พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · เสขพลวรรค
๖. สมาปัตติสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในเสขพลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๖. สมาปัตติสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรค สมาปัตติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
น ตาว ภิกฺขเว อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว สทฺธา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ยโต จ โข ภิกฺขเว สทฺธา อนฺตรหิตา โหติ อสฺสทฺธิยํ ปริยุทฺธาย ๑ ติฏฺฐติ อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ น ตาว ภิกฺขเว อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว หิรี ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ยโต จ โข ภิกฺขเว หิรี อนฺตรหิตา โหติ อหิริกํ ปริยุทฺธาย ติฏฺฐติ อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ น ตาว ภิกฺขเว อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว โอตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ยโต จ โข ภิกฺขเว โอตฺตปฺปํ อนฺตรหิตํ โหติ อโนตฺตปฺปํ ปริยุทฺธาย ติฏฺฐติ อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ น ตาว ภิกฺขเว อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว วิริยํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ยโต จ โข ภิกฺขเว วิริยํ อนฺตรหิตํ โหติ โกสชฺชํ ปริยุทฺธาย ติฏฺฐติ อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ น ตาว ภิกฺขเว อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว ปญฺญา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ยโต จ โข ภิกฺขเว ปญฺญา อนฺตรหิตา โหติ ทุปฺปญฺญา ปริยุทฺธาย ติฏฺฐติ อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหตีติ ฯ
๑ ม. ยุ. ปริยุฏฺฐาย ฯ สพฺพตฺถ วาเรสุ อีทิสเมว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การถึงอกุศลย่อมไม่มี ตลอดเวลาที่ศรัทธาในกุศลธรรมยังตั้งมั่นอยู่ แต่เมื่อใด ศรัทธาเสื่อมหายไป อัสสัทธิยะ (ความไม่เชื่อ)ย่อมกลุ้มรุม เมื่อนั้นการถึงอกุศลย่อมมี การถึงอกุศลย่อมไม่มีตลอดเวลาที่หิริในกุศลธรรมยังตั้งมั่นอยู่ แต่เมื่อใด
หิริเสื่อมหายไป อหิริกะ (ความไม่ละอาย) ย่อมกลุ้มรุม เมื่อนั้น การถึงอกุศลย่อมมี การถึงอกุศลย่อมไม่มีตลอดเวลาที่โอตตัปปะในกุศลธรรมยังตั้งมั่นอยู่ แต่เมื่อใด โอตตัปปะเสื่อมหายไป อโนตตัปปะ (ความไม่สะดุ้งกลัว) ย่อมกลุ้มรุม เมื่อนั้น การถึงอกุศลย่อมมี การถึงอกุศลย่อมไม่มีตลอดเวลาที่วิริยะในกุศลธรรมยังตั้งมั่นอยู่ แต่เมื่อใด โอตตัปปะเสื่อมหายไป อโนตตัปปะ (ความไม่สะดุ้งกลัว) ย่อมกลุ้มรุมเมื่อนั้น การถึงอกุศลย่อมมี การถึงอกุศลย่อมไม่มีตลอดเวลาที่วิริยะในกุศลธรรมยังตั้งมั่นอยู่ แต่เมื่อใด วิริยะเสื่อมหายไปโกสัชชะ (ความเกียจคร้าน)ย่อมกลุ้มรุม เมื่อนั้น การถึงอกุศลย่อมมี การถึงอกุศลย่อมไม่มี
ตลอดเวลาที่ปัญญายังตั้งมั่นอยู่ แต่เมื่อใด ปัญญาเสื่อมหายไป ปัญญาทรามย่อมกลุ้มรุมเมื่อนั้นการถึงอกุศลย่อมมี ฯ
จบสูตรที่ ๖
จบ ๖. สมาปัตติสูตร