arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัปปฏิฆทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๓–๒๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๓ ในสัปปฏิฆทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เหตุ

๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๒ หน้า ๑๐๕–๑๑๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๒ หน้า ๑๔๔–๑๕๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. อปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑) อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. อปฺปฏิฆา เหตู สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. อปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ โดย เหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูป ที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. จกฺขุํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ ฯเปฯ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ. รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ สปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส, อนาคตํสญาณสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ, ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ, ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ, ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ, นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ. นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส, โวทานสฺส, มคฺคสฺส, ผลสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. อริยา ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ. ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ. วตฺถุํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯเปฯ อาโปธาตุํ. กพฬีการํ อาหารํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. เจโตปริยญาเณน อปฺปฏิฆจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ. อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส ฯเปฯ อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ฯเปฯ อปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส, เจโตปริยญาณสฺส, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส, ยถากมฺมูปคญาณสฺส, อนาคตํสญาณสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัย แก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น เห็นแจ้ง หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ ฯลฯ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่กระทบไม่ได้ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และ อาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธิปติ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: จกฺขุํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ. ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ. ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ, ผลํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ, นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ. นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส, โวทานสฺส, มคฺคสฺส, ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. วตฺถุํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯเปฯ อาโปธาตุํ, กพฬีการํ อาหารํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อธิปติปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ ฯลฯ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนนฺตร อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนันตรปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อน ๆ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สมนนฺตร อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมนันตรปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สหชาตาทิ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. นว. อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย. ฉ. นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. นว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สหชาตปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุปนิสฺสย สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุตุํ. เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. อุตุ. เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย. อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. สีลํ ฯเปฯ กายิกํ สุขํ. กายิกํ ทุกฺขํ. โภชนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. สทฺธา ฯเปฯ โภชนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อุปนิสสยปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุและเสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ อุตุและเสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโภชนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ โภชนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปุเรชาต สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ. รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุ-ปุเรชาตํ. อารมฺมณปุเรชาตํ: วตฺถุํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ. ปุริสินฺทฺริยํ. ชีวิตินฺทฺริยํ. อาโปธาตุํ. กพฬีการํ อาหารํ อนิจฺจโต เปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณ-ปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. จกฺขายตนญฺจ วตฺถุ จ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ วตฺถุ จ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปุเรชาตปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ

อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัยวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ

อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น

วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะและหทัยวัตถุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปจฺฉาชาต อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (ทฺวินฺนมฺปิ มูลา กาตพฺพา.) (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปัจฉาชาตปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด ก่อนซึ่งกระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (สำหรับปัจจัยทั้ง ๒ พึงเพิ่มบท ที่เป็นมูล) (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาเสวน อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ฯเปฯ โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อาเสวนปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อน ๆ ฯลฯ โวทานเป็นปัจจัยแก่ มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กมฺม อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานาขณิกา. สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโยง สหชาตาล นานาขณิกา. สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโยง ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา สปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานากฺขณิกา. สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กัมมปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ

สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะสหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบ ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะสหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๓)

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑วาระ
บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปาก อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย. วิปาโก อปฺปฏิโฆ ฯเปฯ ตีณิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิปากปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปากปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากซึ่งกระทบไม่ได้ ฯลฯ มี ๓ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาหาร อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อปฺปฏิฆา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. (อวเสสา เทฺวปิ ปญฺหา กาตพฺพา. ปฏิสนฺธิ กพฬีกาโร อาหาโร ทฺวีสุปิ กาตพฺโพ อคฺเค.) (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อาหารปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย (พึงเพิ่ม ๒ วาระที่เหลือ แม้ในวาระทั้ง ๒ ก็พึงเพิ่มปฏิสนธิและกวฬิงการาหาร ไว้ในตอนท้ายด้วย) (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อินฺทฺริยาทิ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุ วิญฺญาณสฺส ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ กายวิญฺญาณสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. (ตีสุปิ ชีวิตินฺทฺริยํ อคฺเค กาตพฺพํ.) (๓)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. จกฺขุนฺทฺริยญฺจ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ กายินฺทฺริยญฺจ กายวิญฺญาณญฺจ กายวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. เอกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อินทรียปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ (แม้ในวาระทั้ง ๓ ก็พึงเพิ่มชีวิตินทรีย์ไว้ในตอนท้ายด้วย) (๓)

สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ จักขุนทรีย์และจักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย ฯลฯ กายินทรีย์และกายวิญญาณเป็นปัจจัย แ่ก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาระ เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปฺปยุตฺต สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตํ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วิป อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ.. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตํ: วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิปปยุตตปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ โดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดย วิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัยปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย

ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบ ได้และที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่ง กระทบได้และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตฺถิ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. เอกํ. (ปฏิจฺจสทิสา ปฐมปญฺหา). (๑)

สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. สหชาตา: สปฺปฏิฆา มหาภูตา อาโปธาตุยา อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สปฺปฏิฆา มหาภูตา อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ, กฏตฺตารูปานํ, อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. โผฏฺฐพฺพายตนํ อิตฺถินฺทฺริยสฺส ฯเปฯ กพฬีการสฺส อาหารสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. พาหิรํ. อาหารสมุฏฺฐานํ. อุตุสมุฏฺฐานํ. อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ. รูปายตนญฺจ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ กายายตนญฺจ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย (๒)

สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อาโปธาตุยา จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ (ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา). (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อัตถิปัจจัย

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ (วาระที่ ๑ เหมือนกับปฏิจวาร) (๑)

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ มหาภูตรูปที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่อาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มี อุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ

ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้ และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึง อสัญญสัตตพรหม) (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. สหชาโต: อปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ ฯเปฯ (ยาว อสญฺญสตฺตา.) ปุเรชาตํ: วตฺถุํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ. ปุริสินฺทฺริยํ. ชีวิตินฺทฺริยํ. อาโปธาตุํ. กพฬีการํ อาหารํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. รูปชีวิตินฺทฺริยํ อปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ อาโปธาตุ สปฺปฏิฆานํ มหาภูตานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. อาโปธาตุ สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ, กฏตฺตารูปานํ, อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. อาโปธาตุ จกฺขายตนสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. พาหิรํ. อาหารสมุฏฺฐานํ. อุตุสมุฏฺฐานํ. อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. รูปชีวิตินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. สหชาโต: อปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ ฯเปฯ (ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา.) ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. รูปชีวิตินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย อัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม)

ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัยปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย

กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ

ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม)ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย

กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ โดยอัตถิปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา.) (๑) สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา จ มหาภูตา จ อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ ฯเปฯ (ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา.) สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา จ ฯเปฯ กายวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ กายายตนญฺจ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา จ ฯเปฯ (๒)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (ปฏิจฺจสทิสํ.) (๓) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)

สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้ ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม)

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้ และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ เหตุยา ตีณิ, อารมฺมเณ เทฺว, อธิปติยา จตฺตาริ, อนนฺตเร เอกํ, สมนนฺตเร เอกํ, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ ฉ, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย เทฺว, ปุเรชาเต ตีณิ, ปจฺฉาชาเต ตีณิ, อาเสวเน เอกํ, กมฺเม ตีณิ, วิปาเก ตีณิ, อาหาเร ตีณิ, อินฺทฺริเย ปญฺจ, ฌาเน ตีณิ, มคฺเค ตีณิ, สมฺปยุตฺเต เอกํ, วิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ, อตฺถิยา นว, นตฺถิยา เอกํ, วิคเต เอกํ, อวิคเต นว. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ

อธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ

อนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ

สมนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ

นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ

ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ

ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ

อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ

กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ

วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ

อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ

อินทรียปัจจัย มี ๕ วาระ

ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ

มัคคปัจจัย มี ๓ วาระ

สัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ

วิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ

อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ

นัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ

วิคตปัจจัย มี ๑ วาระ

อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

อนุโลม จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๒. ปจฺจนียุทฺธาร สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจนียุทธาร

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส (๑) สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย, ๑ (๒) ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ๒ (๒)

สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๑ ฉ.ม. สหชาตํ,
  2. ๒- ๒ ฉ.ม. ปุเรชาตํ.
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัยและปุเรชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ นเหตุยา นว ฯเปฯ นอนนฺตเร นว, นสมนนฺตเร นว, นสหชาเต จตฺตาริ, นอญฺญมญฺเญ นว, นนิสฺสเย จตฺตาริ, นอุปนิสฺสเย นว, นปุเรชาเต นว ฯเปฯ นสมฺปยุตฺเต นว, นวิปฺปยุตฺเต นว, โนอตฺถิยา จตฺตาริ, โนนตฺถิยา นว, โนวิคเต นว, โนอวิคเต จตฺตาริ. ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ

นอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ

นสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ

นสหชาตปัจจัย มี ๔ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ

นนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ

โนอัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ

โนนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ

โนวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

โนอวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ

ปัจจนียะ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุทุก เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ฯเปฯ นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอญฺญมญฺเญ ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ ฯเปฯ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต เอกํ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ. อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

อนุโลมปัจจนียะ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุทุก นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว, อธิปติยา จตฺตาริ. (อนุโลมมาติกา คเณตพฺพา.) อวิคเต นว. ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ. สปฺปฏิฆทุกํ นิฏฺฐิตํ. _____ ๑๑. รูปีทุก ๑. ปฏิจฺจวาร ๑. ปจฺจยานุโลม ๑. วิภงฺควาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ

อธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ

(พึงนับอนุโลมมาติกา)

อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ

ปัจจนียานุโลม จบ

สัปปฏิฆทุกะ จบ

จบ ปัญหาวาร