พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · สมณวรรค
เขตตสูตร เล่ม ๒๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๑ ในสมณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรค เขตตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๐ หน้า ๓๕๐–๓๕๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ติดตามไปเบื้องหลังภิกษุสงฆ์พลางร้องประกาศว่า ‘แม้เราก็เป็นภิกษุ ๆ’ แต่ ความพอใจในการสมาทานอธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา ของเธอหาเหมือนภิกษุเหล่าอื่นไม่ เธอเป็นได้แค่ติดตามไปเบื้องหลังภิกษุสงฆ์พลางร้องประกาศว่า ‘แม้เราก็เป็นภิกษุ ๆ’ ดังนี้เท่านั้นดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘เราจักมีความพอใจอย่างแรงกล้าในการสมาทานอธิสีลสิกขา เราจักมีความพอใจอย่างแรงกล้าในการสมาทานอธิจิตตสิกขา เราจักมีความพอใจอย่างแรงกล้าในการสมาทานอธิปัญญาสิกขา’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล’
๓. เขตตสูตร
ว่าด้วยกิจเบื้องต้นของชาวนาและของภิกษุ
{๕๒๓} [๙๙๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กิจที่ควรทำเบื้องต้นของคฤหบดีชาวนามี ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างคืออะไรบ้าง คือ คฤหบดีชาวนาในโลกนี้ ก่อนอื่นจะต้องไถคราดนาให้ดีก่อน ๑ ครั้นแล้วก็เพาะพืชลงไปตามฤดูกาล ๑ ครั้นแล้วก็ไขน้ำเข้าบ้าง ระบายน้ำออกบ้างตามเวลา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กิจที่ควรทำเบื้องต้นของคฤหบดีชาวนามี ๓ อย่างนี้แล ฉันใดกิจที่ควรทำเบื้องต้นของภิกษุก็มี ๓ อย่างนี้ฉันนั้นเหมือนกัน ๓ อย่างคืออะไรบ้าง คือ การสมาทานอธิสีลสิกขา ๑ การสมาทานอธิจิตตสิกขา ๑ การสมาทานอธิปัญญาสิกขา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กิจที่ควรทำเบื้องต้นของภิกษุมี ๓ อย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘เราจักมีความพอใจอย่างแรงกล้าในการสมาทานอธิสีลสิกขา เราจักมีความ
พอใจอย่างแรงกล้าในการสมาทานอธิจิตตสิกขา เราจักมีความพอใจอย่างแรงกล้าในการสมาทานอธิปัญญาสิกขา’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล”
๔. วัชชีปุตตสูตร
ว่าด้วยการเจริญไตรสิกขาเพื่อละอกุศลมูล
{๕๒๔} [๙๙๖] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี ครั้งนั้นแล ภิกษุวัชชีบุตรรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สิกขาบท ๑๕๐ ถ้วนนี้ย่อมมาสู่อุเทศทุกกึ่งเดือน ข้าพระองค์ไม่สามารถที่จะศึกษาในสิกขาบทนี้ได้ พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า “ดูก่อนภิกษุ ก็เธอสามารถจะศึกษาในสิกขา ๓ คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขาได้ไหม”
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์สามารถจะศึกษาในสิกขา ๓ คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขาได้”
“ดูก่อนภิกษุ เพราะฉะนั้นแล เธอจงศึกษาในสิกขา ๓ คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
เมื่อใด เธอจักศึกษาอธิสีลสิกขาก็ดี จักศึกษาอธิจิตตสิกขาก็ดี จักศึกษาอธิปัญญาสิกขาก็ดี เมื่อนั้น เมื่อเธอนั้นศึกษาอธิสีลสิกขาอยู่ก็ดี ศึกษาอธิจิตตสิกขาอยู่ก็ดี ศึกษาอธิปัญญาสิกขาอยู่ก็ดี ก็จักละราคะ ละโทสะ ละ
- ๑สิกขาบท ๑๕๐ ถ้วน หมายถึงสิกขาบทที่ทรงบัญญัติในสมัยภิกษุวัชชีบุตรนั้นทูลถาม ซึ่งยังมีเพียง ๑๕๐ ถ้วน ที่ภิกษุสงฆ์ยกขึ้นสวดปาติโมกข์ทุกครึ่งเดือน (องฺ.ติก.อ. ๒๔๐)
จบ เขตตสูตร