arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค

๖. ทัททัลลวิมาน เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๔ (Royal Thai)6/10 in ปาริฉัตตกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๖. ทัททัลลวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในทัททัลลวิมาน

นางภัททาเทพธิดาผู้พี่สาว ได้ถามนางสุภัททาเทพธิดาผู้น้องสาวว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค ทัททัลลวิมาน (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 48 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๖ ททฺทลฺลมานา วณฺเณน ยสสฺสา จ ยสสฺสินี

สพฺเพ เทเว ตาวตึเส วณฺเณน อติโรจสิ

ทสฺสนํ นาภิชานามิ อิทํ ปฐมทสฺสนํ

กสฺมา กายา นุ อาคมฺม นาเมน ภาสเส มมนฺติ ฯ

อหํ ภทฺเท สุภทฺทาสึ ปุพฺเพ มานุสเก ภเว

สหภริยา จ เต อาสึ ภคินี จ กนิฏฺฐกา

สาหํ กายสฺส เภทาย วิปฺปมุตฺตา ตโต จุตา

นิมฺมานรตีเทวานํ อุปปนฺนา สหพฺยตนฺติ ฯ

ปหูตกตกลฺยาณา เต เทเว ยนฺติ ปาณิโน

เยสํ ตฺวํ กิตฺตยิสฺสสิ สุภทฺเท ชาติมตฺตโน

กถํ ตฺวํ เกน วณฺเณน เกน วา อนุสาสิตา

กีทิเสเนว ทาเนน สุพฺพเตน ยสสฺสินี

ยสํ เอตาทิสํ ปตฺตา วิเสสํ วิปุลมชฺฌคา

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ

อฏฺเฐว ปิณฺฑปาตานิ ยํ ทานํ อททํ ปุเร

ทกฺขิเณยฺยสฺส สงฺฆสฺส ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ

เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ...

