พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ · ทีฆจาริกวรรค
๑๐. สัปปสูตร ที่ ๒ เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในทีฆจาริกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรค สัปปสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๔๘๓–๔๘๕
อรรถกถาปฐมสัปปสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมสัปปสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สภีรุ ได้แก่ เป็นสัตว์ในโพรงนอนหลับสนิทหลับนาน. บทว่าสปฺปฏิภโย ได้แก่ ภัยย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยงูเห่านั้น. เพราะฉะนั้น มันจึงชื่อว่า มีภัยเฉพาะหน้า. บทว่า มิตฺตทุพฺภี ได้แก่ ประทุษร้าย เบียดเบียนมิตรแม้เป็นผู้ให้น้ำและข้าวกิน. ถึงในมาตุคาม ก็นัยนี้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาปฐมสัปปสูตรที่ ๙
๑๐. ทุติยสัปปสูตร
ว่าด้วยโทษของงูเห่าและมาตุคาม
[๒๓๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นสัตว์มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้ ฉันนั้นเหมือนกัน๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นผู้มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในโทษ ๕ ประการนั้น ความที่มาตุคามเป็นผู้มีพิษร้าย คือ โดยมากมาตุคามมีราคะจัด ความที่มาตุคามเป็นผู้มีสองสิ้น คือ โดยมากมาตุคามมีวาจาส่อเสียด ความที่มาตุคามเป็นผู้มักประทุษร้ายมิตร คือ โดยมากมาตุคามมักประพฤตินอกใจ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้แล.
จบทุติยสัปปสูตรที่ ๑๐
จบทีฆจาริกวรรคที่ ๓
อรรถกถาทุติยสัปปสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยสัปปสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โฆรวิโส คือ มีพิษร้ายกาจ. บทว่า ทุชิวฺโห คือ มีลิ้นสองแฉก. บทว่า โฆรวิสตา คือ เพราะเป็นสัตว์มีพิษร้าย. แม้ในสองบทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาทุติยสัปปสูตรที่ ๑๐
จบทีฆจาริกวรรควรรณนาที่ ๓
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฐมทีฆจาริกสูตร ๒. ทุติยทีฆจาริกสูตร ๓ . อภินิวาสสูตร๔. มัจฉรสูตร ๕. ปฐมกุลุปกสูตร ๖. ทุติยกุลุปกสูตร ๗. โภคสูตร๘. ภัตตสูตร ๙. ปฐมสัปปสูตร ๑๐. ทุติยสัปปสูตร และอรรถกถา.
อาวาสกวรรคที่ ๔
๑. อาวาสิกสูตร
ว่าด้วยธรรมของเจ้าอาวาส
[๒๓๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ประการ ย่อมเป็นผู้ไม่ควรยกย่อง ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุเจ้าอาวาสเป็นผู้ไม่ถึงพร้อมด้วยมรรยาท ไม่ถึงพร้อมด้วยวัตร ไม่เป็นพหู-สูต ไม่ทรงจำสุตะ ๑ เป็นผู้ไม่ประพฤติขัดเกลา ไม่ยินดีในการหลีกออกเร้นไม่ยินดีในกัลยาณธรรม ๑ เป็นผู้ไม่มีวาจาไพเราะ ไม่กระทำถ้อยคำให้ไพเราะ ๑ มีปัญญาทราม โง่เขลา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่ควรยกย่อง.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการย่อมเป็นผู้ควรยกย่อง ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุเจ้าอาวาสเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยมรรยาท ถึงพร้อมด้วยวัตร ๑ เป็นพหูสูต ทรงไว้ซึ่งสุตะ ๑เป็นผู้ประพฤติขัดเกลา ยินดีในการหลีกออกเร้น ยินดีในกัลยาณธรรม ๑มีวาจาไพเราะกระทำถ้อยคำให้ไพเราะ ๑ มีปัญญา เฉลียวฉลาด ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เป็นผู้ควรยกย่อง.
จบอาวาสิกสูตรที่ ๑
จบ ๑๐. สัปปสูตร ที่ ๒