พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · สุมนวรรค
๖. กาลทานสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในสุมนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรค กาลทานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๘๓–๘๕
อรรถกถาทานานิสังสสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในทานานิสังสสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า คิหิธมฺมา อนปคโต โหติ คือ เป็นผู้มีศีล ๕ ไม่ขาด.
บทว่า สตํ ธมฺมํ อนุกฺกมํ ได้แก่ ผู้ดำเนินตามธรรมของสัตบุรุษ คือมหาบุรุษ. บทว่า สนฺโต นํ ภชนฺติ ได้แก่ สัตบุรุษทั้งหลาย คือพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และสาวกของพระตถาคต ย่อมคบหาเขา
จบอรรถกถาทานานิสังสสูตรที่ ๕
๖. กาลทานสูตร
ว่าด้วยกาลทาน ๕
[๓๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ทายกย่อมให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน ๑ ทายกย่อมให้ทานแก่ผู้เตรียมจะไป ๑ ทายกย่อมให้ทานในสมัยข้าวแพง ๑ ทายกย่อมให้ข้าวใหม่แก่ผู้มีศีล ๑ ทายกย่อมให้ผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กาลทาน๕ ประการนี้แล.
ผู้มีปัญญา รู้ความประสงค์ ปราศจาก
ความตระหนี่ ย่อมให้ท่านในกาลที่ควรให้
เพราะผู้ให้ทานตามกาล ในพระอริยเจ้า
ทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติซื่อตรง ผู้มีใจคงที่
เป็นผู้มีใจผ่องใส ทักขิณาทานจึงจะมีผล
ไพบูลย์ ชนเหล่าใดย่อมอนุโมทนา หรือ
ช่วยเหลือในทักขิณาทานนั้น ทักขิณาทาน
นั้นย่อมไม่มีผลบกพร่อง เพราะการอนุ-
โมทนาหรือการช่วยเหลือนั้น แม้พวกที่
อนุโมทนาหรือช่วยเหลือ ย่อมเป็นผู้มีส่วน
แห่งบุญ เพราะฉะนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อถอย
จึงควรให้ทานในเขตที่มีผลมาก บุญทั้ง-
หลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายใน
ปรโลก.
จบกาลทานสูตรที่ ๖
อรรถกถากาลทานสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในกาลทานสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า กาลทานานิ คือ ทานที่ควร ทานที่มาถึงแล้ว อธิบายว่าทานอันสมควร. บทว่า นวสสฺสานิ คือ ข้าวกล้าดีเลิศ. บทว่า นวผลานิได้แก่ ผลไม้ดีเลิศที่ออกคราวแรกจากสวน. บทว่า ปฐมํ สีลวนฺเตสุปติฏฺฐาเปติ ความว่า เขาถวายแก่ท่านผู้มีศีลก่อนแล้ว ตนก็บริโภคภายหลัง.
บทว่า วทญฺญู คือ เป็นผู้รู้ภาษิต. บทว่า กาเลน ทินฺนํ ได้แก่ ทานที่เขาให้อันสมควรที่มาถึงเข้า. บทว่า อนุโมทนฺติ ได้แก่ ชนที่ยืนอนุโมทนาอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. บทว่า เวยฺยาวจฺจํ ได้แก่ ทำการที่เป็นงานขวนขวายทางกาย. บทว่า อปฺปฏิวาสนจิตฺโต ได้แก่ เป็นผู้มีจิตไม่เบื่อหน่าย.
บทว่า ยตฺถทินฺนํ มหปฺผลํ ได้แก่ พึงให้ในที่ ๆ ทานที่ให้แล้วมีผลมาก.
จบอรรถกถากาลทานสูตรที่ ๖
๗. โภชนทานสูตร
ว่าด้วยทายกผู้ให้โภชนะชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างแก่ปฏิคาหก
[๓๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทาน ชื่อว่าให้ฐานะ๕ อย่างแก่ปฏิคาหก ๕ อย่างเป็นไฉน คือ ให้อายุ ๑ ให้วรรณะ ๑ ให้สุข ๑ให้กำลัง ๑ ให้ปฏิภาณ ๑ ครั้นให้อายุแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้วรรณะแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้สุขแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสุขทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้กำลังแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งกำลังทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ครั้นให้ปฏิภาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งปฏิภาณทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นมนุษย์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทานชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างนี้แล.
ปราชญ์ผู้มีปัญญา ให้อายุ ย่อมได้
อายุ ให้กำลัง ย่อมได้กำลัง ให้วรรณะ
ย่อมได้วรรณะ ให้ปฏิภาณย่อมได้ปฏิภาณ
ให้สุขย่อมได้สุข ครั้นให้อายุ กำลัง
วรรณะ สุข และปฏิภาณแล้วจะเกิดใน
ที่ใด ๆ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศ.
จบโภชนทานสูตรที่ ๗
จบ ๖. กาลทานสูตร