arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · ปุคคลบัญญัติ

สัตตกนิทเทส เล่ม ๓๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๘–๑๔๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๘/๒๑ ในปุคคลบัญญัติมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สตฺตกนิทฺเทโส

สัตตกนิทเทส

[บุคคล ๗ จำพวก]

พระอภิธรรมปิฎก ปุคคลบัญญัติ สัตตกนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๖)

บาลี (สยามรัฐ)

กถญฺจ ปุคฺคโล สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโคว โหติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สมนฺนาคโต โหติ เอกนฺตกาฬเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ เอวํ ปุคฺคโล สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโคว โหติ ฯ กถญฺจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชติ สาหุสทฺธากุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุโอตฺตปฺปกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุวิริยกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุปญฺญากุสเลสุ ธมฺเมสูติ ตสฺส สา สทฺธา เนว ติฏฺฐติ โน วฑฺฒติ หายติเยว ตสฺส สา หิริ เนว ติฏฺฐติ โน วฑฺฒติ หายติเยว ตสฺส ตํ โอตฺตปฺปํ เนว ติฏฺฐติ โน วฑฺฒติ หายติเยว ตสฺส ตํ วิริยํ เนว ติฏฺฐติ โน วฑฺฒติ หายติเยว ตสฺส สา ปญฺญา เนว ติฏฺฐติ โน วฑฺฒติ หายติเยว เอวํ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชติ ฯ

กถญฺจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ฐิโต โหติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชติ สาหุสทฺธากุสเลสุ ธมฺเมสุ ... สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุโอตฺตปฺปกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุวิริยกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุปญฺญากุสเลสุ ธมฺเมสูติ ตสฺส สา สทฺธา เนว หายติ โน วฑฺฒติ ฐิตา โหติ ตสฺส สา หิริ เนว หายติ โน วฑฺฒติ ฐิตา โหติ ตสฺส ตํ โอตฺตปฺปํ เนว หายติ โน วฑฺฒติ ฐิตํ โหติ ตสฺส ตํ วิริยํ เนว หายติ โน วฑฺฒติ ฐิตํ โหติ ตสฺส สา ปญฺญา เนว หายติ โน วฑฺฒติ ฐิตา โหติ เอวํ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ฐิโต โหติ ฯ

กถญฺจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา วิปสฺสติ วิโลเกติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชติ สาหุสทฺธากุสเลสุ ธมฺเมสุ ... สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุโอตฺตปฺปกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุวิริยกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุปญฺญากุสเลสุ ธมฺเมสูติ โส ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน เอวํ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา วิปสฺสติ วิโลเกติ ฯ

กถญฺจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ปตรติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชติ สาหุสทฺธากุสเลสุ ธมฺเมสุ ... สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุโอตฺตปฺปกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุวิริยกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุปญฺญากุสเลสุ ธมฺเมสูติ โส ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามี โหติ สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ เอวํ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ปตรติ ฯ

กถญฺจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ปฏิคาธปฺปตฺโต โหติ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชติ สาหุสทฺธากุสเลสุ ธมฺเมสุ ... สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุโอตฺตปฺปกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุวิริยกุสเลสุ ธมฺเมสุ สาหุปญฺญากุสเลสุ ธมฺเมสูติ โส ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา เอวํ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ปฏิคาธปฺปตฺโต โหติ ฯ กถญฺจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ติณฺโณ โหติ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชติ สาหุสทฺธากุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุโอตฺตปฺปกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุหิริกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุมฺมุชฺชติ สาหุปญฺญากุสเลสุ ธมฺเมสูติ โส อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอวํ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ติณฺโณ โหติ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลจมแล้วคราวเดียว ย่อมจมอยู่นั่นเอง เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยอกุศลธรรมอันดำโดย ส่วนเดียว บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า บุคคลจมแล้วคราวเดียว ย่อมจมอยู่นั่นเอง

บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว จมลงอีก เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือสัทธาอันดี ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือหิริอันดี ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือโอตตัปปะอันดี ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือวิริยะอันดี

ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือปัญญาอันดี สัทธาของบุคคลนั้นย่อมไม่ตั้งอยู่ได้ ย่อมไม่เจริญย่อมเสื่อมไปถ่ายเดียว หิริของบุคคลนั้นไม่ตั้งอยู่ได้ ย่อมไม่เจริญ ย่อมเสื่อมไปถ่ายเดียว

โอตตัปปะของบุคคลนั้น ย่อมไม่ตั้งอยู่ได้ ย่อมไม่เจริญ ย่อมเสื่อมไปโดยถ่ายเดียว วิริยะของบุคคลนั้นย่อมไม่ตั้งอยู่ได้ ย่อมไม่เจริญ ย่อมเสื่อมไปถ่ายเดียว ปัญญาของบุคคลนั้น ย่อมไม่ตั้งอยู่ได้ ย่อมไม่เจริญ ย่อมเสื่อมไปถ่ายเดียว บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นแล้ว จมลงอีก

บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว หยุดอยู่ เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือสัทธาอันดี ในกุศลธรรมคือหิริอันดีในกุศลธรรมคือโอตตัปปะอันดี ในกุศลธรรมคือวิริยะอันดีในกุศลธรรมคือปัญญาอันดี สัทธาของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่หิริของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่โอตตัปปะของบุคคลนั้น ไม่เสื่อมไม่เจริญ คงตั้งอยู่ วิริยะของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญคงตั้งอยู่ ปัญญาของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่ บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นแล้วหยุดอยู่

บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว เหลียวมองดู เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ โผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือสัทธาอันดี ในกุศลธรรมคือหิริอันดีในกุศลธรรมคือโอตตัปปะอันดี ในกุศลธรรมคือวิริยะอันดี ในกุศลธรรมคือปัญญาอันดี บุคคลนั้นเป็นพระโสดาบัน เป็นผู้มีอันไม่ตกไปในอบายภูมิเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง เป็นผู้มีความตรัสรู้เป็นที่ในเบื้องหน้า เพราะสัญโญชน์ ๓ สิ้นไปแล้ว บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นแล้ว เหลียวมองดู

บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว ว่ายข้ามไป เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือสัทธาอันดี ในกุศลธรรมคือหิริอันดีในกุศลธรรมคือโอตตัปปะอันดี ในกุศลธรรมคือวิริยะอันดีในกุศลธรรมคือปัญญาอันดี บุคคลนั้นชื่อว่า เป็นพระสกทาคามี เพราะสัญโญชน์๓ สิ้นไปแล้ว เพราะราคะ โทสะ และโมหะเบาบางลง มาสู่โลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ย่อมกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ บุคคลอย่างนี้ชื่อว่าโผล่ขึ้นแล้วว่ายข้ามไป

บุคคลโผล่ขึ้นแล้วและว่ายไปถึงที่ตื้นพอหยั่งถึงแล้ว เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือสัทธาอันดี ในกุศลธรรมคือหิริอันดีในกุศลธรรมคือโอตตัปปะอันดี ในกุศลธรรมคือวิริยะอันดีในกุศลธรรมคือปัญญาอันดี บุคคลนั้นเป็นอุปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ สิ้นไปแล้ว จะปรินิพพานในเทวโลกนั้น

เป็นผู้มีอันไม่กลับมาจากเทวโลกนั้นเป็นธรรมดา บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นแล้วและว่ายไปถึงที่ตื้นพอหยั่งถึงแล้ว

บุคคลโผล่ขึ้นและว่ายข้ามไปถึงฝั่งแล้ว เป็นพราหมณ์ยืนอยู่บนบก เป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือสัทธาอันดี ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือหิริอันดี ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือโอตตัปปะอันดี ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือวิริยะอันดีย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรมคือปัญญาอันดี บุคคลนั้นรู้ยิ่งด้วยตนเองแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว เข้าถึงแล้วซึ่งเจโตวิมุติ ซึ่งปัญญาวิมุติชื่อว่าหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปแล้ว สำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐธรรมเทียว บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นและว่ายข้ามไปถึงฝั่งแล้วเป็นพราหมณ์ยืนอยู่บนบก

บาลี (สยามรัฐ)

กตโม จ ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต ฯ กตโม จ ปุคฺคโล ปญฺญาวิมุตฺโต กายสกฺขี ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต ธมฺมานุสารี ฯ กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ สทฺธาวาหึ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี ฯ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สทฺธานุสารี ฯ ผเล ฐิโต สทฺธาวิมุตฺโตติ ฯ

สตฺตกนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย สำเร็จอิริยาบถอยู่ และอาสวะทั้งหลายของบุคคลนั้น สิ้นไปแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา นี้เรียกว่าบุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต

บุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต บุคคลผู้เป็นกายสักขี บุคคลผู้เป็นทิฐิปัตตะ บุคคลผู้เป็นสัทธาวิมุต บุคคลผู้เป็นธัมมานุสารี เป็นไฉน? และบุคคลผู้เป็นสัทธานุสารี เป็นไฉน

สัทธินทรีย์ของบุคคลใด ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง โสดาปัตติผลมีประมาณยิ่ง อบรมอริยมรรค มีสัทธาเป็นตัวนำ มีสัทธาเป็นประธาน นี้เรียกว่า บุคคลผู้เป็นสัทธานุสารี บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล ชื่อว่าสัทธานุสารีผู้ตั้งอยู่แล้วในผล ชื่อว่าสัทธาวิมุตด้วยประการดังนี้แล

สัตตกนิทเทส จบ

จบ สัตตกนิทเทส