พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี จิตตุปปาทกัณฑ์ กุศลธรรม · รูปวาจรกุศล กสิณ ฌาน
อสุภฌาน ๑๐ เล่ม ๓๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๘ ในรูปวาจรกุศล กสิณ ฌานมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี จิตตุปปาทกัณฑ์ กุศลธรรม รูปวาจรกุศล กสิณ ฌาน อสุภฌาน ๑๐ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๔ หน้า ๑๑๒–๑๑๓
{๑๙๑} [๒๖๓] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน
โยคาวจรบุคคลเจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ สงัดจากกาม ... บรรลุปฐมฌานที่สหรคตด้วยอุทธุมาตกสัญญา ... อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ... อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ...
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมเป็นกุศล
[๒๖๔] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน
โยคาวจรบุคคลเจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ สงัดจากกาม ... บรรลุปฐมฌานที่สหรคตด้วยวินีลกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยวิปุพพกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยวิจฉิททกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยวิกขายิตกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยวิกขิตตกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยหตวิกขิตตกสัญญา ... ที่
- ๑อสุภฌาน หมายถึงฌานที่ได้มาโดยการพิจารณาซากศพในสภาพต่าง ๆ เป็นอารมณ์ มี ๑๐ อย่าง คือ (๑) อุทธุมาตกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่เน่าพองขี้นอืด (๒) วินีลกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่มีสีเขียวคลํ้าคละด้วย สีต่าง ๆ (๓) วิปุพพกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่มีนํ้าเหลืองไหลเยิ้มอยู่ตามที่ที่แตกปริออก (๔) วิจฉิททกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่ขาดจากกันเป็นสองท่อน (๕) วิกขายิตกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่ถูกสัตว์เช่นแร้ง กา สุนัขจิกทิ้งกัดกินแล้ว (๖) วิกขิตตกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่กระจุยกระจาย (๗) หตวิกขายิตกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่ถูกสับฟันบั่นเป็นท่อน กระจายออกไป (๘) โลหิตกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่มีโลหิตไหลอาบเรี่ยราดอยู่ (๙) ปุฬุวกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่มีหนอนคลาคล่ำเต็มไปหมด (๑๐) อัฏฐิกสัญญา ความกำหนดหมายความไม่งามแห่งร่างกายในซากศพที่ยังเหลือแต่ท่อนกระดูก (ขุ.ปฏิ.อ. ๑/๒๕๓-๒๕๔, อภิ.สง.อ. ๒๕๒-๒๕๓)
สหรคตด้วยโลหิตกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยปุฬุวกสัญญา ... ที่สหรคตด้วยอัฏฐิกสัญญา ... อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ... อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ...
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมเป็นกุศล
จบ อสุภฌานแจกอย่างละ ๑๖
จบ รูปาวจรกุศลจิต
{๑๙๒} [๒๖๕] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน
โยคาวจรบุคคลเจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงอรูปภูมิ เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา เพราะ
- ๑อรูปาวจรกุศลจิต คือกุศลจิตที่เป็นปัจจัยให้เกิดในอรูปภูมิ จัดเป็นหัวข้อย่อยที่ ๓ ของกุศลธรรม ที่จำแนกโดยยึดภูมิเป็นหลัก
- ๒อรูปฌาน ฌานที่มีอรูปธรรมเป็นอารมณ์ หมายถึงจตุตถฌาน (ฌานขั้นที่ ๔ ตามฌานจตุกกนัย) หรือปัญจมฌาน (ฌานขั้นที่ ๕ ตามฌานปัญจกนัย) ที่ละเอียดประณีตขึ้นโดยเริ่มต้นจากการ ก้าวล่วงคือละอารมณ์คือรูปกสิณมีปฐวีกสิณเป็นต้นได้ ไม่มีความกำหนดหมายในความที่ตาเห็นรูปเป็นต้น (ความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา) และไม่คำนึงถึงสัญญาต่าง ๆ ที่คิดนึกอยู่ในมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุ (ไม่มนสิการซึ่งนานัตตสัญญา) กำหนดจิตเพ่งอยู่แต่อากาสบัญญัติ เป็นขั้นที่ ๑ ปฐมอรูปวิญญาณเป็นขั้นที่ ๒ นัตถิภาวบัญญัติเป็นขั้นที่ ๓ และตติยอรูปวิญญาณ เป็นขั้นที่ ๔ อันเป็นขั้นสูงสุด โดยนัยนี้ อรูปฌานจึงจัดเป็น ๔ คือ (๑) อากาสานัญจายตนฌาน ฌานที่มีอากาสบัญญัติ (ที่ที่ว่างเปล่า) อันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์ (๒) วิญญาณัญจายตนฌาน ฌานที่มีวิญญาณอันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์ (๓) อากิญจัญญายตนฌาน ฌานที่มีนัตถิภาวบัญญัติ (ความไม่มีอะไร ๆ) เป็นอารมณ์ (๔) เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ฌานที่มีตติยอรูปวิญญาณ (คืออากิญจัญญายตนฌาน) เป็นอารมณ์ เป็นภาวะจิตที่มีสัญญาก็ไม่ใช่คือไม่มีสัญญา ชนิดหยาบ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่คือยังมีสัญญาชนิดละเอียดอยู่ (นัย อภิ.สง.อ. ๒๕๕-๒๖๔)
จบ อสุภฌาน ๑๐