พระอภิธรรมปิฎก · ธาตุกถา
๓. อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส เล่ม ๓๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๕–๑๘๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๕ ในธาตุกถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๖ หน้า ๕๑–๕๖
๓. ตติยนัย
๓. อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส
{๑๗๕} [๑๗๙] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ ด้วยสัญญาขันธ์ ด้วยสังขารขันธ์ ด้วยสมุทยสัจ ด้วยมัคคสัจโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๗๖} [๑๘๐] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยนิโรธสัจโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๗๗} [๑๘๑] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยชีวิตินทรีย์โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๗๘} [๑๘๒] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคาะห์<*>ไม่ได้ด้วยอิตถินทรีย์ด้วยปุริสินทรีย์ ด้วยสุขินทรีย์ ด้วยทุกขินทรีย์ ด้วยโสมนัสสินทรีย์ ด้วยโทมนัสสินทรีย์ ด้วยอุเปกขินทรีย์ ด้วยสัทธินทรีย์ ด้วยวิริยินทรีย์ ด้วยสตินทรีย์
- <*> สงเคราะห์ - ผู้รวบรวม
ด้วยสมาธินทรีย์ ด้วยปัญญินทรีย์ ด้วยอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ด้วยอัญญินทรีย์ด้วยอัญญาตาวินทรีย์ ด้วยอวิชชา ด้วยสังขารที่เกิดมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ด้วยผัสสะที่เกิดมีเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ด้วยเวทนาที่เกิดมีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ด้วยตัณหาที่เกิดมีเพราะเวทนาเป็นปัจจัย ด้วยอุปาทานที่เกิดมีเพราะตัณหาเป็นปัจจัย ด้วยกรรมภพที่เกิดมีเพราะอุปาทานเป็นปัจจัยโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๗๙} [๑๘๓] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยชาติ ด้วยชรา ด้วยมรณะ ด้วยฌานโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๐} [๑๘๔] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยโสกะ ด้วยทุกข์ ด้วยโทมนัส ด้วยอุปายาส ด้วยสติปัฏฐาน ด้วยสัมมัปปธาน ด้วยอัปปมัญญา ด้วยอินทรีย์ ๕ ด้วยพละ ๕ ด้วยโพชฌงค์ ๗ ด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ ด้วยผัสสะ ด้วยเวทนา ด้วยสัญญา ด้วยเจตนา ด้วยอธิโมกข์ ด้วยมนสิการ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้ด้วยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๑} [๑๘๕] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัย ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอสังขตะโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๒} [๑๘๖] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๓} [๑๘๗] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นคันถะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นโอฆะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นโยคะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นปรามาส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๔} [๑๘๘] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก ด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต ด้วยสภาวธรรมที่เจือกับจิต ด้วย
สภาวธรรมที่เจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วยสภาวธรรมที่เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดพร้อมกับจิต ด้วยสภาวธรรม ที่เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิตโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๕} [๑๘๙] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต ด้วยสภาวธรรมที่เกิดคล้อยตามจิตโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่ สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์ เป็นธาตุ ...
สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่สงเคราะห์ได้ แต่สงเคราะห์ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๖} [๑๙๐] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน ด้วย สภาวธรรมที่เป็นกิเลส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ ของกิเลส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่สงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็น อายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุสภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นอสังขตะจากขันธ์เสีย สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
รวมบทธรรมในตติยนัย ๙๐ บท
ขันธ์ ๓ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๑๖ ปัจจยาการ ๑๔ บท บทที่ต่อจากปัจจยาการอีก ๑๔ บท
บท ๓๐ บทที่อยู่ในโคจฉกะ ๑๐ หมวด จูฬันตรทุกะ มี(อยู่ในอปัจจยบทและอสังขตบท) ๒ บท มหันตรทุกะ มี ๘ บท รวม ๙๐ บท ดังนี้แล
จบ อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทสที่ ๓
๔. จตุตถนัย
๔. สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส
{๑๘๗} [๑๙๑] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสมุทยสัจ ด้วยมัคคสัจโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการสงเคราะห์เป็นธาตุ
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นโดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะ โดยการ สงเคราะห์เป็นธาตุ
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
{๑๘๘} [๑๙๒] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอิตถินทรีย์ ด้วยปุริสินทรีย์ ด้วยสุขินทรีย์ ด้วยทุกขินทรีย์ ด้วยโสมนัสสินทรีย์ ด้วยโทมนัสสินทรีย์ ด้วยอุเปกขินทนีย์ ด้วยสัทธินทรีย์ ด้วยวิริยินทรีย์ ด้วยสตินทรีย์ ด้วยสมาธินทรีย์ ด้วยปัญญินทรีย์ ด้วยอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ด้วยอัญญินทรีย์ด้วยอัญญาตาวินทรีย์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอวิชชา ด้วยสังขารที่เกิดมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ด้วยผัสสะที่เกิดมีเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ด้วยตัณหาที่เกิดมีเพราะเวทนาเป็นปัจจัย ด้วยอุปาทานที่เกิดมีเพราะตัณหาเป็นปัจจัย ด้วยกรรมภพที่เกิดมีเพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ด้วยโสกะ ด้วยปริเทวะ ด้วยทุกข์ ด้วยโทมนัส ด้วยอุปายาส
จบ ๓. อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส