พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต · ทุติยปัณณาสก์
พาลวรรค เล่ม ๒๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๓–๓๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๕ ในทุติยปัณณาสก์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พาลวรรค (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)
๙๗ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อนาคตํ ภารํ วหติ โย จ อาคตํ ภารํ น วหติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉนคือ คนที่นำ
เอาภาระที่ยังไม่มาถึงไป ๑ คนที่ไม่นำเอาภาระที่มาถึงไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๙๘ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อาคตํ ภารํ วหติ โย จ อนาคตํ ภารํ น วหติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่นำ
ภาระที่มาถึงไป ๑ คนที่ไม่นำเอาภาระที่ยังไม่มาถึงไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๙๙ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๐ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๑ คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๑ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวก เป็นไฉนคือ คนที่
เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๒ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติข้อที่เป็นอาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๓ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่
เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๕ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉนคือ คนที่เข้าใจ
ว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๖ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจ
ว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๗ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ นกุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๑ ผู้ที่ไม่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๘ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ นกุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่ไม่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๑ ผู้ที่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๐๙ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ดูกรภิกษุทั้งหลายอาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๐ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายอาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๑ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๒ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉนคือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๓ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๔ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๕ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ
๑๑๖ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ
พาลวคฺโค ปญฺจโม ฯ
ทุติโย ปณฺณาสโก สมตฺโต ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก๒ จำพวกเป็นไฉน
คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒จำพวกนี้แล ฯ
จบพาลวรรคที่ ๕
จบทุติยปัณณาสก์
จบ พาลวรรค