พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · ติกัณฑกีวรรค
๔. ติกัณฑกีสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในติกัณฑกีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรค ติกัณฑกีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๒๔๐–๒๔๒
(๔) บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ซึ่งผู้อื่น แสดงให้ฟัง แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
(๕) กตัญญูกตเวทีบุคคล
ดูก่อนเจ้าลิจฉวิทั้งหลาย ความปรากฏขึ้นแห่งแก้ว ๕ ประการนี้แล หาได้ยากในโลก”
๔. ติกัณฑกีสูตร
ว่าด้วยประโยชน์สิ่งปฏิกูลและไม่ปฏิกูล
{๑๔๔} [๑๔๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าติกัณฑกีวัน ใกล้ เมืองสาเกต ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จะเป็นการดีที่ภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ตลอดกาล จะเป็นการดีที่ภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญ ในสิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่ตลอดกาล จะเป็นการดีที่ภิกษุพึงเป็นผู้มี ความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ตลอดกาล จะเป็น การดีที่ภิกษุพึงเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งปฏิกูลและสิ่งไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูล อยู่ตลอดกาล จะเป็นการดีที่ภิกษุพึงเว้นสิ่งทั้งสอง คือ สิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูล แล้วเป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดกาล
- ๑ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม หมายถึงเป็นผู้ปฏิบัติข้อปฏิบัติอันเป็นส่วนเบื้องต้นที่คล้อยตามคือ เป็นเหตุให้ลุถึงธรรมระดับสูงคือโลกุตตรธรรมหรือนิพพานธรรม (ที.ปา.อ. ๒๐๘, สํ.นิ.อ. ๓๙) ปฏิบัติ ธรรมคือวิปัสสนา (การฝึกอบรมปัญญาให้เห็นแจ้ง) อันเอื้อประโยชน์แก่อริยธรรม (ที.ม.อ. ๑๕๘, สํ.ม.อ. ๓๓๐) ปฏิบัติข้อปฏิบัติส่วนเบื้องต้นพร้อมทั้งศีลเพื่อประโยชน์แก่การบรรลุโลกุตตรธรรม ๙ ประการ คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๕๖)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็น ผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูล เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้ ว่า ‘ความกำหนัดในธรรมอันชวนให้กำหนัดอย่าเกิดขึ้นแก่เรา’ ภิกษุจึงควร เป็นผู้มีความสำคัญในสิ่งไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่
เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญในสิ่ง ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูล เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้ว่า ‘ความขัดเคือง ใน ธรรมอันชวนให้ขัดเคืองอย่าเกิดขึ้นแก่เรา’ ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญใน สิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่
เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญใน สิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ นี้ว่า ‘ความกำหนัดในธรรมอันชวนให้กำหนัดอย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความขัดเคือง ในธรรมอันชวนให้ขัดเคืองอย่าเกิดขึ้นแก่เรา’ ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญ ในสิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความสำคัญใน สิ่งปฏิกูลและสิ่งไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่ เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ นี้ว่า ‘ความขัดเคืองในธรรมอันชวนให้ขัดเคืองอย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความ กำหนัดในธรรมอันชวนให้กำหนัดอย่าเกิดขึ้นแก่เรา’
ภิกษุจึงควรเป็นผู้มีความ สำคัญในสิ่งปฏิกูลและสิ่งไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร ภิกษุจึงควรเว้นสิ่งทั้งสอง คือ สิ่ง ไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูล แล้วเป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ เพราะอาศัย อำนาจประโยชน์นี้ว่า ‘ความกำหนัดในธรรมอันชวนให้กำหนัดในอารมณ์ ไหน ๆ ในส่วนไหน ๆ แม้มีประมาณน้อยอย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความขัดเคืองใน ธรรมอันชวนให้ขัดเคืองในอารมณ์ไหน ๆ ในส่วนไหน ๆ แม้มีประมาณน้อย อย่าเกิดขึ้นแก่เรา ความหลงในธรรมอันชวนให้หลงในอารมณ์ไหน ๆ ในส่วน
ไหน ๆ แม้มีประมาณน้อยอย่าเกิดขึ้นแก่เรา’ ภิกษุจึงควรเป็นผู้เว้นสิ่งทั้งสอง คือสิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูล แล้วเป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่”
๕. นิรยสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ทำให้เป็นเหมือนตกนรกและเหมือนขึ้นสวรรค์
{๑๔๕} [๑๔๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ จะต้องตกนรกเหมือนถูกนำมาฝังไว้ ธรรม ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ชอบฆ่าสัตว์ (๒) ชอบลักทรัพย์
(๓) ชอบประพฤติผิดในกาม (๔) ชอบพูดเท็จ
(๕) ชอบดื่มนํ้าเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล จะ ต้องตกนรกเหมือนถูกนำมาฝังไว้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการจะได้ไป สวรรค์เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ ธรรม ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ(๑) เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
(๒) เป็นผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์
(๓) เป็นผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
(๔) เป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ
(๕) เป็นผู้เว้นขาดจากการดื่มนํ้าเมาคือสุราเมรัยอันเป็นที่ตั้ง แห่งความประมาท
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล จะได้ไปสวรรค์เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้”
จบ ๔. ติกัณฑกีสูตร