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ

อหํ ตยา พหุตเร ภิกฺขู สญฺญเต พฺรหฺมจาริโน

ตปฺเปสึ อนฺนปาเนน ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ

ตยา พหุตรํ ทตฺวา หีนกายูปคา อหํ

กถํ ตฺวํ อปฺปตรํ ทตฺวา วิเสสํ วิปุลมชฺฌคา

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ

มโนภาวนีโย ภิกฺขุ สนฺทิฏฺโฐ เม ปุเร อหุ

ตาหํ ภตฺเตน นิมนฺเตสึ เรวตํ อตฺตนฏฺฐมํ

โส เม อตฺถปุเรกฺขาโร อนุกมฺปาย เรวโต

สงฺเฆ เทหีติ มํ อโวจ ตสฺสาหํ วจนํ กรึ

สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา อปฺปเมยฺยา ปติฏฺฐิตา

ปุคฺคเลสุ ตยา ทินฺนํ น ตํ ตว มหปฺผลนฺติ ฯ

อิทาเนวาหํ ชานามิ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ

สาหํ คนฺตฺวา มนุสฺสตฺตํ วทญฺญู วีตมจฺฉรา

สงฺเฆ ทานํ ทสฺสามิหํ อปฺปมตฺตา ปุนปฺปุนนฺติ ฯ

กา เอสา เทวตา ภทฺเท ตยา มนฺตยเต สห

สพฺเพ เทเว ตาวตึเส วณฺเณน อติโรจติ (อิติ) ฯ

มนุสฺสภูตา เทวินฺท ปุพฺเพ มานุสเก ภเว

สหภริยา จ เม อาสิ ภคินี จ กนิฏฺฐกา ๑

สงฺเฆ ทานานิ ทตฺวาน กตปุญฺญา วิโรจติ (อิติ) ฯ

ธมฺเมน ปุพฺเพ ภคินี ตยา ภทฺเท วิโรจสิ

ยํ สงฺฆสฺมึ อปฺปเมยฺเย ปติฏฺฐาเปสิ ทกฺขิณํ

ปุจฺฉิโต หิ มยา พุทฺโธ คิชฺฌกูฏสฺมึ ปพฺพเต

วิปากํ สํวิภาคสฺส ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ

ยชมานานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ

กโรนฺตํ ๑ โอปธิกํ ปุญฺญํ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ

ตํ เม พุทฺโธ วิยากาสิ ชานํ กมฺมผลํ สกํ

วิปากํ สํวิภาคสฺส ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ

จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา

เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต

ยชมานานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ

กโรนฺตํ ๑ โอปธิกํ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ

เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺคโต

เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร

เอเต หิ เสฏฺฐา นรวิริยสาวกา

ปภงฺกรา ธมฺมกถํ อุทีรยนฺติ

เตสํ สุทินฺนํ สุหุตํ สุยิฏฺฐํ

เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ

สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา

มหปฺผลา โลกวิทูหิ วณฺณิตา

เอตาทิสํ ปุญฺญมนุสฺสรนฺตา

เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก

วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ

อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐานนฺติ ฯ

ททฺทลฺลวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ

๑ ม. ยุ กนิฏฺฐิกา ฯ

๑ กโรตนฺติปิ ทิสฺสติ ฯ

Royal Thai

ท่านรุ่งเรืองด้วยรัศมี ทั้งเป็นผู้เรืองยศ ย่อมรุ่งเรืองโรจน์ล่วงเทพเจ้าชาวดาวดึงส์ทั้งหมด ด้วยรัศมี ดิฉันไม่เคยเห็นท่านเพิ่งจะมาเห็นในวันนี้เป็นครั้งแรก ท่านมาจากเทวโลกชั้นไหน จึงมาเรียกดิฉันโดย

ชื่อเดิมว่า ภัททา ดังนี้เล่า?

นางสุภัททาเทพธิดาผู้น้องสาวตอบว่า

ข้าแต่พี่ภัททา ฉันชื่อว่าสุภัททา ในภพก่อนครั้งเป็นมนุษย์อยู่ ดิฉันได้เป็นน้องสาวของพี่ ทั้งได้เคยเป็นภริยาร่วมสามีเดียวกับพี่มาด้วยดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นมาแล้ว ได้มาเกิดเป็นเทพธิดาประจำสวรรค์

ชั้นนิมมานรดี.

นางภัททเทพธิดาจึงถามต่อไปอีกว่า

ดูกรแม่สุภัททา ขอเธอได้บอกการอุบัติของเธอในหมู่เทพเจ้า เหล่านิมมานรดี ซึ่งเป็นที่ๆ สัตว์ได้สั่งสมบุญกุศลไว้มาก แล้วจึงได้มาบังเกิด เธอได้มาเกิดในที่นี้ เพราะทำบุญกุศลสิ่งใดไว้ และใครเป็นครูผู้แนะนำสั่งสอนเธอ เธอเป็นผู้เรืองยศ และถึงความสุขพิเศษไพบูลย์ถึงเช่นนี้ เพราะได้ให้ทานและรักษาศีลเช่นไรไว้ ดูกรแม่เทพธิดาฉันถามเธอแล้ว นี่เป็นผลแห่งกรรมอะไร โปรดตอบฉันด้วย?

นางสุภัททาเทพธิดาตอบว่า

เมื่อชาติก่อน ดิฉันมีใจเลื่อมใส ได้ถวายบิณฑบาต ๘ ที่ แก่สงฆ์ผู้เป็นทักขิไณยบุคคล ๘ รูป ด้วยมือของตน เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะ

บุญกรรมนั้น.

นางภัททาเทพธิดาได้ถามต่อไปอีกว่า

พี่ได้เลี้ยงดูพระภิกษุทั้งหลาย ผู้สำรวมดี ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำ ด้วยมือของตนเอง มากกว่าเธอ ครั้นให้ทานมากกว่าเธอแล้ว ก็ยังได้บังเกิดในเหล่าเทพเจ้าต่ำกว่าเธอ ส่วนเธอได้ถวายทานเพียงเล็กน้อย อย่างไรจึงมาได้ผลอย่างพิเศษไพบูลย์ถึงเช่นนี้เล่า แน่ะแม่เทพธิดา ฉันถามเธอแล้ว นี่เป็นผลแห่งกรรมอะไร โปรด

ตอบฉันด้วย?

