พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · คันถคันถสัมปยุตตทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๗๑–๕๗๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในคันถคันถสัมปยุตตทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๘ หน้า ๖๓๗–๖๔๒
ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๕๗๑] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรมเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถะที่เป็นสัมปยุตตธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรมด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๓. ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และคันถธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๔. ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-
ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๕. ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-
ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรมด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถะที่เป็นสัมปยุตตธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๖. ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-
ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรมและธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และคันถธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๗. ธรรมที่เป็นคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม
และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม และที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถะที่เป็นสัมปยุตตธรรมทั้งหลาย ด้วยอํานาจของเหตุปัจจัย.
๘. ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม
และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม และที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๙. ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม
และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม และที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และคันถธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๕๗๒] ๑. ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตต-ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรมด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๒)
เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตต-ธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๓)
เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
๔. ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-
ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรมย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๕)
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-ธรรม คันถธรรมทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล (วาระที่ ๖)
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม คันถธรรมและขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
๓ วาระ แม้นอกนี้ ก็พึงกระทำอย่างที่กล่าวมาแล้ว.
๓. อธิปติปัจจัย ฯลฯ ๒๐. อวิคตปัจจัย
ในอธิปติปัจจัยก็ดี ในอนันตรปัจจัยก็ดี ในอุปนิสสยปัจจัยก็ดี เหมือนกับอารัมมณปัจจัย วิภังค์ไม่มี.
การนับจํานวนวาระในอนุโลม
[๕๗๓] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระในอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ ในสมนันตรปัจจัยมี ๙ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระในนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ในอาเสวนปัจจัยมี ๙ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ในฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๙วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ.
อรูปธรรมเท่านั้นเป็นปัจจัย. แต่ละอย่างพึงกระทำอย่างละ ๓ นัยในอารัมมณะ สหชาตะ อุปนิสสยะ พึงเปลี่ยนแปลงทั้ง ๙ วาระ แม้ในปัญหาวาระ ก็พึงกระทำอย่างที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด.
คันถคันถสัมปยุตตทุกะ จบ
๓๑. คันถวิปปยุตตคันถนิยทุกะ
ปฏิจจวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๕๗๔] ๑. ธรรมที่เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถวิปป-ยุตตคันถนิยธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
โลกิยทุกะในจูฬันตรทุกะ ฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน.
คันถวิปปยุตตคันถนิยทุกะ จบ
จบ ปัญหาวาร