พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท
๑๐. ทัณฑวรรค เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๐ (Royal Thai)10/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ทัณฑวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 42 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 25, pp. 65–70
๑๐. ทัณฑวรรค ๓. เรื่องเด็กชายหลายคน
๑๐. ทัณฑวรรค
๑. เรื่องภิกษุฉัพพัคคีย์
{๒๐} [๑๒๙] สัตว์ทุกประเภทย่อมหวาดสะดุ้งต่ออาชญา ย่อมกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น บุคคลพึงเปรียบเทียบกับตัวเองแล้ว ไม่พึงฆ่าเอง ไม่พึงใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
๒. เรื่องภิกษุฉัพพัคคีย์
[๑๓๐] สัตว์ทุกประเภทย่อมหวาดสะดุ้งต่ออาชญา รักชีวิตของตนด้วยกันทั้งนั้น บุคคลพึงเปรียบเทียบกับตัวเองแล้ว ไม่พึงฆ่าเอง ไม่พึงใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
๓. เรื่องเด็กชายหลายคน
[๑๓๑] สัตว์ผู้เกิดมาแล้วก็อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขด้วยกัน บุคคลแสวงหาความสุขให้ตน แต่ไปเบียดเบียนผู้อื่นด้วยไม้เป็นต้น เขาตายไปแล้วจะไม่ได้รับความสุขเลย
- ๑อาชญา (ทัณฑะ) ตามความของวรรคนี้หมายถึงการใช้กำลังทำร้าย เช่น ฆ่า หรือเบียดเบียน บุคคลอื่นสัตว์อื่นให้ได้รับความเดือดร้อน โดยการใช้สรรพาวุธ เช่น ท่อนไม้หรือก้อนดิน และ วาจาที่หยาบคายให้ร้ายป้ายสี ตลอดถึงการลงโทษทัณฑ์หรือราชภัย (นัย ขุ.ธ.อ. ๕/๔๐-๕๘)
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท
[๑๓๒] สัตว์ผู้เกิดมาแล้วก็อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขด้วยกัน บุคคลแสวงหาความสุขให้ตนแต่ไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น ด้วยไม้เป็นต้น เขาตายไปแล้วจะได้รับความสุขแน่นอน
๔. เรื่องพระโกณฑธานเถระ
[๑๓๓] ท่านอย่าได้กล่าวคำหยาบกะใคร ๆ ผู้ที่ถูกท่านว่า เขาก็ จะตอบโต้ท่าน เพราะว่าการกล่าวแข่งดีกันเป็นเหตุให้ เกิดทุกข์ อาชญาตอบโด้ก็จะถูกท่านเข้าบ้าง[๑๓๔] ถ้าท่านไม่ทำตนให้หวั่นไหวดุจกังสดาลที่ถูกทำให้ชำรุด แล้วไซร้ ท่านนั้นก็จะเป็นผู้บรรลุนิพพานได้ ความแข่งดีกันก็จะไม่มีแก่ท่าน
๕. เรื่องอุโบสถกรรม
[๑๓๕] ความแก่และความตายย่อมต้อนอายุของสัตว์ทั้งหลายไป เหมือนคนเลี้ยงโคใช้ไม้ต้อนฝูงโคไปยังที่หากินฉะนั้น
๖. เรื่องอชครเปรต
[๑๓๖] คนพาล มีปัญญาทรามทำบาปกรรมอยู่ก็ไม่รู้สึก ภายหลังจะต้องเดือดร้อนเพราะการกระทำของตนเองเหมือน ถูกไฟไหม้ฉะนั้น
๑๐. ทัณฑวรรค ๘. เรื่องภิกษุมีภัณฑะมาก
๗. เรื่องพระมหาโมคคัลลานเถระ
[๑๓๗] ผู้ที่ประทุษร้ายด้วยความผิดในผู้ไม่ประทุษร้ายตอบซึ่งไม่มีความผิด ย่อมประสบเหตุแห่งความทุกข์ ๑๐ ประการ อย่างใดอย่างหนึ่งทันตาเห็นทีเดียว คือ
[๑๓๘] เวทนาแรงกล้า ๑ เสื่อมเสียทร้พย่ ๑ ร่างกายแตกดับ ๑ ป่วยหนัก ๑ จิตฟุ้งซ่าน ๑
[๑๓๙] อุปสรรคจากราชภัย๑ ถูกใส่ความอย่างร้ายแรง ๑ สิ้นญาติที่จะให้พึ่งพาอาศัย ๑ ทรัพย์สมบัติพินาศไป ๑
[๑๔๑] ไฟไหม้บ้าน ๑ อนึ่ง ผู้ทรามปัญญานั้นแตกดับไป ย่อมเข้าถึงนรก
๘. เรื่องภิกษุมีภัณฑะมาก
๑๔๑] การประพฤติเป็นคนเปลือยย่อมนำสัตว์ผู้ยังไม่ล่วงพ้น ความสงสัยให้บริสุทธิ์ไม่ได้ การเกล้าชฎาก็ไม่ได้ การ นอนที่เปือกตมก็ไม่ได้ การอดอาหารก็ดี การนอนบนพื้นดินก็ดี ความเป็นผู้มีกายหมักหมมด้วยธุลีก็ดี การทำความเพียรด้วยการนั่งกระหย่งก็ดี ก็ไม่ได้เช่นกัน
- ๑ผู้ไม่ประทุษร้ายตอบซี่งไม่มีความผิด หมายถึงพระอรหันตขีณาสพซึ่งเป็นผู้ปราศจากความผิดทางกาย เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๕/๕๘)
- ๒อุปสรรคจากราชภัย หมายถึงการถูกถอดยศ ปลดจากตำแหน่ง เป็นต้น (ข.ธ.อ. ๕/๕๘)
