arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค

๓. ปัลลังกวิมาน เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๑ (Royal Thai)3/10 in ปาริฉัตตกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๓. ปัลลังกวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปัลลังกวิมาน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค ปัลลังกวิมาน (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 48 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๓ ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสวณฺณจิตฺเต

ปุปฺผาภิกิณฺเณ สยเน อุฬาเร

ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว

อุจฺจาวจา อิทฺธิวิกุพฺพมานา

อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต

นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ

เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว

มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ

เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสติต ฯ

อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา

อฑฺเฒ กุเล สุณิสา อโหสึ

อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี

อปฺปมตฺตา อุโปสเถ

มนุสฺสภูตา ทหรา อปาปิกา

ปสนฺนจิตฺตา ปติมาภิราธยึ

ทิวา จ รตฺโต จ มนาปจารินี

อหํ ปุเร สีลวตี อโหสึ

ปาณาติปาตา วิรตา อโจริยา

สํสุทฺธกายา สุจิพฺรหฺมจารินี

อมชฺชปานา จ มุสา อภาณี

สิกฺขาปเทสุ ปริปูรการินี

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ ปสนฺนมานสา อหํ

อฏฺฐงฺคุเปตํ อนุธมฺมจารินี

อุโปสถํ ปีติมนา อุปาวสึ

อิมญฺจ อริยํ อฏฺฐงฺควเรหุเปตํ

สมาทยิตฺวา กุสลํ สุขุทฺรยํ

ปติมฺหิ กลฺยาณวสานุวตฺตินี

อโหสึ ปุพฺเพ สุคตสฺส สาวิกา

เอตาทิสํ กุสลํ ชีวโลเก

กมฺมํ กริตฺวาน วิเสสภาคินี

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ

เทวิทฺธิปตฺตา สุคติมฺหิ อาคตา

วิมานปาสาทวเร มโนรเม

ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน

สยมฺปภา เทวคณา รมนฺติ มํ

ทีฆายุกึ เทววิมานมาคตนฺติ ฯ

ปลฺลงฺกวิมานํ ตติยํ ฯ

Royal Thai

พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามนางเทพธิดานั้นด้วยคาถาความว่าดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ท่านอยู่บนที่นอนใหญ่เป็นบัลลังก์อันประเสริฐ อันบุญกรรมตกแต่งให้วิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ โรยดอกไม้ไว้เกลื่อนกล่น อนึ่ง รอบๆ ตัวท่าน เหล่านางเทพอัปสรมีร่างสมทรงแผลฤทธิ์ได้ต่างๆ ฟ้อนรำ ขับร้อง ให้ท่านร่าเริงบันเทิงใจอยู่เป็นนิจ ท่านเป็นนางเทพธิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพมากครั้ง เมื่อท่านยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านเป็นผู้มีอานุภาพอันรุ่งเรืองและมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญกรรมอะไร?

นางเทพธิดานั้นตอบว่า

ดิฉันเมื่อเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นบุตรสะใภ้ในตระกูลอันมั่งคั่งตระกูลหนึ่ง ดิฉันเป็นผู้ไม่โกรธ เป็นผู้ประพฤติอยู่ใต้บังคับบัญชาของสามี ไม่ประมาทในวันอุโบสถ เมื่อดิฉันยังเป็นสาวอยู่ เป็นผู้ภักดีด้วยการไม่ประพฤตินอกใจสามีหนุ่ม ดิฉันเป็นที่โปรดปรานของสามีเป็นอย่างยิ่ง ก็เพราะดิฉันมีน้ำใจผ่องใส ดิฉันได้ประพฤติตนให้เป็นที่ชื่นชอบใจของสามีทั้งกลางวันและกลางคืน ชาติก่อนดิฉันเป็นผู้มีศีลเป็นผู้บำเพ็ญในสิกขาบททั้งหลายอย่างครบถ้วน คือ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ มีการงานทางกายบริสุทธิ์ ประพฤติพรมจรรย์อย่างสะอาดไม่กล่าวคำเท็จ และเว้นขาดจากดื่มน้ำเมา ดิฉันมีใจเลื่อมใสประพฤติตามธรรม

ปลาบปลื้มใจ เข้ารักษาอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ประการ ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ครั้นดิฉันสมาทานกุศลธรรมอันประกอบด้วยองค์ ๘ประการอย่างประเสริฐ เป็นอริยะ มีความสุขเป็นกำไร เช่นนี้แล้วชาติก่อนดิฉันได้เป็นสาวิกของพระสุคตเจ้า ได้เป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของสามีเป็นอันดี ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมเช่นนี้ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีส่วนแห่งภพอันวิเศษ พอสิ้นชีพลงแล้ว ดิฉันจึงถึงความเป็นนางเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ ในอภิสัมปรายภพ มาสู่สวรรค์ห้อมล้อมด้วยหมู่นางเทพอัปสรในวิมานมีปราสาทอย่างประเสริฐ น่ารื่นรมย์ คณะเทพเจ้าและเหล่านางเทพธิดาทั้งหลาย ซึ่งมีรัศมีซ่านออกจากกายตน พากันมาชื่นชมยินดีกับดิฉันผู้มีอายุยืน มาสู่เทพวิมาน.

จบ ปัลลังกวิมานที่ ๓.

End of ๓. ปัลลังกวิมาน