พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ · เถรวรรค
พยสนสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในเถรวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ เถรวรรค พยสนสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๑๖๐–๑๖๐
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นที่ยกย่อง เป็นที่เสมอกัน เป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน
ยังมีข้ออื่นอีก ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้พิจารณาธรรมทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญการพิจารณาธรรมทั้งหลาย แม้ข้อที่ภิกษุเป็นผู้พิจารณาธรรมทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญการพิจารณาธรรมทั้งหลายนี้ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นที่ยกย่อง เป็นที่เสมอกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันยังมีข้ออื่นอีก ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้หลีกเร้น กล่าวสรรเสริญการ หลีกเร้น แม้ข้อที่ภิกษุเป็นผู้หลีกเร้น กล่าวสรรเสริญการหลีกเร้นนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นที่ยกย่อง เป็นที่เสมอกัน เป็น อันหนึ่งอันเดียวกันยังมีข้ออื่นอีก ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ทำปฏิสันถารเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลาย
กล่าวสรรเสริญการทำปฏิสันถาร แม้ข้อที่ภิกษุเป็นผู้ทำปฏิสันถารเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญการทำปฏิสันถารนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นที่ยกย่อง เป็นที่เสมอกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ภิกษุเห็นปานนี้จะไม่เกิดความปรารถนาขึ้น อย่างนี้ว่า ‘โอหนอ ขอให้เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลายพึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเร’ ถึงอย่างนั้น เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลายก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะว่าเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ทั้งหลายผู้เป็นวิญญูชนย่อมมองเห็นอกุศลธรรมทั้งหลายอันเลวทรามที่ละได้ แล้วของเธออยู่ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม้ม้าอาชาไนยตัวงามจะไม่เกิดความปรารถนาขึ้นอย่างนี้ว่า ‘โอหนอ มนุษย์ทั้งหลายพึงตั้งเราไว้ในตำแหน่ง ม้าอาชาไนย พึงให้เรากินอาหารสำหรับม้าอาชาไนย และพึงขัดสีเราให้
-------------------------------------
เหมือนม้าอาชาไนย’ ถึงอย่างนั้น มนุษย์ทั้งหลายก็ตั้งม้านั้นไว้ในตำแหน่งม้า อาชาไนย ให้กินอาหารสำหรับม้าอาชาไนย ขัดสีให้เหมือนม้าอาชาไนย ข้อ นั้นเพราะเหตุอะไร เพราะว่ามนุษย์ทั้งหลายผู้เป็นวิญญชนมองเห็นความโอ้อวด ความโกง ความไม่ตรง ความคด ซึ่งละได้แล้วของม้านั้นอยู่ แม้ฉันใด แม้ภิกษุเห็นปานนี้จะไม่เกิดความปรารถนาขึ้นอย่างนี้ว่า ‘โอหนอ ขอให้ เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลายพึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเรา’ ถึงอย่างนั้น เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลายก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะว่าเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลายผู้เป็นวิญญูชน ย่อม มองเห็นอกุศลธรรมทั้งหลายอันเลวทรามที่ละได้แล้วของเธออยู่ ฉันนั้น เหมือนกันแล”
๘. อักโกสกสูตร
ว่าด้วยโทษของการด่าเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ๑๐ ประการ
{๘๘} [๘๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดชอบด่าบริภาษเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ทั้งหลาย ชอบใส่ร้ายพระอริยะ มิใช่ฐานะมิใช่โอกาสเลย ที่ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนี่ง ความฉิบหาย ๑๐ อย่างคือ อะไรบ้าง คือ(๑) ไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ
(๒) เสื่อมจากธรรมที่บรรลุแล้ว
(๓) สัทธรรม ของภิกษุนั้นย่อมไม่ผ่องแผ้ว
(๔) เป็นผู้เข้าใจผิดว่าตนได้บรรลุสัทธรรมทั้งหลาย
(๕) เป็นผู้ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์
--------------------------------------
(๖) ต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง
(๗) เป็นโรคเรื้อรัง
(๘) ถึงความเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่าน
(๙) เป็นผู้หลงมรณภาพ
(๑๐) หลังจากตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดชอบด่าบริภาษเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ทั้งหลาย ชอบใส่ร้ายพระอริยะ มิใช่ฐานะมิใช่โอกาสเลยที่ภิกษุนั้นจะไม่พึง ถึงความฉิบหาย ๑๐ อย่างเหล่านี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง”
๙. โกกาลิกสูตร
{๘๙} [๘๙] ครั้งนั้นแล โกกาลิกภิกษุเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะมีความปรารถนาชั่วช้า ตกอยู่ในอำนาจความปรารถนาชั่วช้า”เมื่อโกกาลิกภิกษุกล่าวเช่นนี้แล้ว “พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะ โกกาลิกภิกษุว่า “ดูก่อนโกกาลิกะ เธออย่าได้พูดอย่างนี้ ดูก่อนโกกาลิกะ เธออย่าได้พูดอย่างนี้ เธอจงทำใจให้เลื่อมใสในสารีบุตรและโมคคัลลานะ ทั้งสารีบุตรและโมคคัลลานะทั้งสองรูปเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก”
- ----------------------------------------------------------
- ๑สัทธรรม ในที่นี้หมายถึงไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา (องฺ.ทสก.อ. ๓๖๒)
- ----------------------------------------------------------
- ๑โกกาลิกภิกษุ ในพระสูตรนี้เป็นบุตรของโกกาลิกเศรษฐีในพระนครโกกาลิกะ แคว้นโกกาลิกะ บวช อาศัยอยู่ที่วัดซึ่งบิดาสร้างถวาย มีสร้อยชื่อว่าจูฬโกกาลิกะ ไม่ใช่เป็นศิษย์ของทระเทวทัต เป็นคนละรูปกับมหาโกกาลิกภิกษุ บุตรของพราหมณ์ ผู้เป็นศิษย์ของพระเทวทัตนั้น (สํ.ส.อ. ๒๐๕, องฺ.ท สก.อ. ๓๖๒)
จบ พยสนสูตร