arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · จูฬวรรค

๘. นาวาสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๔ ในจูฬวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

นาวาสูตรที่ ๘

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต จูฬวรรค นาวาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

บาลี (สยามรัฐ)

๘ ยสฺมา หิ ธมฺมํ ปุริโส วิชญฺญา

อินฺทํว นํ เทวตา ปูชเยยฺย

โส ปูชิโต ตสฺมึ ปสนฺนจิตฺโต

พหุสฺสุโต ปาตุกโรติ ธมฺมํ ฯ

ตทฏฺฐิกตฺวาน นิสมฺม ธีโร

ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชมาโน

วิญฺญู วิภาวี นิปุโณ จ โหติ

โย ตาทิสํ ภชติ อปฺปมตฺโต ฯ

ขุทฺทญฺจ พาลํ อุปเสวมาโน

อนาคตตฺถญฺจ อุสุยฺยกญฺจ

อิเธว ธมฺมํ อวิภาวยิตฺวา

อวิติณฺณกงฺโข มรณํ อุเปติ ฯ

ยถา นโร อาปคํ โอตริตฺวา

มโหทกํ สลิลํ สีฆโสตํ

โส วุยฺหมาโน อนุโสตคามี(

กึ โส ปเร สกฺขติ ตารเยตุํ ฯ

ตเถว ธมฺมํ อวิภาวยิตฺวา

พหุสฺสุตานํ อนิสามยตฺถํ

สยํ อชานํ อวิติณฺณกงฺโข

กึ โส ปเร สกฺขติ นิชฺฌเปตุํ ฯ

ยถาปิ นาวํ ทฬฺหมารุหิตฺวา

ปิเยนริตฺเตน สมงฺคิภูโต

โส ตารเย ตตฺถ พหูปิ อญฺเญ

ตตฺรูปยญฺญู กุสโล มติมา ๑

เอวมฺปิ โย เวทคุ ภาวิตตฺโต

พหุสฺสุโต โหติ อเวธธมฺโม

โส โข ปเร นิชฺฌปเย ปชานํ

โสตาวธาโนปนิสูปปนฺเน ฯ

ตสฺมา หเว สปฺปุริสํ ภเชถ

เมธาวินญฺเจว พหุสฺสุตญฺจ

อญฺญาย อตฺถํ ปฏิปชฺชมาโน

วิญฺญาตธมฺโม ส ๒ สุขํ ลเภถาติ ฯ

นาวาสุตฺตํ อฏฺฐมํ

_________

สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส นวมํ กึสีลสุตฺตํ

ฉบับหลวง

ก็บุรุษพึงรู้แจ้งธรรมจากบุคคลใด พึงบูชาบุคคลนั้น เหมือนเทวดาบูชาพระอินทร์ ฉะนั้น บุคคลนั้นเป็นพหูสูต ผู้อันเตวาสิกบูชาแล้วมีจิตเลื่อมใสอันเตวาสิกนั้น ย่อมชี้แจงธรรมให้แจ่มแจ้ง บุรุษผู้มีปัญญา ไม่ประมาทคบบุคคลผู้เป็นพหูสูตเช่นนั้น กระทำธรรมนั้นให้มีประโยชน์ใคร่ครวญแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ย่อมเป็นผู้รู้แจ่มแจ้ง แสดงธรรมแก่ผู้อื่นและเป็นผู้ละเอียด อันเตวาสิกซ่องเสพอาจารย์ผู้ประกอบด้วยธรรมน้อย เป็นคนเขลา ผู้ยังไม่บรรลุประโยชน์และฤษยา ไม่ยังธรรมให้แจ่มแจ้งในศาสนานี้เทียว ยังข้ามความสงสัยไม่ได้ ย่อมเข้าถึงความตาย บุคคลไม่ยังธรรมให้แจ่มแจ้งแล้ว ไม่ใคร่ครวญเนื้อความในสำนัก

แห่งบุคคลผู้เป็นพหูสูตทั้งหลายไม่รู้ด้วยตนเอง ยังข้ามความสงสัยไม่ได้ จะสามารถให้ผู้อื่นเพ่งพินิจได้อย่างไรเหมือนคนข้ามแม่น้ำที่มีน้ำมากมีกระแสไหลเชี่ยว ถูกน้ำพัดลอยไปตามกระแสน้ำ จะสามารถช่วยให้ผู้อื่นข้ามได้อย่างไร ฉะนั้น ผู้ใดขึ้นสู่เรือที่มั่นคง มีพายุและถ่อพร้อมมูล ผู้นั้นรู้อุบายในเรือนั้นเป็นผู้ฉลาดมีสติ พึงช่วยผู้อื่นแม้จำนวนมากในเรือนั้นให้ข้ามได้ แม้ฉันใดผู้ใดไปด้วยมรรคญาณทั้ง ๔ อบรมตนแล้ว เป็นพหูสูต ไม่มีความหวั่นไหวเป็นธรรมดา ผู้นั้นแลรู้ชัดอยู่ พึงยังผู้อื่นผู้ตั้งใจสดับและสมบูรณ์ด้วยธรรมอันเป็นอุปนิสัยให้เพ่งพินิจได้ ฉันนั้น เพราะเหตุนั้นแลบุคคลควรคบสัปบุรุษผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต บุคคลผู้คบบุคคลเช่นนั้น รู้ชัดเนื้อความแล้ว ปฏิบัติอยู่ รู้แจ้งธรรมแล้ว พึงได้ความสุข ฯ

จบนาวาสูตรที่ ๘

จบ ๘. นาวาสูตร