พระอภิธรรมปิฎก ยมก · อนุสยยมก
อนุโลม เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๙๖–๑๕๖๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๑ ในอนุสยยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ฉักกมูลกนัย
พระอภิธรรมปิฎก ยมก อนุสยยมก อนุโลม (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๘ หน้า ๗๘๔–๘๔๔
เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยได้แล้ว แต่ กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยได้แล้วอนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้วและก็ละกามราคานุสัย ได้แล้วอนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้วและก็ละกามราคานุสัย ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละ วิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยได้แล้วอนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละ อวิชชานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว
อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่มานานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้วและก็ละมานานุสัยได้แล้วอนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยได้แล้ว แต่ ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยได้แล้วปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้ว แต่มานานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้วและก็ละมานานุสัยได้แล้ว
อนุ. บุคคลละทิฏฐานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้ แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยได้แล้วปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้ว แต่ ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละ มานานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใน ที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยได้แล้ว แต่ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยและกามราคานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน ทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัย ในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยใน ที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยได้แล้ว แต่ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยและกามราคานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน ทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัย ในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและ ปฏิฆานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัย ในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่ใดได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกข เวทนา บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละกามราคา นุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว อรหันตบุคคล ในเวทนา ๒ ใน กามธาตุ บุคคลนั้นละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละมานานุสัยได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้น ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล นั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วและ ก็ละกามราคานุสัยได้แล้วอนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคล เหล่านั้นละทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล เหล่านั้นละทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยได้แล้ว บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละทิฏฐานุสัยในที่ นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละทิฏฐานุสัย ในที่นั้นได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยได้แล้วอนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยใน ที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่า นั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล เหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยได้แล้ว บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใน ที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละกามราคานุสัยใน ที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละอวิชชานุสัยได้แล้ว อรหันตบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละอวิชชานุสัยได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่า นั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้ แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยได้แล้วอนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละอวิชชานุสัยแล้วได้ อรหันตบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละปฏิฆานุสัย ในที่นั้นได้แล้วและก็ละอวิชชานุสัยได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ในที่นั้นได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยใน ที่นั้นได้แล้ว แต่มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล เหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว อรหันตบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละมานานุสัย ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่ นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว และก็ละภวราคานุสัยได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่น แหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ในที่นั้นได้แล้วและก็ละมานานุสัยได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยในที่นั้น ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคา นุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละภวราคานุสัยได้แล้ว อรหันตบุคคล ใน เวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ และอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละอวิชชานุสัยได้แล้ว อรหันต บุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นได้แล้วและก็ละอวิชชานุสัยได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่ นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยใน ที่นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว และก็ละภวราคานุสัยได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคล นั้นก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้น ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัย และกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ ได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
แต่ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา นุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ ภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ อวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่ นั้นได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย และกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ ปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใด ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ กามราคานุสัยและมานานุสัยได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา นุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุ และอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและ กามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น ละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ มานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆา นุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ มานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าว ว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น ละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา นุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยและมานานุสัยได้แล้วปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละ วิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว กามราคา นุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” อนาคามีบุคคลในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัย ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้น นั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่นั้นได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ ทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคา นุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้ แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ ”ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมในปหีนวาร จบ
๕. ปหีนวาร
ปฏิโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัย ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่มิใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้ แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว แต่มิใช่ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้ แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัย ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหมวิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยไม่ ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว ใช่ไหมวิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ ละมานานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้ แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไมใช่ละ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว และก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่ ฯลฯ
ปัญจกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๒ จำพวก ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและ ก็ละ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๒ จำพวก ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว และก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชา นุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละ กามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่ได้ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ได้ละแล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่ ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่ ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยใน ธาตุที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหมวิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยใน ธาตุนั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้น ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละ มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยและกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยไม่ ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วแล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยและกามราคานุสัยไม่ได้ แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน ทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัย ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย กาม ราคานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้ แล้ว”อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละภวราคานุสัยและมานานุสัย ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัย ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้ แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคล ละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยในไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานา นุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละได้เฉพาะมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคา นุสัย และมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา นุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
ปฏิโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ ได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ กามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้น ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละปฏิฆานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใน ที่นั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัย ไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้น ไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล นั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉา นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหมวิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ ภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้วปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละภวราคา นุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ใน รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัย ไม่ได้แล้วอนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล นั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคล นั้นก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยใน ที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ใน กามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ละมานานุสัยและกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉา นุสัยและกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉา นุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชา นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุ และอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้น นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและ ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใด ไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล นั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ ได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ไม่ได้แล้วปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้น นั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละอวิชชา นุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ ทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละภวราคา นุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล นั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่ นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ได้ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐา นุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละ
อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ ได้แล้ว” บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานา นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ ได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละ อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กาม ราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น ไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้ แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้ แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย มานา นุสัยและภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้ แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้น ไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
ปฏิโลมในปหีนวาร จบ
ปหีนวาร จบ
๖. อุปปัชชหนวาร
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดเกิด ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิด ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดเกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดเกิด มานานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดเกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิดใช่ไหม
วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลเกิด แต่กามราคานุสัยไม่เกิด มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกเกิดและกามราคานุสัยก็เกิด
(พึงขยายความให้พิสดาร)
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่เกิด ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่เกิด ใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่เกิด แต่มานานุสัยมิใช่ไม่เกิด กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลไม่เกิดและมานานุสัยก็ไม่เกิดปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่เกิด ใช่ไหม
วิ. ใช่
(พึงขยายความให้พิสดาร)
อุปปัชชนวาร จบ
๗. ธาตุปุจฉาวาร
กามธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะ เท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัย นอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
กามธาตุมูลกนัย จบ
- ๑คำว่า อนุสยภังคะ แปลว่าความแตกดับแห่งอนุสัย
รูปธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติอยู่ในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
รูปธาตุมูลกนัย จบ
อรูปธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
อรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่า ไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นกามธาตุมูลกนัย จบ
นรูปธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นรูปธาตุมูลกนัย จบ
นอรูปธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามนอรูปธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย นอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ
มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นกามนอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นรูปนอรูปธาตุมูลกนัย
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไรบุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นรูปนอรูปธาตุมูลกนัย จบ
จบ อนุโลม