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท
๙.เรื่องสันตติมหาอำมาตย์
[๑๔๒] แม้ถ้าบุคคลประดับแล้ว เป็นผู้สงบ ฝึกตน เที่ยงตรง ในมรรค ประพฤติธรรมประเสริฐ ปล่อยวางอาชญา ในสัตว์ทุกจำพวก ประพฤติตนอย่างนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ ผู้นั้นชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ เป็นภิกษุ
๑๐. เรื่องพระปิโลติกติสสเถระ
[๑๔๓] ในโลกนี้มีคนไม่กี่คนที่กีดกันความคิดอกุศลด้วยความละอายแก่ใจได้ บุคคลที่กำจัดความหลับ ตื่นอยู่ได้ เหมือนม้าดีปฏิบัติตนดีไม่ให้ถูกลงแส้ หาได้ยาก
[๑๔๔] ท่านทั้งหลายจงมีความเพียร มีความสลดใจ เหมือน ม้าดีที่ถูกเฆี่ยนด้วยแส้แล้วมีความพยายามมากยิ่งขึ้นฉะนั้น ท่านทั้งหลายผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล วิริยะ สมาธิ และการวินิจฉัยธรรม สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ มีสติมั่นคง จะละวัฏทุกข์อันมีประมาณไม่น้อยนี้ได้
- ๑ในที่นี้ เป็นพราหมณ์ หมายถึงเป็นผู้ลอยบาปได้ เป็นสมณะ หมายถึ็งเป็นผู้สงบระงับบาปได้ เป็น ภิกษุ หมายถึงเป็นผู้ทำลายกิเลสได้ (ขุ.ธ.อ. ๕/๖๘)
- ๒มีความสลดใจ หมายถึงมีสโหตตัปปญาณ ญาณที่ประกอบด้วยโอตตัปปะ คือมีความสะดุ้งกลัว ภัยที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยเหตุแห่งความสลดใจมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นต้น (นัย ขุ.อิติ.อ. ๑๓๑)
- ๓สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ คำว่า วิชชา หมายถึงญาณ คือความรู้แจ้ง ความรู้วิเศษ จำแนก เป็นวิชชา ๓ มีปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ญาณที่ทำให้ระลึกชาติได้ เป็นต้น และ วิชชา ๘ คือ วิปัสสนาญาณ ความรู้แจ้งวิปัสสนาหรือญาณทัสสนะ มโนมยิทธิญาณ ความรู้แจ้งด้วยฤทธิ์ทางใจ และอภิญญาอีก ๖ {ดู สามัญญผลสูตร ที.สี. (แปล) ๙/๒๓๔-๒๔๙/๑๑๑-๑๒๑}
๑๑. ทัณฑวรรค ๑๑. เรื่องสุขสามเณร
๑๑. เรื่องสุขสามเณร
[๑๔๕] แท้จริง คนทดป้าย่อมซักนํ้าไปได้ ช่างศรย่อมดัดลูกศร ให้ตรงได้ ช่างถากย่อมกากไมให้ตรงได้ ฉ้นใด ผู้มีความ ประพฤติดีทั้งหลายก็ย่อมสิกฝึนตนให้ตรงได้ ฉันนั้น
จบ ทัณฑวรรคที่ ๑๑
- คำว่า จรณะ หมายถึงคุณธรรมเครื่องประพฤติปฏิบัติให้ลุถึงวิชชาหรือนิพพาน มี ๑๕ คือ (๑) สีลสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยศีล (๒) อินทรียสังวร การสำรวมอินทรีย์ (๓) โภชเนมัตตัญณุตา ความรู้จักประมาณในการบริโภค (๔) ชาคริยานุโยค การหมั่นประกอบความเพียร สัทธรรม ๗ คือ (๑) มีศรัทธา (๒) มีหิริ (๓) มีโอตตัปปะ (๔) เป็นพหูสูต (๕) ปรารภความเพียร (๖) มีสติมั่นคง (๗) มีป้ญญา รูปาวจรฌาน ๔ (๑) ปฐมฌาน (๒) ทุติยฌาน (๓) ตติยฌาน (๔) จตุตถฌาน (สํ.ส.อ. ๒๐๘)
- ๑ผู้มีความประพฤติดี ในที่นี้หมายถึงผู้ว่าง่าย สอนง่าย (ขุ.ธ.อ. ๕/๘๒)
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท
๑๑. ชราวรรค
หมวดว่าด้วยสิ่งที่ครํ่าคร่าชราทรุดโทรม
๑. เรื่องหญิงสหายของนางวิสาขา
{๒๑} [๑๔๖] เมื่อเหล่าสัตว์ที่อยู่ในโลกเร่าร้อนอยู่เป็นนิจ พวกเธอยัง จะมัวร่าเริงบันเทิงใจอะไรกันเล่า พวกเธอถูกความมืด คืออวิชชาปกคลุมแล้ว ไยจึงไม่แสวงหาแสงสว่างคือ ปัญญากันเล่า
๒. เรื่องนางสิริมา
[๑๔๗] เธอจงดูอัตภาพที่กรรมทำให้วิจิตร มีปากแผล (ทวาร) ๙ แห่ง มีกระดูก ๓๐๐ ท่อนเป็นโครง มีความเจ็บไข้ ได้ป่วยอยู่เป็นนิจ ที่คนเป็นอันมากคิดถึงกัน ซึ่งไม่มี ความยั่งยืนมั่นคงเลย
๓. เรื่องพระอุตตราเถรี
[๑๔๘] สรีระนี้แก่ลงแล้ว เป็นรังของโรค ทรุดโทรมผุพังไป ร่างกายอันเปื่อยเน่าย่อมแตกดับไป เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด
End of ๑๐. ทัณฑวรรค