พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · โลณผลวรรค
โลณกสูตร เล่ม ๒๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๔๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๑ ในโลณผลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
โลณกสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรค โลณกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)
๑๐๑ โย โข ๑ ภิกฺขเว เอวํ วเทยฺย ยถา ยถายํ ปุริโส กมฺมํ กโรติ ตถา ตถา ตํ ปฏิสํเวทิยตีติ ๒ เอวํ สนฺตํ ภิกฺขเว พฺรหฺมจริยวาโส น โหติ โอกาโส น ปญฺญายติ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยาย ฯ โย จ โข ภิกฺขเว เอวํ วเทยฺย ยถา ยถา เวทนิยํ อยํ ปุริโส กมฺมํ กโรติ ตถา ตถาสฺส วิปากํ ปฏิสํเวทิยตีติ เอวํ สนฺตํ ภิกฺขเว พฺรหฺมจริยวาโส โหติ โอกาโส ปญฺญายติ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยาย ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ [๑]- พหุเทว ฯ กถํรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ
อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภาวิตกาโย โหติ อภาวิตสีโล อภาวิตจิตฺโต อภาวิตปญฺโญ ปริตฺโต อปฺปตุโม ๒ อปฺปทุกฺขวิหารี เอวรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ กถํรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ภาวิตกาโย โหติ ภาวิตสีโล ภาวิตจิตฺโต ภาวิตปญฺโญ อปริตฺโต มหตฺตา ๓ อปฺปมาณวิหารี เอวรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส โลณผลํ ๔ ปริตฺเต อุทกมลฺลเก ๕ ปกฺขิเปยฺย ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว อปินุ ตํ ปริตฺตํ อุทกมลฺลเก อุทกํ อมุนา โลณผเลน ๖ โลณํ อสฺส อเปยฺยนฺติ ฯ
เอวํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อทท หิ ภนฺเต ปริตฺตํ อุทกมลฺลเก อุทกํ ตํ อมุนา โลณผเลน โลณํ อสฺส อเปยฺยนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส โลณผลํ คงฺคาย นทิยา ปกฺขิเปยฺย ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว อปินุ สา คงฺคา นที อมุนา โลณผเลน โลณํ ๑ อสฺส อเปยฺยนฺติ ฯ โนเหตํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อสุ หิ ภนฺเต คงฺคาย นทิยา มหาอุทกกฺขนฺโธ โส อมุนา โลณผเลน โลโณ [๒]- อสฺส อเปยฺโยติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯ กถํรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ
อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภาวิตกาโย โหติ อภาวิตสีโล อภาวิตจิตฺโต อภาวิตปญฺโญ ปริตฺโต อปฺปตุโม อปฺปทุกฺขวิหารี เอวรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ กถํรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ภาวิตกาโย โหติ ภาวิตสีโล ภาวิตจิตฺโต ภาวิตปญฺโญ อปริตฺโต มหตฺตา ๓ อปฺปมาณวิหารี เอวรูปสฺส ภิกฺขเว ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อฑฺฒกหาปเณนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปเณนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปณสเตนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ ฯ
อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ อฑฺฒกหาปเณนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปเณนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปณสเตนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ ฯ กถํรูโป ภิกฺขเว อฑฺฒกหาปเณนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปเณนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปณสเตนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ทฬิทฺโท โหติ อปฺปสฺสโก อปฺปโภโค เอวรูโป ภิกฺขเว อฑฺฒกหาปเณนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปเณนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปณสเตนปิ พนฺธนํ นิคจฺฉติ ฯ กถํรูโป ภิกฺขเว อฑฺฒกหาปเณนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปเณนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปณสเตนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อฑฺโฒโหติ มหทฺธโน มหาโภโค เอวรูโป ภิกฺขเว อฑฺฒกหาปเณนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปเณนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ กหาปณสเตนปิ น พนฺธนํ นิคจฺฉติ ฯ
เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯเปฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว โอรพฺภิโก วา อุรพฺภฆาตโก วา อปฺเปกจฺโจ ๑ อุรพฺภํ อทินฺนํ อาทิยมานํ ปโหติ หนฺตต วา พนฺธิตต วา ฌาเปตต วา ยถาปจฺจยํ วา กาตต อปฺเปกจฺโจ ๒ อุรพฺภํ อทินฺนํ อาทิยมานํ นปฺปโหติ หนฺตต วา พนฺธิตต วา ฌาเปตต วา ยถาปจฺจยํ วา กาตต ฯ กถํรูโป ๓ ภิกฺขเว โอรพฺภิโก วา อุรพฺภฆาตโก วา อุรพฺภํ อทินฺนํ อาทิยมานํ ปโหติ หนฺตต ว พนฺธิตต วา ฌาเปตต วา ยถาปจฺจยํ วา กาตต ฯ
อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ทฬิทฺโท โหติ อปฺปสฺสโก อปฺปโภโค เอวรูโป ๑ ภิกฺขเว โอรพฺภิโก วา อุรพฺภฆาตโก วา อุรพฺภํ อทินฺนํ อาทิยมานํ ปโหติ หนฺตต วา พนฺธิตต วา ฌาเปตต วา ยถาปจฺจยํ วา กาตต ฯ กถํรูโป ๒ ภิกฺขเว โอรพฺภิโก วา อุรพฺภฆาตโก วา อุรพฺภํ อทินฺนํ อาทิยมานํ นปฺปโหติ หนฺตต วา พนฺธิตต วา ฌาเปตต วา ยถาปจฺจยํ วา กาตต ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อฑฺโฒ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค ราชา วา ราชมหามตฺโต วา เอวรูโป ๓ ภิกฺขเว โอรพฺภิโก วา อุรพฺภฆาตโก วา อุรพฺภํ อทินฺนํ อาทิยมานํ นปฺปโหติ หนฺตต วา พนฺธิตต วา ฌาเปตต วา ยถาปจฺจยํ วา กาตต ฯ อญฺญทตฺถุ ปญฺชลิโกว นํ ยาจติ เทหิ เม มาริส อุรพฺภํ วา อุรพฺภธนํ วาติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปมตฺตกํปิ ปาปกมฺมํ กตํ ตเมนํ นิรยํ อุปเนติ ฯ
อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตาทิสํเยว อปฺปมตฺตกํ ปาปกมฺมํ กตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ นานุปิ ขายติ พหุเทว ฯเปฯ โย โข ภิกฺขเว เอวํ วเทยฺย ยถา ยถายํ ปุริโส กมฺมํ กโรติ ตถา ตถา ตํ ปฏิสํเวทิยตีติ เอวํ สนฺตํ ภิกฺขเว พฺรหฺมจริยวาโส น โหติ โอกาโส น ปญฺญายติ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยาย ฯ โย จ โข ภิกฺขเว เอวํ วเทยฺย ยถา ยถา เวทนียํ อยํ ปุริโส กมฺมํ กโรติ ตถา ตถาสฺส วิปากํ ปฏิสํเวทิยตีติ เอวํ สนฺตํ ภิกฺขเว พฺรหฺมจริยวาโส โหติ โอกาโส ปญฺญายติ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ
๑ ม. ยุ. โขสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ม. ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๑ ม. กึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ยุ. อปฺปาตุโม ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๓ ม. มหตฺโต ฯ ๔ ม. โลณกปลลํ ฯ ๕ ม. อุทกกปลฺลเก ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๖ ม. โลณกปลฺเลน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๑ ยุ. โลณา ฯ ๒ ม. ยุ. น ฯ ๓ ม. มหตฺโต ฯ
