจากมุสาวาท งดเว้นจากปิสุณวาจา งดเว้นจากผรุสวาจา งดเว้นจากสัมผัปปลาปะดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาตด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากปาณาติบาตอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากอทินนาทานด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากอทินนาทานอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากมุสาวาทด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากมุสาวาทอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากปิสุณวาจาด้วย

ตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากปิสุณวาจาอีกด้วย เป็นผู้งดเว้นจากผรุสวาจาด้วยตนเอง

และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากผรุสวาจา อีกด้วยเป็นผู้งดเว้นจากสัมผัปปลาปะด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากสัมผัปปลาปะอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อสปฺปุริสญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ สปฺปุริสญฺจ สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ ฯเปฯ อภิชฺฌาลู โหติ พฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ อภิชฺฌาลู โหติ ปรญฺจ อภิชฺฌาย สมาทเปติ่ อตฺตนา จ พฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ ปรญฺจ พฺยาปาเท สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ

อนภิชฺฌาลู โหติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริโส ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ อนภิชฺฌาลู โหติ ปรญฺจ อนภิชฺฌาย สมาทเปติ อตฺตนา จ อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ ปรญฺจ อพฺยาปาเท สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัปบุรุษ อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ สัปบุรุษและสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ เป็นคนมักโลภ มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการฆ่าสัตว์อีกด้วยฯลฯ เป็นคนมักโลภด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นในความมักโลภอีกด้วย เป็นผู้มีจิตพยาบาทด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพยาบาทอีกด้วย เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุ

ทั้งหลาย บุคคล นี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต ฯลฯ เป็นผู้ไม่มักโลภ ไม่มีจิตพยาบาท มีความเห็นชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาตด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากปาณาติบาตอีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้ไม่มักโลภด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความไม่โลภอีกด้วย เป็นผู้ไม่มีจิตพยาบาทด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นในความไม่พยาบาทอีกด้วยเป็นผู้มีความเห็นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อสปฺปุริสญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ สปฺปุริสญฺจ สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ มิจฺฉาสงฺกปฺโป โหติ มิจฺฉาวาโจ โหติ มิจฺฉากมฺมนฺโต โหติ มิจฺฉาอาชีโว โหติ มิจฺฉาวายาโม โหติ มิจฺฉาสติ โหติ มิจฺฉาสมาธิ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาสงฺกปฺโป โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาสงฺกปฺเป สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาวาโจ โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาวาจาย สมาทเปติ

อตฺตนา จ มิจฺฉากมฺมนฺโต โหติ ปรญฺจ มิจฺฉากมฺมนฺเต สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาอาชีโว โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาอาชีเว สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาวายาโม โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาวายาเม สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาสติ โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาสติยา สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาสมาธิ โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาสมาธิมฺหิ สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ สมฺมาสงฺกปฺโป โหติ สมฺมาวาโจ โหติ สมฺมากมฺมนฺโต โหติ สมฺมาอาชีโว โหติ สมฺมาวายาโม โหติ สมฺมาสติ โหติ สมฺมาสมาธิ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริโส ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาสงฺกปฺโป โหติ ปรญฺจ สมฺมาสงฺกปฺเป สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาวาโจ โหติ ปรญฺจ สมฺมาวาจาย สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมากมฺมนฺโต โหติ ปรญฺจ สมฺมากมฺมนฺเต สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาอาชีโว โหติ ปรญฺจ สมฺมาอาชีเว สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาวายาโม โหติ ปรญฺจ สมฺมาวายาเม สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาสติ โหติ ปรญฺจ สมฺมาสติยา สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาสมาธิ โหติ ปรญฺจ สมฺมาสมาธิมฺหิ สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัปบุรุษ อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ สัปบุรุษและสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นผิด มีความดำริผิด มีวาจาผิด มีการงานผิดมีอาชีพผิด มีความพยายามผิด ตั้งสติผิด ตั้งใจมั่นผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วย เป็นผู้มีความดำริผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความดำริผิดอีกด้วยเป็นผู้มีวาจาผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในวาจาผิดอีกด้วย เป็นผู้มีการงานผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการงานผิดอีกด้วย เป็นผู้มีอาชีพผิดด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นในอาชีพผิดอีกด้วย เป็นผู้มีความพยายามผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพยายามผิดอีกด้วย เป็นผู้ตั้งสติผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการตั้งสติผิดอีกด้วย เป็นผู้ตั้งใจมั่นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการตั้งใจมั่นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบมีความดำริชอบ มีวาจาชอบ มีการงานชอบ มีอาชีพชอบ มีความพยายามชอบ ตั้งสติชอบตั้งใจมั่นชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย เป็นผู้มีความดำริชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความดำริชอบอีกด้วยเป็นผู้มีวาจาชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในวาจาชอบอีกด้วย เป็นผู้มีการงานชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการงานชอบอีกด้วยเป็นผู้มีอาชีพชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในอาชีพชอบอีกด้วย เป็นผู้มีความพยายามชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพยายามชอบอีกด้วย เป็นผู้ตั้งสติชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการตั้งสติชอบอีกด้วย เป็นผู้ตั้งใจมั่นด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นในความตั้งใจมั่นอีกด้วยดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อสปฺปุริสญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตรญฺจ สปฺปุริสญฺจ สปฺปุริเสน สปฺปุริสตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ มิจฺฉาญาณี โหติ มิจฺฉาวิมุตฺติ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ มิจฺฉาญาณี โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาญาเณ สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาวิมุตฺติ โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาวิมุตฺติยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ สมฺมาญาณี โหติ สมฺมาวิมุตฺติ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริโส ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺมาญาณี โหติ ปรญฺจ สมฺมาญาเณ สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาวิมุตฺติ โหติ ปรญฺจ สมฺมาวิมุตฺติยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัปบุรุษ อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่า อสัปบุรุษ สัปบุรุษและสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิด ฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ผิด เป็นผู้มีความพ้นผิดดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลนี้เราเรียกว่า อสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความรู้ผิดอีกด้วยเป็นผู้มีความพ้นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้

อื่นในความพ้นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าอสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าอสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ชอบ เป็นผู้มีความพ้นชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลนี้เราเรียกสัปบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความรู้ชอบอีกด้วย เป็นผู้มีความพ้นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพ้นชอบอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าสัปบุรุษที่ยิ่งกว่าสัปบุรุษ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปาปญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ ปาเปน ปาปตรญฺจ กลฺยาณญฺจ กลฺยาเณน กลฺยาณตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาโป อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ ฯเปฯ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาโป ฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาเปน ปาปตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาเปน ปาปตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาโณ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาโณ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาเณน กลฺยาณตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาเณน กลฺยาณตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงคนชั่ว คนชั่วที่ยิ่งกว่าคนชั่ว คนดี และคนดีที่ยิ่งกว่าคนดี แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนชั่วเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯเป็นผู้มีความเห็นผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนชั่ว ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนชั่วที่ยิ่งกว่าคนชั่วเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในการฆ่าสัตว์อีกด้วย ฯลฯเป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนชั่วที่ยิ่งกว่าคนชั่ว ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ฯลฯ มีความเห็นชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนดี ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีที่ยิ่งกว่าคนดีเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์อีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้มีความเห็นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนดีที่ยิ่งกว่าคนดี ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปาปญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ ปาเปน ปาปตรญฺจ กลฺยาณญฺจ กลฺยาเณน กลฺยาณตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาโป อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ มิจฺฉาญาณี โหติ มิจฺฉาวิมุตฺติ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาโป ฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาเปน ปาปตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ มิจฺฉาญาณี โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาญาเณ สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาวิมุตฺติ โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาวิมุตฺติยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาเปน ปาปตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาโณ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ สมฺมาญาณี โหติ สมฺมาวิมุตฺติ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาโณ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาเณน กลฺยาณตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺมาญาณี โหติ ปรญฺจ สมฺมาญาเณ สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาวิมุตฺติ โหติ ปรญฺจ สมฺมาวิมุตฺติยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาเณน กลฺยาณตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงคนชั่ว คนชั่วที่ยิ่งกว่าคนชั่ว คนดี และคนดีที่ยิ่งกว่าคนดี แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนชั่วเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ มีความเห็นผิด ฯลฯ มีความรู้ผิด มีความพ้นผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนชั่ว ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนชั่วที่ยิ่งกว่าคนชั่วเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วยฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ผิดด้วยตน