นางสุภัททาเทพธิดาตอบว่า

เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้เห็นพระภิกษุผู้อบรบทางจิตใจเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่จึงได้นิมนต์ท่านรวม ๘ รูปด้วยกัน มีพระเรวตเถระเป็นประธานด้วยภัตตาหาร ท่านพระเรวตเถระนั้นมุ่งจะให้เกิดประโยชน์ อนุเคราะห์แก่ดิฉัน จึงบอกดิฉันว่า จงถวายสงฆ์เถิด ดิฉันได้ทำตามคำของท่านทักขิณาของดิฉันนั้น จึงเป็นสังฆทาน ดิฉันให้เข้าตั้งไว้ในสงฆ์เป็นทานที่ไม่อาจปริมาณผลได้ว่า มีอยู่เท่าไร ส่วนทานที่คุณพี่ได้ถวายแก่ภิกษุ

ด้วยความเลื่อมใสเป็นรายบุคคล จึงมีผลไม่มาก.

นางภัททาเทพธิดา เมื่อจะรับรองความข้อนั้นจึงกล่าวว่า

พี่เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า การถวายสังฆทานนี้ มีผลมาก ถ้าว่าพี่ได้ไปบังเกิดเป็นมนุษย์อีก จักเป็นผู้รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ปราศจากความ

ตระหนี่ ถวายสังฆทาน และไม่ประมาทเป็นนิตย์.

เมื่อสนทนากันแล้ว นางสุภัททาเทพธิดาก็กลับไปสู่ทิพยวิมานของตนบนสวรรค์ชั้นนิมมานรดี ท้าวสักกเทวราชได้ทรงสดับการสนทนานั้น เมื่อนางสุภัททาเทพธิดากลับไปแล้วจึงตรัสถามนางเทพธิดาว่า

ดูกรนางภัททา เทพธิดาผู้นั้นเป็นใคร มาสนทนาอยู่กับเธอ

ย่อมรุ่งโรจน์กว่าเทพเจ้าเหล่าดาวดึงส์ทั้งหมดด้วยรัศมี?

นางภัททาเทพธิดา เมื่อจะบรรยายข้อที่สังฆทานของเทพธิดาผู้น้องสาวว่ามีผลมากจึงทูลว่า

ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เทพธิดาผู้นั้น เมื่อชาติก่อนยังเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นน้องสาวของหม่อมฉัน และได้เคยร่วมสามีเดียวกันกับหม่อมฉันด้วย เธอสั่งสมบุญกุศลคือถวาย

สังฆทาน จึงได้ไพโรจน์ถึงอย่างนี้ เพค๊ะ.

สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงสรรเสริญสังฆทาน จึงตรัสว่า ดูกร

นางภัททา น้องสาวของเธอไพโรจน์กว่าเธอ ก็เพราะเหตุในปางก่อนคือการถวายสังฆทานที่ไม่อาจจะปริมาณผลได้ อันที่จริง ฉันได้ทูลถามพระพุทธเจ้า ครั้งประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ถึงผลแห่งไทยธรรมที่ได้จัดแจงถวายในเขตที่มีผลมาก ของมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญให้ทานอยู่ หรือทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย จะถวายในบุคคลประเภทใดจึงจะมีผลมาก พระพุทธเจ้าตรัสตอบข้อความนั้นแก่ฉันอย่างแจ่มแจ้งว่า ท่านผู้ปฏิบัติเพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก และท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยมรรค ๔ จำพวก พระอริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรงดำรงมั่นอยู่ในปัญญาและศีล เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญถวายทานในท่านเหล่านี้

หรือทำบุญปรารภการเวียนเกิดเวียนตาย ทานที่ถวายในสงฆ์ ย่อมมีผลมาก พระสงฆ์นี้เป็นผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทานในท่านอย่างไพบูลย์ยากที่ใครจะปริมาณว่าเท่านี้ๆ ได้ เหมือนทะเลยากที่จะคาดคะเนได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ได้ ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แล เป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นเยี่ยมในหมู่นรชนเป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำเอาแสงสว่าง คือพระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมาชี้แจง ปวงชนที่ใคร่ต่อบุญเหล่าใด ถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักขิณาของเขาเหล่านั้นชื่อว่าเป็นทักขิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวงถูกต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบ เพราะทักขิณานั้นจัดเป็นสังฆทานมีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรงสรรเสริญชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้ เกิดปีติโสมนัส ก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่พร้อมทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ความลังเลในใจ และการตีตนเสมอท่าน อันเป็นมูลฐานเสียได้ทั้งจะไม่เป็นผู้ถูกผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่ๆ เป็นแดน

สวรรค์.

จบ ทัททัลลวิมานที่ ๖.

End of ๖. ทัททัลลวิมาน