พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ · อุบาสกวรรค
กามโภคีสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในอุบาสกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ อุบาสกวรรค กามโภคีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๑๖๗–๑๗๒
(๑๐) ๕. อุปาสกวรรค
๑. กามโภคีสูตร
ว่าด้วยกามโภคีบุคคล ๑๐ ประเภท
{๙๑} [๙๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ ตรัสกะอนาถบิณฑิกคฤหบดีว่า“ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคล ๑๐ ประเภทนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก กามโภคีบุคคล ๑๐ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ
(๒) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ
(๓) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ
- ๑กามโภคีบุคคล บุคคลผู้บริโภคกาม หมายถึงบุคคลผู้ร่วมใช้สอยโภคสมบัติพร้อมกับบุตรภรรยา ของตนหรือเสพกามครบทั้ง ๒ ประเภท คือ วัตถุกามหรือกามคุณ ๕ และกิเลสกาม (นัย วิ.อ. ๑/ ๒๐๒. องฺ.ทุก.อ. ๕๐) โดยปริยายหมายถึงคฤหัสถ์ผู้มีครอบครัวหรือมีคู่อยู่ครองเรือน ซึ่งต้องยุ่งอยู่ กับกามคุณ ๕ ประจำ
(๔) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์ทั้งโดยชอบธรรม บ้างไม่ชอบธรรมบ้าง โดยกรรมชั่วร้ายบ้าง ไม่ชั่วร้ายบ้าง ครั้นแสวงหาได้ แล้วไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ
(๕) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์ทั้งโดยชอบธรรม บ้างไม่ชอบธรรมบ้าง โดยกรรมชั่วร้ายบ้าง ไม่ชั่วร้ายบ้าง ครั้นแสวงหาได้ แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ
(๖) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์ทั้งโดยชอบธรรม บ้างไม่ชอบธรรมบ้าง โดยกรรมชั่วร้ายบ้าง ไม่ชั่วร้ายบ้าง ครั้นแสวงหาได้ แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ
(๗) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ
(๘) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้ายครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ
(๙) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ แต่ยังเป็นคนละโมบ หมกมุ่น พัวพัน ไม่เห็นโทษ ไม่มีปัญญา สลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นั้นอยู่
(๑๐) กามโภคีบุคคลบางคนในโลกนี้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาแล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ ทั้งไม่ละโมบ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน มีปกติเห็นโทษ มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นั้นอยู่
--------------------------------------
ว่าด้วยกามโภคีบุคคลที่พึงถูกตำหนิและสรรเสริญ
ดูก่อนคฤหบดีในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วไม่เลี้ยง ตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญนี้ พึงถูกตำหนิ ๓ สถาน คือ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดย กรรมชั่วร้าย’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘ไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๓ ดังนี้ว่า ‘ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงถูกตำหนิ ๓ สถานเหล่านี้ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัว
ให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พึงถูกตำหนิ ๒ สถาน พึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถาน คือ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหา โภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงถูกตำหนิ ๒ สถาน พึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถานดังนี้ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้ายครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยง ตัวให้เป็นสุขสบายให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน พึงได้รับสรรเสริญ ๒ สถาน คือพึงถูกตำหนิ ๑ สถานดังนี้ว่า ‘แสวงหา โภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘แบ่งปัน ทำบุญ’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน พึงได้รับสรรเสริญ ๒ สถานดังนี้
ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรมบ้างไม่ชอบธรรมบ้าง โดยกรรมชั่วร้ายบ้าง ไม่ชั่วร้าย บ้าง ครั้นแสวงหาได้แล้วไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถาน พึงถูกตำหนิ ๓ สถาน คือ พึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถานดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรม ชั่วร้าย’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘ไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๓ ดังนี้ว่า ‘ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงได้รับสรรเสริญ
๑ สถาน พึงถูกตำหนิ ๓ สถานดังนี้ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรมบ้างไม่ชอบธรรมบ้าง โดยกรรมชั่วร้ายบ้าง ไม่ชั่วร้ายบ้าง ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พึงได้รับสรรเสริญ ๒ สถาน พึงถูกตำหนิ ๒ สถาน คือ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วร้าย’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ’
ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงได้รับสรรเสริญ ๒ สถาน พึงถูกตำหนิ ๒ สถานดังนี้ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรมบ้างไม่ชอบธรรมบ้าง โดยกรรมชั่วร้ายบ้าง ไม่ชั่วร้ายบ้าง ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ พึงได้รับสรรเสริญ ๓ สถาน พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน คือ พึงได้รับสรรเสริญ สถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ’ พึง ได้รับสรรเสริญสถานที่ ๓ ดังนี้ว่า ‘แบ่งปัน และทำบุญ’ พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน
ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยไม่ชอบธรรม โดยกรรมชั่วรัาย <*>’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงได้รับสรรเสริญ ๓ สถาน พึงถูกตำหนิ ๑ สถานดังนี้
ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถาน พึงถูกตำหนิ ๒ สถาน คือพึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถานดังนี้ว่า ‘แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ๓ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๑ ดังนี้ ว่า ‘ไม่เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ’ พึงถูกตำหนิสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงได้รับสรรเสริญ ๑ สถาน พึงถูกตำหนิ ๒ สถานดังนี้ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม
โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ แต่ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ พึงได้รับสรรเสริญ ๒ สถาน พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน คือ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ’ พึงถูกตำหนิ ๑ สถานดังนี้ว่า ‘ไม่แบ่งปัน ไม่ทำบุญ’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงได้รับสรรเสริญ ๒ สถาน พึงถูกตำหนิ ๑ สถานดังนี้ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัว ให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ แบ่งปัน และทำบุญ แต่ยังเป็นคนละโมบ หมกมุ่น พัวพัน ไม่เห็นโทษ ไม่มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นี้ พึงได้รับ สรรเสริญ ๓ สถาน พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย’ พึงได้รับสรรเสริญ
- <*>ชั่วร้าย - ผู้รวบรวม
สถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘เลี้ยงตัวให้สุขสบายให้อิ่มหนำ’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๓ ดังนี้ว่า ‘แบ่งปัน และทำบุญ’ พึงถูกตำหนิ ๑ สถานดังนี้ว่า ‘เป็นคนละโมบ หมกมุ่น พัวพัน ไม่เห็นโทษ ไม่มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้พึงได้รับสรรเสริญ ๓ สถาน พึงถูกตำหนิ ๑ สถาน ดังนี้
ดูก่อนคฤหบดี ในกามโภคีบุคคลเหล่านั้น กามโภคีบุคคลที่แสวงหา โภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้ สุขสบายให้อิ่มหนำ แบ่งปัน ทำบุญ และไม่ละโมบ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน มีปกติเห็นโทษ มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์ พึงได้รับสรรเสริญ ๔ สถาน คือ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๑ ดังนี้ว่า ‘แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๒ ดังนี้ว่า ‘เลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๓ ดังนี้ว่า ‘แบ่งปัน และทำบุญ’ พึงได้รับสรรเสริญสถานที่ ๔ ดังนี้ว่า ‘เป็นคนไม่ละโมบ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน มีปกติเห็นโทษ
มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์’ ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคลเช่นนี้ พึงได้รับสรรเสริญ ๔ สถานดังนี้ดูก่อนคฤหบดี กามโภคีบุคคล ๑๐ ประเภทนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดากามโภคีบุคคล ๑๐ ประเภทนี้ กามโภคีบุคคลที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาได้แล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ แบ่งปัน ทำบุญ และไม่ละโมบ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน มีปกติเห็นโทษ มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นี้ จัดว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐ เป็นใหญ่ สูงสุด ดีกว่า ดูก่อนคฤหบดี เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส หัวเนยใสชาวโลกกล่าวกันว่าเป็นเลิศกว่านมสดเป็นต้นเหล่านั้น ฉันใด บรรดากามโภคีบุคคล ๑๐ ประเภทนี้ กามโภคีบุคคลที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม
โดยกรรมไม่ชั่วร้าย ครั้นแสวงหาแล้วเลี้ยงตัวให้สุขสบาย ให้อิ่มหนำ แบ่งปัน ทำบุญ และไม่ละโมบ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน มีปกติเห็นโทษ มีปัญญาสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นี้ ก็จัดว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐ เป็นใหญ่ สูงสุด ดีกว่า ฉันนั้นเหมือนกัน”
๒. ภยสูตร
ว่าด้วยภัยเวร ๕ ประการ
{๙๒} [๙๒] ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นอนาถบิณฑิกคฤหบดีนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ ตรัสว่า
“ดูก่อนคฤหบดี เมื่อใดแล อริยสาวกมีภัยเวร ๕ ประการสงบแล้ว เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมอันเป็นองค์แห่งการเข้าถึงกระแสนิพพาน ๔ อย่าง และเห็นแจ้งแทงตลอดดีแล้วซึ่งญายธรรมอันประเสริฐ ด้วยปัญญา เมื่อนั้น อริยสาวกนั้นเมื่อจำนงอยู่ ก็พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองได้ว่า ‘เราเป็นผู้มีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีปิตติวิสัย (แดนเปรต) สิ้นแล้ว มีอบายทุคติวินิบาตสิ้นแล้ว เราเป็นโสดาบันผู้มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า’
- ๑ญายธรรม หมายถึงธรรมอันสมเหตุสมผล หรือข้อปฏิบัติอันถูกต้อง ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ (ที.ม.อ. ๓๖๕, ม.มู.อ.๑/๒๕๑, ม.อุ.อ. ๑๔๔, สํ.ม.อ. ๑๙๕) ได้แก่ ปฏิจจสมุปบาทและอริยมรรคมีองค์ ๘ (สํ.นิ.อุ. ๘๓) ในที่นี้ ญายธรรมอันประเสริฐ ได้แก่ มรรคพร้อมทั้งวิปัสสนา (องฺ.ฉกฺก.อ. ๑๑๐, องฺ.นวก.อ. ๓๑๑, องฺ.ทสก.อ. ๓๖๗)
จบ กามโภคีสูตร