เอง และชักชวนผู้อื่นในความรู้ผิดอีกด้วย เป็นผู้มีความพ้นผิดด้วยตนเองและชักชวนผู้อื่นในความ

พ้นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลนี้เราเรียกว่าคนชั่วที่ยิ่งกว่าคนชั่ว ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นชอบ ฯลฯ

มีความรู้ชอบ มีความพ้นชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนดี ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีที่ยิ่งกว่าคนดีเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความรู้ชอบอีกด้วย เป็นผู้มีความพ้นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพ้นชอบอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าคนดีที่ยิ่งกว่าคนดี ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปาปธมฺมญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตรญฺจ กลฺยาณธมฺมญฺจ กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาปธมฺโม อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ ฯเปฯ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาปธมฺโม ฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตี โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาเต สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺโม อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺโม ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลผู้มีธรรมอันลามก บุคคลผู้มีธรรมอัน

ลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามก บุคคลผู้มีธรรมอันงาม และบุคคล ผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงาม แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มี

ธรรมอันลามกเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนฆ่าสัตว์ ฯลฯ มีความเห็นผิด ดูกรภิกษุ

ทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่า ผู้มีธรรมอันลามก ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามกเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในฆ่าสัตว์อีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าผู้มีธรรมอันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามก ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันงามเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ มีความเห็นชอบ บุคคลนี้เราเรียกว่าผู้มีธรรมอันงาม ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงามเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์อีกด้วย ฯลฯ เป็นผู้มีความเห็นชอบด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่าผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงาม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปาปธมฺมญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตรญฺจ กลฺยาณธมฺมญฺจ กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตรญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาปธมฺโม อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ มิจฺฉาญาณี โหติ มิจฺฉาวิมุตฺติ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาปธมฺโม ฯ กตโม จ ภิกฺขเว ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ มิจฺฉาญาณี โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาญาเณ สมาทเปติ อตฺตนา จ มิจฺฉาวิมุตฺติ โหติ ปรญฺจ มิจฺฉาวิมุตฺติยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตโร ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺโม อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ฯเปฯ สมฺมาญาณี โหติ สมฺมาวิมุตฺติ โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺโม ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อตฺตนา จ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ ปรญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมาทเปติ ฯเปฯ อตฺตนา จ สมฺมาญาณี โหติ ปรญฺจ สมฺมาญาเณ สมาทเปติ อตฺตนา จ สมฺมาวิมุตฺติ โหติ ปรญฺจ สมฺมาวิมุตฺติยา สมาทเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตโรติ ฯ

สปฺปุริสวคฺโค ปฐโม ฯ

[๑]

___________________

โสภนวคฺโค ทุติโย

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลผู้มีธรรมอันลามก บุคคลผู้มีธรรมอันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามก บุคคลผู้มีธรรมอันงาม และบุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงาม แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันลามกเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิด ฯลฯ มีความรู้ผิด มีความพ้นผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่า ผู้มีธรรมอันลามก ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามกเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วยฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความรู้ผิดอีกด้วย เป็นผู้มีความพ้นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพ้นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่า ผู้มีธรรมอันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามก ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันงามเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบ ฯลฯ มีความรู้ชอบ มีความพ้นชอบ บุคคลนี้เราเรียกว่าผู้มีธรรมอันงาม ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงามเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ ตนเองเป็นผู้มีความเห็นชอบ และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วยฯลฯ ตนเองเป็นผู้มีความรู้ชอบ และชักชวนผู้อื่นในความรู้ชอบอีกด้วย ตนเองเป็นผู้มีความพ้นชอบ และชักชวนผู้อื่นในความพ้นชอบอีกด้วย บุคคลนี้เราเรียกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงาม ฯ

จบสัปปุริสวรรคที่ ๑

จบ ๑. สัปปุริสวรรค