พระอภิธรรมปิฎก · ธาตุกถา
๔. สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส เล่ม ๓๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๗–๑๘๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๕ ในธาตุกถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๖ หน้า ๕๖–๕๘
๔. จตุตถนัย
๔. สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส
{๑๘๗} [๑๙๑] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสมุทยสัจ ด้วยมัคคสัจโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการ สงเคราะห์เป็นธาตุ
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๘} [๑๙๒] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอิตถินทรีย์ ด้วยปุริสินทรีย์ ด้วยสุขินทรีย์ ด้วยทุกขินทรีย์ ด้วยโสมนัสสินทรีย์ ด้วยโทมนัสสินทรีย์ ด้วยอุเปกขินทนีย์ ด้วยสัทธินทรีย์ ด้วยวิริยินทรีย์ ด้วยสตินทรีย์ ด้วยสมาธินทรีย์ ด้วยปัญญินทรีย์ ด้วยอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ด้วยอัญญินทรีย์ด้วยอัญญาตาวินทรีย์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอวิชชา ด้วยสังขารที่เกิดมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ด้วยผัสสะที่เกิดมีเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ด้วยตัณหาที่เกิดมีเพราะเวทนาเป็นปัจจัย ด้วยอุปาทานที่เกิดมีเพราะตัณหาเป็นปัจจัย ด้วยกรรมภพที่เกิดมีเพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ด้วยโสกะ ด้วยปริเทวะ ด้วยทุกข์ ด้วยโทมนัส ด้วยอุปายาส
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสติปัฏฐาน ด้วยสัมมัปปธาน ด้วยอัปปมัญญา ด้วยอินทรีย์ ๕ ด้วยพละ ๕ ด้วยโพชณงค์ ๗ ด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ ด้วยผัสสะ ด้วยเจตนา ด้วยอธิโมกข์ ด้วยมนสิการ
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ด้วยอาสวะ ด้วยสังโยชน์ ด้วยคันถะ ด้วยโอฆะ ด้วยโยคะ ด้วยนิวรณ์ ด้วยปรามาส ด้วยอุปาทาน ด้วยสภาวธรรม ที่เป็นกิเลส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง ด้วยสภาวธรรม ที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดย การสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
รวมบทธรรมในจตุตถนัย ๖๙ บท
สัจจะ ๒ อินทรีย์ ๑๕ ปฏิจจสมุปบาท ๑๑ บทที่ต่อจากปฏิจจสมุปบาทอีก ๑๑ บท ในจตุตถนัยนี้โคจฉกบทมี ๓๐ บท รวม ๖๙ บท ดังนี้แล
จบ สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทสที่ ๔
๕. ปัญจมนัย
๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส
{๑๘๙} [๑๙๓] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการ สงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
{๑๙๐} [๑๙๔] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ ด้วยสัญญาขันธ์ ด้วยสังขารขันธ์โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น ...
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
{๑๙๑} [๑๙๕] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณขันธ์ ด้วยมนายตนะ ด้วยจักขุวิญญาณธาตุ ... ด้วยมโนธาตุ ด้วยมโนวิญญาณธาตุ ด้วย มนินทรีย์โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น ...
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
จบ ๔. สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส