พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · มหายัญญวรรค
สังโยคสูตร เล่ม ๒๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในมหายัญญวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรค สังโยคสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๓ หน้า ๘๖–๘๘
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ชานุสโสณีพราหมณ์ได้กราบ ทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ แจ่มแจ้งนัก...ขอท่านพระโคดมผู้เจริญได้โปรดจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะจำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”
๘. สัญโญคสูตร
ว่าด้วยเหตุที่ชายหญิงสนใจและไม่สนใจกัน
{๔๘} [๕๑] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมบรรยายอันเป็นสังโยคะ และวิสังโยคะ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังธรรมบรรยายนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวให้ฟัง” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมบรรยายอันเป็นสังโยคะและวิสังโยคะเป็นไฉน คือ หญิงย่อมสนใจความเป็นหญิงในภายในตนเอง กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของหญิง เธอย่อมยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ เธอยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้นๆ แล้วย่อมสนใจถึงความเป็นชายในภายนอก กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของชาย เธอย่อมยินดีพอใจในความเป็นชายนั้นๆ เธอยินดีพอใจในความเป็นชายนั้นๆ แล้วย่อมต้องการเกี่ยวข้องกับชาย และต้องการสุขโสมนัสที่เกิดเพราะเหตุที่ได้เกี่ยวข้องกับชาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์โลกผู้พอใจในความเป็นหญิงถึงความเกี่ยวข้องกับชาย ด้วยอาการอย่างนี้แล หญิงจึงไม่ล่วงพ้นความเป็นหญิงไปได้
- ๑ธรรมบรรยายอันเป็นสังโยคะและวิสังโยคะ หมายถึงพระธรรมเทศนาว่าด้วยเหตุที่ให้สำเร็จความ เกี่ยวข้องสนใจและไม่เกี่ยวข้องสนใจกันระหว่างชายและหญิง (นัย องฺ.สตฺตก.อ. ๑๘๕)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชายย่อมสนใจความเป็นชายในภายในตนเองกิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของชายเขาย่อมยินดีพอใจในความเป็นชายนั้น ๆ เขายินดีพอใจในความเป็นชายนั้น ๆ แล้ว ย่อมสนใจถึงความเป็นหญิงในภายนอก กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของหญิง เขาย่อมยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ เขายินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ แล้วย่อมต้องการเกี่ยวข้องกับหญิง และต้องการสุขโสมนัสที่เกิดเพราะเหตุที่ได้เกี่ยวข้องกับหญิง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์โลกผู้พอใจในความเป็นชายถึงความเกี่ยวข้องกับหญิง ด้วยอาการอย่างนี้แล ชายจึงไม่ล่วงพ้นความเป็นชายไปได้ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ส่วนความไม่เกี่ยวข้องเป็นไฉน หญิงที่ไม่สนใจความเป็นหญิงในภายในตนเอง กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของหญิง เธอไม่ยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ เธอไม่ยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ แล้วยังไม่สนใจถึงความเป็นชายในภายนอก กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของชาย เธอไม่ยินดีพอใจในความเป็นชายนั้น ๆ เธอไม่ยินดีพอใจในความเป็นชายนั้น ๆ แล้วยังไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับชาย และไม่ต้องการสุขโสมนัสที่เกิดเพราะเหตุที่ได้เกี่ยวข้องกับชาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์โลกผู้ไม่พอใจในความเป็นหญิง ถึงความไม่เกี่ยวข้องกับชาย ด้วยอาการอย่างนี้แล
หญิงจึงจะล่วงพ้นความเป็นหญิงไปได้ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชายที่ไม่สนใจความเป็นชายในภายในตนเอง กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของชาย เขาไม่ยินดีพอใจในความเป็นชายนั้น ๆ เขาไม่ยินดีพอใจในความเป็นชายนั้น ๆ แล้วยังไม่สนใจถึงความเป็นหญิงในภายนอก กิริยา ท่าทาง ความไว้ตัว ความพอใจ เสียง และเครื่องประดับของหญิง เขาไม่ยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ เขาไม่ยินดีพอใจในความเป็นหญิงนั้น ๆ แล้วยังไม่ต้องการ
เกี่ยวข้องกับหญิง และไม่ต้องการสุขโสมนัสที่เกิดเพราะเหตุที่ได้เกี่ยวข้องกับหญิง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์โลกผู้ไม่พอใจในความเป็นชายถึงความไม่เกี่ยวข้องกับหญิง ด้วยอาการอย่างนี้แล ชายจึงล่วงพ้นความเป็นชายไปได้”
๙. ทานสูตร
ว่าด้วยทานมีผลมากแต่ไม่มีอานิสงส์มาก
{๔๙} [๕๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ฝั่งสระโบกขรณีชื่อคัคครา ใกล้จัมปานคร ครั้งนั้นแล อุบาสกชาวเมืองจัมปาจำนวนมากเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ครั้นแล้วนมัสการท่านพระสารีบุตร นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ธรรมีกถาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าพวกกระผมได้ฟังกันมานานแล้ว ขอได้โปรดเถิด ขอให้พวกกระผมได้ฟังธรรมีกถาของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเถิด”ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งหลายพึงมาในวันอุโบสถ ท่านทั้งหลายก็จะได้ฟังธรรมีกถาในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าแน่นอน”
พวกอุบาสกชาวเมืองจัมปารับคำท่านพระสารีบุตรแล้วลุกจากที่นั่งกราบ ทำประทักษิณท่านพระสารีบุตรแล้วหลีกไป
ต่อมาถึงวันอุโบสถ พวกอุบาสกชาวเมืองจัมปาเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ครั้นแล้วนมัสการท่านพระสารีบุตรแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรพร้อมด้วยพวกอุบาสกชาวเมืองจัมปา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มี พระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
จบ สังโยคสูตร