พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · มุณฑราชวรรค
๔. มนาปทายีสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในมุณฑราชวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรค มนาปทายีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๗๓–๗๖
บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญความไม่ประมาท ใน
การทำบุญ บัณฑิตผู้ไม่ประมาทแล้วย่อมยึดถือประโยชน์
ทั้งสองไว้ได้ คือ ประโยชน์ในบัจจุบันและประโยชน์ใน
สัมปรายภพ ผู้มีบัญญาท่านเรียกว่าบัณฑิต เพราะบรรลุ
ถึงประโยชน์ทั้งสองนั้น
๔. มหาปทายีสูตร
ว่าด้วยผลการให้สิ่งที่ดี
{๔๔} [๔๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี ครั้งนั้นแลเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงครองอันตรวาสกแล้วถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปสู่นิเวศน์ของอุคคคฤหบดี ชาวพระนครเวสาลี ครั้นแล้วประทับนั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้ ครั้งนั้น อุคคคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคม พระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลว่า“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้ของที่น่าพอใจ’ ดังนี้ ก็ ขาทนียาหารชื่อสาลปุปผกะ ของข้าพระองค์เป็นที่น่าพอใจ ขอพระผู้มี พระภาคเจ้าได้โปรดอนุเคราะห์รับขาทนียาหารของข้าพระองค์นั้นด้วยเถิด” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับแล้วอุคคคฤหบดีได้กราบทูลอีกว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้
- ๑ขาทนียาหารชื่อสาลปุปผกะ คือของเคี้ยวหรือขนมที่มีลักษณะคล้ายดอกสาละ ทำด้วยแป้งข้าวสาลี ปรุงด้วยของอร่อย ๔ ชนิด (นัย องฺ.ปญฺจก.อ. ๒๕)
ของที่น่าพอใจ’ ดังนี้ ก็เนี้อสุกรชั้นดีของข้าพระองค์เป็นที่น่าพอใจ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดอนุเคราะห์รับเนื้อสุกรชั้นดี ของข้าพระองค์นั้นด้วยเถิด” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับแล้ว
อุคคคฤหบดีได้กราบทูลอีกว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อม ได้ของที่น่าพอใจ’ ดังนี้ ก็นาลิยสากขาทนียาหาร ซึ่งทอดด้วยนํ้ามันของ ข้าพระองค์เป็นที่น่าพอใจ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดอนุเคราะห์รับ นาลิยสากขาทนียาหารของข้าพระองค์นั้นด้วยเถิด” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง อาศัยความอนุเคราะห์รับแล้วอุคคคฤหบดีได้กราบทูลอีกว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้ ของที่น่าพอใจ’ ดังนี้ ก็ข้าวสุกแห่งข้าวสาลีที่ขาวสะอาด มีสูปะ
(แกง) มาก มีพยัญชนะ (กับ) มากของข้าพระองค์เป็นที่น่าพอใจ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้โปรดอนุเคราะห์รับข้าวสุกแห่งข้าวสาลีของข้าพระองค์นั้นด้วยเถิด” พระผู้ มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับแล้วอุคคคฤหบดีได้กราบทูลอีกว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้ ของที่น่าพอใจ’ ดังนี้ ก็ผ้าแคว้นกาสีของข้าพระองค์เป็นที่น่าพอใจ ขอพระผู้ มีพระภาคเจ้าได้โปรดอนุเคราะห์รับผ้าของข้าพระองค์นั้นด้วยเถิด” พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับแล้ว
- ๑เนื้อสุกรชั้นดี ในที่นี้หมายถึงเนื้อสุกรที่มีอายุ ๑ ปี ที่ใช้เครื่องเทศต่าง ๆ มียี่หร่าเป็นต้นปรุงผสม กับพุทรารสอร่อย (อง.ปญฺจก.อ. ๒๕)
- ๒นาลิยสากขาทนียาหาร คือของเคี้ยวที่ทำจากผัก ๑ ทะนาน ขยำกับแป้งข้าวสาลีแล้วเคี่ยวใน เนยใสที่ผสมเมล็ดยี่หร่าเป็นต้นแล้วนำมาปรุงรสกับของอร่อย ๔ ชนิดอบจนสุก (อง.ปญฺจก.อ. ๒๕)
