arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ · ยมกวรรค

วัตถุกถาสูตร ที่ ๒ เล่ม ๒๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในยมกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

วัตถุกถาสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ ยมกวรรค วัตถุกถาสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา อุปฏฺฐานสาลายํ สนฺนิสนฺนา สนฺนิปติตา อเนกวิหิตํ ติรจฺฉานกถํ อนุยุตฺตา วิหรนฺติ เสยฺยถีทํ ราชกถํ โจรกถํ มหามตฺตกถํ ฯเปฯ อิติ ภวาภวกถํ อิติ วาติ ฯ อถโข ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน อุปฏฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ นิสชฺช โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา กา จ ปน โว อนฺตรากถา วิปฺปกตาติ ฯ อิธ มยํ ภนฺเต ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา อุปฏฺฐานสาลายํ สนฺนิสินฺนา สนฺนิปติตา อเนกวิหิตํ ติรจฺฉานกถํ อนุยุตฺตา วิหราม เสยฺยถีทํ ราชกถํ โจรกถํ ฯเปฯ อิติ ภวาภวกถํ อิติ วา ฯ

น โข ปเนตํ ภิกฺขเว ตุมฺหากํ ปฏิรูปํ กุลปุตฺตานํ สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตานํ ยํ ตุเมฺห อเนกวิหิตํ ติรจฺฉานกถํ อนุยุตฺตา วิหราม เสยฺยถีทํ ราชกถํ ฯเปฯ อิติ ภวาภวกถํ อิติ วา ทสยิมานิ ภิกฺขเว ปาสํสานิ ฐานานิ กตมานิ ทส อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อตฺตนา จ อปฺปิจฺโฉ โหติ อปฺปิจฺฉกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ อปฺปิจฺโฉ จ ภิกฺขุ อปฺปิจฺฉกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ สนฺตุฏฺโฐ โหติ สนฺตุฏฺฐิกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ สนฺตุฏฺโฐ ภิกฺขุ สนฺตุฏฺฐิกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ ปวิวิตฺโต โหติ ปวิเวกกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ ปวิวิตฺโต ภิกฺขุ ปวิเวกกถญฺจ

ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ อสํสฏฺโฐ โหติ อสํสฏฺฐกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ อสํสฏฺโฐ ภิกฺขุ อสํสฏฺฐกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ อารทฺธวิริโย โหติ วิริยารมฺภกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ อารทฺธวิริโย ภิกฺขุ วิริยารมฺภกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ สีลสมฺปนฺโน ภิกฺขุ สีลสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ สมาธิสมฺปนฺโน โหติ สมาธิสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ สมาธิสมฺปนฺโน ภิกฺขุ สมาธิสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ ปญฺญาสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ ปญฺญาสมฺปนฺโน ภิกฺขุ ปญฺญาสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ วิมุตฺติสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ วิมุตฺติสมฺปนฺโน ภิกฺขุ วิมุตฺติสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อตฺตนา จ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน ภิกฺขุ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทากถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตาติ ปาสํสเมตํ ฐานํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ทส ปาสํสานิฏฺฐานานีติ ฯ

ยมกวคฺโค ทุติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

อวิชฺชาตณฺหานิฏฺฐา จ อเวจฺจ เทฺว สุขานิ จ

นฬกปาเนน เทฺว จ ๑ วตฺถุกถา อปเร เทฺว ๒ ฯ

___________

อากงฺขวคฺโค ตติโย

๑ โป. ม. วิมุตฺติ ... กถาติ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล ภิกษุเป็นจำนวนมากกลับจากบิณฑบาตภายหลังภัต นั่งประชุมกันที่หอฉัน สนทนาดิรัจฉานกถาเป็นอันมาก คือ สนทนาเรื่องพระราชาเรื่องโจร ฯลฯ เรื่องความเจริญและความเสื่อม ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่เร้นในเวลาเย็นเสด็จเข้าไปยังหอฉัน ประทับนั่งบนอาสนะที่เขาตบแต่งไว้ ครั้นแล้ว ได้ตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เธอทั้งหลายนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไรหนอก็แหละกถาอะไรที่เธอทั้งหลายสนทนาค้างไว้ ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอประทานพระวโรกาส ข้าพระองค์ทั้งหลายกลับจากบิณฑบาตภายหลังภัต นั่งประชุมกันที่หอฉันสนทนาดิรัจฉานกถาเป็นอันมาก คือ สนทนาเรื่องพระราชา เรื่องโจร ฯลฯ เรื่องความเจริญและความเสื่อม พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การที่เธอทั้งหลายสนทนาดิรัจฉานกถาเป็นอันมาก คือ สนทนาเรื่องพระราชา เรื่องโจรฯลฯ เรื่องความเจริญและความเสื่อมนี้ ไม่สมควรแก่เธอทั้งหลายผู้เป็นกุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ควรสรรเสริญ๑๐ อย่างนี้ ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ตนเองเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้มีความปรารถนาน้อยแก่ภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้มีความปรารถนาน้อย และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้มีความปรารถนาน้อยแก่ภิกษุทั้งหลายนี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ ตนเองเป็นผู้สันโดษและกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สันโดษแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สันโดษ และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สันโดษแก่ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ตนเองเป็นผู้สงัด และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สงัดแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สงัด และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สงัดแก่ภิกษุทั้งหลาย

นี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ ตนเองเป็นผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ และกล่าวกถาปรารภความไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะแก่ภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ และกล่าวกถาปรารภความไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะแก่ภิกษุทั้งหลายนี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ตนเองเป็นผู้ปรารภความเพียร และกล่าวกถาปรารภความเพียรแก่ภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้ปรารภความเพียร และกล่าวกถาปรารภความเพียรแก่ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ควรสรรเสริญ ๑ ตนเองเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีลแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยศีล และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีลแก่ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ

๑ตนเองเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมาธิ และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมาธิแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยสมาธิ และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมาธิแก่ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ ตนเองเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาแก่ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ ตนเองเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติ และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติ และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติแก่ภิกษุทั้งหลายนี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ ตนเองเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะและกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ แก่ภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ และกล่าวกถาปรารภความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะแก่ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะควรสรรเสริญ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายฐานะที่ควรสรรเสริญ ๑๐ อย่างนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบยมกวรรคที่ ๒

____________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อวิชชาสูตร ๒. ตัณหาสูตร

๓. นิฏฐาสูตร ๔. อเวจจสูตร

๕. สุขสูตรที่ ๑ ๖. สุขสูตรที่ ๒

๗. นฬกปานสูตรที่ ๑ ๘. นฬกปานสูตรที่ ๒

๙. วัตถุกถาสูตรที่ ๑ ๑๐. วัตถุกถาสูตรที่ ๒ ฯ

จบ วัตถุกถาสูตร ที่ ๒