arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก · ขันธยมก

สุทธขันธวาร ๒ เล่ม ๓๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗–๗๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๙ ในขันธยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก ขันธยมก สุทธขันธวาร ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๒ หน้า ๑๐๐–๑๐๖

หน้า ๑๐๐

สุทธขันธวาระ อนุโลม

[๖๗] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูขันธ์.

[๖๘] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๖๙] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๗๐] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

หน้า ๑๐๑

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๗๑ ] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

สุทธขันธวาระ อนุโลม จบ

หน้า ๑๐๒

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก

[๗๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูปและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๗๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนาชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๗๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญาชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว ภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

หน้า ๑๐๓

[ ๗๕ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสังขารชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสังขารและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสังขารและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๗๖ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก จบ

หน้า ๑๐๔

อรรถกถาสุทธักขันธวาระ

ใน สุทธักขันธวาระ คำถามว่า " รูปํ ขนฺโธ " ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่า ขันธ์ ใช่ไหม ? ย่อมตรัสถามว่า " รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง "ที่กล่าวว่า " รูป " รูปนั้นทั้งหมดเป็นขันธ์หรือ " ในคำถามนั้นเพราะรูปกล่าวคือ ปิยรูปสาตรูป ก็ดี ภูตรูป และ อุปาทารูปทั้งหมดก็ดี ถึงการสงเคราะห์ในขันธ์ ๕. เพราะฉะนั้นพระองค์จึงตรัสรับรองว่า อามนฺตา ใช่.

ในทุติยบท ควรถามว่า " ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูป ใช่ไหม ? "เพราะพระองค์ทั้งอธิบายรูปขันธ์ไว้ด้วยคำว่า รูป แล้ว ฉะนั้นจึงไม่ทรงคำนึงถึง เมื่อจะตรัสถามด้วยอำนาจแห่งอรรถ จึงตรัสว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์ ใช่ไหม ? พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวงโดยอุบายนี้ แม้ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกเป็นต้น ข้างหน้าก็นัยนี้.

แม้ในคำถามที่ว่า " สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ = ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ? " นี้, ทิฏฐิสัญญา ก็ดีสัญญา ก็ดี พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา = ใช่ เพราะความที่แห่งทิฏฐิสัญญาและสัญญา แม้ทั้งหมดก็เป็นขันธ์.

แม้ในบทว่า " สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ = สังขาร ชื่อว่าสังขารขันธ์หรือ " ก็มีนัยนี้ ชื่อว่า สังขารที่พ้นจากความเป็นขันธ์ย่อมไม่มี.

หน้า ๑๐๕

ในปฏิโลม คำถามว่า " นรูปํ นขนฺโธ = ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ? " ดังนี้ พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสถามว่าธรรมชาติใดไม่ใช่รูป ธรรมชาตินั้นก็ไม่ใช่ขันธ์ ใช่ไหม ? ก็ในวิสัชนาปัญหานั้นว่า " รูปํ ฐเปตฺวา อวเสสา ขนฺธา น รูปํ ขนฺธา ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์ "อธิบายว่า ขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้น อื่นจากรูปไม่ชื่อว่ารูป แต่ชื่อว่าขันธ์.

บทว่า " รูปญฺจ ขนฺเธ จ ฐเปตฺวา อวเสสา = ยกเว้นรูปและขันธ์ทั้งหลาย ธรรมที่เหลือ " ดังนี้ ได้แก่ บัญญัติและนิพพานที่พ้นจากขันธ์ห้า ในบทว่า " อวเสสา " แม้เหล่าอื่นจากบทนี้ก็มีนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้.

อรรถกถาสุทธักขันธวาระ จบ

หน้า ๑๐๖

สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

[๗๗] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๗๘] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๗๙] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[๘๐] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ สุทธขันธวาร ๒