อุคคคฤหบดีได้กราบทูลอีกว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้ ของที่น่าพอใจ’ ดังนี้ ก็เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ลาดด้วยผ้าโกเชาว์ ลาดด้วยขนแกะสีขาว เครื่องลาดที่มีสัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดอย่างดี ทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาดใหญ่มีหมอนข้างทั้งสอง ของข้าพระองค์เป็นที่น่าพอใจ และข้าพระองค์ก็ย่อมทราบดีว่า ‘สิ่งเหล่านี้ไม่ ควรแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า’ เตียงไม้จันทน์ของข้าพระองค์นี้ราคาเกินกว่า แสนกหาปณะ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดอนุเคราะห์รับเตียงของ ข้าพระองค์นั้นด้วยเกิด” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับแล้วลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาอุคคคฤหบดีชาวพระนคร เวสาลีด้วยอนุโมทนียกถาดังนี้ว่า
ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้ของที่น่าพอใจ ผู้ใดให้
เครึ่องนุ่งห่ม ที่นอน ข้าว นํ้า และปัจจัยมีประการต่าง ๆ
ด้วยความพอใจในท่านผู้ประพฤติตรง
สิ่งของที่ให้ไปแล้วนั้นย่อมเป็นอันบริจาคแล้ว สละ
แล้ว ไม่คิดเอาคืน ผู้นั้นจัดเป็นสัตบุรุษ ทราบชัดว่า
พระอรหันต์เปรียบด้วยนาบุญ จึงบริจาคสิ่งที่บริจาคได้ยาก
ให้ของที่น่าพอใจ ย่อมได้ของที่น่าพอใจ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงอนุโมทนาอุคคคฤหบดีชาว พระนครเวสาลีด้วยอนุโมทนิยกถานี้แล้ว เสด็จลุกจากอาสนะหลีกไป
- ๑ผ้าโกเชาว์ หมายถึงผ้าที่ทำจากขนแพะหรือขนแกะขนาดใหญ่ มีขนยาวเกิน ๔ นิ้ว (วิ.อ. ๓/๑๖๙)
ต่อมาไม่นาน อุคคคฤหบดีชาวพระนครเวสาลีก็ได้ทำกาละไป และ เมื่อทำกาละแล้วได้เข้าถึงหมู่เทพชื่อมโนมยะ หมู่หนึ่ง ก็สมัยนั้น พระผู้มี พระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้ พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น อุคคเทพบุตรมีวรรณะงาม เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสวไปทั่ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ ภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ยืนอยู่ ณ ที่ สมควรข้างหนี่ง ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าไต้ตรัสถามว่า “ดูก่อนอุคคะ ตามที่ท่านประสงค์สำเร็จแล้วหรือ” อุคคเทพบุตรกราบทูลว่า “ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ตามที่ข้าพระองค์ประสงค์สำเร็จแล้ว พระพุทธเจ้าข้า”ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าไต้ตรัสกะอุคคเทพบุตรด้วยพระคาถาว่า
ผู้ให้ของที่น่าพอใจย่อมได้ของที่น่าพอใจ ผู้ให้ของที่
เลิศย่อมได้ของที่เลิศ ผู้ให้ของที่ดีย่อมได้ของที่ดี และผู้
ให้ของที่ประเสริฐย่อมเข้าถึงสถานที่ประเสริฐ
นรชนใดให้ของที่เลิศ ให้ของที่ดี และให้ของที่ประเสริฐ
นรชนนั้นจะเกิด ณ ที่ใด ๆ ก็ตาม ย่อมมีอายุยืน มียศศักดิ์
๕. ปุญญาภิสันทสูตร
ว่าด้วยห้วงบุญห้วงกุศล ๕ ประการ
{๔๕} [๔๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ห้วงบุญห้วงกุศล ๕ ประการนี้เป็นปัจจัยนำ มาซึ่งความสุข ให้อารมณ์อันเลิศ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อเกิดในสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ
- ๑หมู่เทพชื่อมโนมยะ หมายถึงหมู่เทพผู้บังเกิดด้วยฌานจิตอยู่ในสุทธาวาสภูมิ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๒๖)
จบ ๔. มนาปทายีสูตร