๑-๒ ม. ยุ. อปฺเปกจฺจํ ฯ ๓ ม. ยุ. กถํรูปํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแลพึงกล่าวอย่างนี้ว่า บุรุษนี้ทำบาปไว้อย่างไรๆ เขาจะต้องเสวยกรรมนั้นอย่างนั้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ของผู้นั้นย่อมมีไม่ได้โอกาสที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบ ย่อมไม่ปรากฏ ส่วนผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า บุรุษนี้ทำกรรมที่จะต้องเสวยผลไว้ด้วยอาการใดๆ เขาจะต้องเสวยวิบากของกรรมนั้นด้วยอาการนั้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ของผู้นั้นย่อมมีได้ โอกาสที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบย่อมปรากฏ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำบาปกรรมแม้เล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ ทำบาปกรรมเพียงเล็กน้อย เช่นนั้นแหละ บาปกรรมนั้นย่อมให้ผลทันตาเห็น แต่ส่วนน้อย ไม่ปรากฏ ปรากฏเฉพาะส่วนที่มาก บุคคลเช่นไร ทำบาปกรรมแม้เล็กน้อยบาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ไม่อบรมกาย ไม่อบรมศีล ไม่อบรมจิต ไม่อบรมปัญญา มีคุณน้อย มีอัตภาพเล็กมีปรกติอยู่เป็นทุกข์ เพราะวิบากเล็กน้อย บุคคลเห็นปานนี้ ทำบาปกรรมแม้เล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเช่นไรเล่า ทำบาปกรรมเล็กน้อยเช่นนั้นเหมือนกันบาปกรรมนั้นให้ผลทันตาเห็น แต่ส่วนน้อยไม่ปรากฏ ปรากฏเฉพาะส่วนมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้อบรมกาย อบรมศีล อบรมจิต อบรมปัญญา มีคุณไม่น้อย
มีอัตภาพใหญ่มีธรรมเป็นเครื่องอยู่หาประมาณมิได้ บุคคลเช่นนี้ทำบาปกรรมเล็กน้อยเช่นนั้นเหมือนกัน บาปกรรมนั้นให้ผลทันตาเห็น แต่ส่วนน้อยไม่ปรากฏ ปรากฏเฉพาะแต่ส่วนมากดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษพึงใส่ก้อนเกลือลงในขันใบน้อย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำในขันเพียงเล็กน้อยนั้น พึงเค็มดื่มกินไม่ได้ เพราะก้อนเกลือโน้นใช่ไหม ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่าใช่พระเจ้าข้า ฯ
พ. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ฯ
ภิ. เพราะในขันน้ำมีน้ำนิดหน่อย ฉะนั้นน้ำนั้นจึงเค็ม ดื่มไม่ได้ เพราะก้อนเกลือนี้พระเจ้าข้า ฯ
พ. เปรียบเหมือนบุรุษพึงใส่ก้อนเกลือลงในแม่น้ำคงคา เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน แม่น้ำคงคาพึงเค็ม ดื่มไม่ได้ เพราะก้อนเกลือโน้นหรือไม่ ฯ
ภิ. หามิได้ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ฯ
ภิ. เพราะในแม่น้ำคงคานั้น มีห้วงน้ำใหญ่ ฉะนั้น ห้วงน้ำใหญ่นั้นจึงไม่เค็ม ดื่มได้เพราะก้อนเกลือโน้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำบาปกรรมเพียงเล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ทำบาปกรรมเล็กน้อยเช่นนั้นเหมือนกัน บาปกรรมนั้นให้ผลทันตาเห็น ส่วนน้อยไม่ปรากฏ ปรากฏแต่เฉพาะส่วนมาก ... ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกจองจำเพราะทรัพย์กึ่งกหาปณะบ้าง ถูกจองจำเพราะทรัพย์หนึ่งกหาปณะบ้าง ถูกจองจำเพราะทรัพย์ร้อยกหาปณะบ้าง ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์กึ่งกหาปณะไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์หนึ่งกหาปณะ ไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์ตั้งร้อยกหาปณะ ก็บุคคลเช่นไรเล่า ถูกจองจำเพราะทรัพย์กึ่งกหาปณะบ้างถูกจองจำเพราะทรัพย์หนึ่งกหาปณะบ้าง ถูกจองจำเพราะทรัพย์ร้อยกหาปณะบ้าง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนขัดสน มีสิ่งของของตนน้อย มีโภคทรัพย์น้อย บุคคลเช่นนี้ย่อมถูกจองจำเพราะทรัพย์กึ่งกหาปณะบ้าง ถูกจองจำเพราะทรัพย์หนึ่งกหาปณะบ้าง ถูกจองจำเพราะทรัพย์ร้อยกหาปณะบ้าง บุคคลเช่นไรเล่า ไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์กึ่งกหาปณะไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์หนึ่งกหาปณะ ไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์ร้อยกหาปณะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์เหลือเฟือ มีโภคะมากมาย บุคคลเช่นนี้ย่อมไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์กึ่งกหาปณะ ไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์หนึ่งกหาปณะ ไม่ถูกจองจำแม้เพราะทรัพย์ร้อยกหาปณะ ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ทำบาปกรรมไว้เพียงเล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ ได้ทำบาปกรรมเล็กน้อยไว้เช่นนั้นเหมือนกัน บาปกรรมนั้นให้ผลทันตาเห็น ส่วนน้อยไม่ปรากฏปรากฏเฉพาะแต่ส่วนมาก ฯลฯ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนเจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะบางคนสามารถที่จะฆ่าหรือจองจำคนลักแกะ หรือเอาไฟเผา หรือทำตามที่ตนปรารถนาบางคนไม่สามารถที่จะฆ่า หรือจองจำคนลักแกะ หรือเอาไฟเผา หรือทำตามที่ตนปรารถนาได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะเช่นไรเล่า สามารถที่จะฆ่า หรือจองจำคนลักแกะ หรือเอาไฟเผา หรือทำตามที่ตนปรารถนา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะบางคนในโลกนี้ เป็นคนขัดสน มีสิ่งของของตนน้อย มีโภคทรัพย์น้อย เจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะเช่นนี้ สามารถที่จะฆ่า หรือจองจำคนลักแกะ หรือเอาไฟเผา หรือทำตามที่ตนปรารถนา ดูกรภิกษุทั้งหลายเจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะเช่นไรเล่า ไม่สามารถที่จะฆ่า หรือจองจำคนลักแกะ หรือเอาไฟเผา
หรือทำตามที่ตนปรารถนา ดูกรภิกษุทั้งหลายเจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะบางคนในโลกนี้ เป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะเหลือเฟือ เป็นพระราชา หรือมหาอำมาตย์ของพระราชา เจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะเช่นนี้ ไม่สามารถที่จะฆ่า หรือจองจำคนลักแกะ หรือเอาไฟเผา หรือทำตามที่ตนปรารถนา ความจริงเจ้าของแกะหรือคนฆ่าแกะนั้น อันคนผู้ประนมมือย่อมจะขอเขาได้ว่า
ข้าแต่ท่าน ขอท่านจงให้แกะหรือทรัพย์ที่เป็นมูลค่าของแกะแก่ฉันเถิด แม้ฉันใด ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ทำบาปกรรมแม้เพียงเล็กน้อย บาปกรรมนั้นย่อมนำเขาเข้านรก ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ ได้ทำบาปกรรมเล็กน้อยไว้เช่นนั้นเหมือนกัน บาปกรรมนั้นย่อมให้ผลทันตาเห็น ส่วนน้อยไม่ปรากฏ ปรากฏแต่เฉพาะส่วนมาก ฯลฯ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแลพึงกล่าวอย่างนี้ว่า บุรุษนี้ทำกรรมไว้อย่างไรๆเขาจะต้องเสวยกรรมนั้นอย่างนั้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ของผู้นั้นย่อมมีไม่ได้โอกาสที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบย่อมไม่ปรากฏ ส่วนผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า บุรุษนี้ทำกรรมที่จะต้องเสวยผลไว้ด้วยอาการใดๆ เขาจะต้องเสวยวิบากของกรรมนั้นด้วยอาการนั้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ของผู้นั้นย่อมมีได้ โอกาสที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบย่อมปรากฏ ฯ
จบ โลณกสูตร