พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · อุปาลิวรรค
นิสสยสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๘ ในอุปาลิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรค นิสสยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๗๑–๗๒
๔. อุปสัมปทาสูตร
ว่าด้วยคุณสมบัติ ๑๐ ประการของพระอุปัชฌาย์
{๓๓} [๓๔] “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรมเท่าไรหนอแล จึงควรให้อุปสมบทกุลบุตร”“ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการแลพึงให้ อุปสมบทกุลบุตร ธรรม ๑๐ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมรินัยนี้(๑) เป็นผู้มีศีล คือ สำรวมแล้วในปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษผิดแม้เพียงเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย(๒) เป็นพหูสูต คือ เป็นผู้ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ ธรรมเหล่าใด งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด กล่าวถึงพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน ธรรมทั้งหลายเห็นปานนั้นอันภิกษุนั้นได้สดับมาก ทรงจำไว้ได้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยปัญญา(๓) ปาติโมกข์อันภิกษุนั้นจำดีแล้ว จำแนกดีแล้ว กล่าวดีแล้ว โดยพิสดาร วินิจฉัยดีแล้วโดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ(๔) เป็นผู้สามารถที่จะอุปัฏฐากเองหรือใช้ให้ผู้อื่นอุปัฏฐากสัทธิ วิหาริก ผู้เป็นไข้
(๕) เป็นผู้สามารถที่จะระงับเองหรือใช้ให้ผู้อื่นระงับความไม่ยินดี ยิ่งของสัทธิวิหาริก
----------------------------------------
(๖) เป็นผู้สามารถที่จะบรรเทาความรำคาญอันเกิดขึ้นแล้วได้โดยธรรม
(๗) เป็นผู้สามารถที่จะเปลื้องความเห็นผิดอันเกิดขึ้นแล้วได้โดยธรรม
(๘) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิศีลได้
(๙) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิจิตได้
(๑๐) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิปัญญาได้
ดูก่อนอุบาลีภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แลจึงควรให้ อุปสมบทกุลบุตร
๕. นิสสยสูตร
ว่าด้วยคุณสมบัติ ๑๐ ประการของนิสสยาจารย์
{๓๔} [๓๕] “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรมเท่าไรหนอแล จึงควรให้นิสสัย”
“ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการแล จึงควรให้ นิสสัยได้ ธรรม ๑๐ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้(๑) เป็นผู้มีศีล ... สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย
(๒) เป็นพหูสูต ... แทงตลอดด้วยปัญญา
(๓) ปาติโมกข์ อันภิกษุนั้นจำดีแล้ว ... โดยอนุพยัญชนะ
- ๑สัทธิวิหาริก แปลว่า ผู้อยู่ด้วย ผู้อยู่ร่วม หมายถึงภิกษุผู้เป็นศิษย์ของภิกษุผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นคำเรียกเฉพาะภิกษุที่ได้รับอุปสมบทจากพระอุปัชฌาย์รูปใดก็เป็นสัทธิวิหาริกของพระอุปัชฌาย์รูปนั้น และต้องถืออุปัชฌาย์
- ------------------------------------
- ๑คำว่า ให้นิสสัย เป็นวินัยกรรมที่หมายถึงการที่ภิกษุผู้เป็นอุปัชฌาย์หรืออาจารย์ให้ที่พึ่งอาศัยแก่ กุลบุตรผู้บวชใหม่หรือให้อยู่ในปกครอง {ดูความพิสดารใน วิ.มหา. (แปล) ๔/๗๓/๑๑๕-๑๑๖,๘๒/ ๑๓๘-๑๓๙,๑๐๓-๑๐๔/๑๘๐-๑๘๙}
(๔) เป็นผู้สามารถที่จะอุปัฏฐากเอง หรือใช้ให้ผู้อื่นอุปัฏฐาก อันเตวาสิก ผู้เป็นไข้(๕) เป็นผู้สามารถที่จะระงับเองหรือใช้ให้ผู้อื่นระงับความไม่ยินดี ยิ่งของอันเตวาสิก(๖) เป็นผู้สามารถที่จะบรรเทาความรำคาญอันเกิดขึ้นแล้วได้โดยธรรม
(๗) เป็นผู้สามารถที่จะเปลื้องความเห็นผิดอันเกิดขึ้นแล้วได้โดยธรรม
(๘) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิศีลได้
(๙) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิจิตได้
(๑๐) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิปัญญาได้
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แลจึงควรให้นิสสัย”
๖. สามเณรสูตร
ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุผู้ควรมีสามเณรอุปัฏฐาก ๑๐ ประการ
[๓๖] “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรมเท่าไรหนอแล จึงควรให้สามเณรอุปัฏฐาก”“ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการแล จึงควรให้สามเณรอุปัฏฐาก ธรรม ๑๐ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้---------------------------------------
(๑) เป็นผู้มีศีล ... สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย
(๒) เป็นพหูสูต ... แทงตลอดด้วยปัญญา
(๓) ปาติโมกข์อันภิกษุนั้นจำดีแล้ว ... โดยอนุพยัญชนะ
(๔) เป็นผู้สามารถที่จะอุปัฏฐากเองหรือใช้ให้ผู้อื่นอุปัฏฐากสามเณร ผู้เป็นไข้(๕) เป็นผู้สามารถที่จะระงับเองหรือใช้ให้ผู้อื่นระงับความไม่ยินดี ยิ่งของสามเณร(๖) เป็นผู้สามารถที่จะบรรเทาความรำคาญอันเกิดขึ้นแล้วได้โดย ธรรม
(๗)เป็นผู้สามารถที่จะเปลื้องความเห็นผิดอันเกิดขึ้นแล้วได้โดย ธรรม
(๘) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิศีลได้
(๙) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิจิตได้
(๑๐) เป็นผู้สามารถที่จะให้สมาทานในอธิปัญญาได้
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แลจึงควรให้ สามเณรอุปัฏฐาก”
๗. สังฆเภทสูตร
ว่าด้วยสาเหตุที่ทำให้สงฆ์แตกกัน ๑๐ ประการ
{๓๕} [๓๗] “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า ‘สังฆเภท สังฆเภท’ ดังนี้ สงฆ์จะเป็นผู้แตกกันด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล”“ดูก่อนอุบาลี ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้
- ๑อันเตวาสิก แปลว่า ผู้อยู่ในสำนัก ภิกษุผู้ขออยู่ร่วมสำนัก ศิษย์ โดยภิกษุผู้รับให้อยู่ร่วมสำนัก เรียกว่า อาจารย์ อันเตวาสิกมี ๔ ประเภท คือ (๑) ปัพพชันเตวาสิก อันเตวาสิกในการบรรพชา (๒) อุปสัมปทันเตวาสิก อันเตวาสิกในการอุปสมบท (๓) นิสสยันเตวาสิก อันเตวาสิกในการถือนิสสัย (๔) ธัมมันเตวาสิก อันเตวาสิกในการเรียนธรรม (นัยวิ.อ.๓/๔๓)
จบ นิสสยสูตร