พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · สมณวรรค
ปังกธาสูตร เล่ม ๒๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๑ ในสมณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปังกธาสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรค ปังกธาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)
๙๒ เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เยน ปงฺกธา ๓ นาม โกสลานํ นิคโม ตทวสริ ฯ ตตฺร สุทํ ภควา ปงฺกธายํ วิหรติ ปงฺกธา นาม โกสลานํ นิคโม ฯ เตน โข ปน สมเยน กสฺสปโคตฺโต นาม ภิกฺขุ ปงฺกธายํ อาวาสิโก โหติ ฯ ตตฺร สุทํ ภควา สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ ฯ อถโข กสฺสปโคตฺตสฺส ภิกฺขุโน ภควตา ๔ สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสนฺเต สมาทเปนฺเต สมุตฺเตเชนฺเต สมฺปหํเสนฺเต อหุเทว อกฺขนฺติ อหุ อปฺปจฺจโย อธิสลฺเลขเตวายํ ๕ สมโณติ ฯ อถโข ภควา ปงฺกธายํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน ราชคหํ เตน จาริกํ ปกฺกามิ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน ราชคหํ ตทวสริ ฯ
ตตฺร สุทํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ๑ ปพฺพเต ฯ อถโข กสฺสปโคตฺตสฺส ภิกฺขุโน อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต อหุเทว กุกฺกุจฺจํ อหุ วิปฺปฏิสาโร อลาภา วต เม น วต เม ลาภา ทุลฺลทฺธํ วต เม น วต เม สุลทฺธํ ยสฺส เม ภควตา ๒ สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสนฺเต สมาทเปนฺเต สมุตฺเตเชนฺเต สมฺปหํเสนฺเต อหุเทว อกฺขนฺติ อหุ อปฺปจฺจโย อธิสลฺเลขเตวายํ สมโณติ ยนฺนูนาหํ เยน ภควา เตนุปสงฺกเมยฺยํ อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต สนฺติเก อจฺจยํ อจฺจยโต เทเสยฺยนฺติ ฯ
อถโข กสฺสปโคตฺโต ภิกฺขุ เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ราชคหํ เตน ปกฺกามิ อนุปุพฺเพน เยน ราชคหํ [๓]- คิชฺฌกูโฏ ปพฺพโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข กสฺสปโคตฺโต ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ เอกมิทํ ภนฺเต สมยํ ภควา ปงฺกุธายํ วิหรติ ปงฺกุธา นาม โกสลานํ นิคโม ตตฺร สุทํ ๔ ภควา สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสติ ๕ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต ๖ ภควตา สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสนฺเต สมาทเปนฺเต สมุตฺเตเชนฺเต สมฺปหํเสนฺเต อหุเทว อกฺขนฺติ อหุ อปฺปจฺจโย
อธิสลฺเลขเตวายํ สมโณติ อถโข ภควา ปงฺกธายํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน ราชคหํ เตน จาริกํ ปกฺกามิ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต อหุเทว กุกฺกุจฺจํ อหุ วิปฺปฏิสาโร อลาภา วต เม น วต เม ลาภา ทุลฺลทฺธํ วต เม น วต เม สุลทฺธํ ยสฺส เม ภควตา สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสนฺเต สมาทเปนฺเต สมุตฺเตเชนฺเต สมฺปหํเสนฺเต อหุเทว อกฺขนฺติ อหุ อปฺปจฺจโย อธิสลฺเลขเตวายํ สมโณติ ยนฺนูนาหํ เยน ภควา เตนุปสงฺกเมยฺยํ อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต สนฺติเก อจฺจยํ อจฺจยโต เทเสยฺยนฺติ อจฺจโย มํ ภนฺเต อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ ยสฺส เม ภควตา สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา
กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสนฺเต สมาทเปนฺเต สมุตฺเตเชนฺเต สมฺปหํเสนฺเต อหุเทว อกฺขนฺติ อหุ อปฺปจฺจโย อธิสลฺเลขเตวายํ สมโณติ ตสฺส เม ภนฺเต ภควา อจฺจยํ อจฺจยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ อายตึ สํวรายาติ ฯ ตคฺฆ ตํ ๑ กสฺสป อจฺจโย อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ ยสฺส เต มยา ๒ สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย ภิกฺขู สนฺทสฺเสนฺเต สมาทเปนฺเต สมุตฺเตเชนฺเต สมฺปหํเสนฺเต อหุเทว อกฺขนฺติ อหุ อปฺปจฺจโย อธิสลฺเลขเตวายํ สมโณติ ยโต จ โข ตฺวํ กสฺสป อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสิ ตนฺเต มยํ ปฏิคฺคณฺหาม วุฑฺฒิ เหสา กสฺสป อริยสฺส วินเย โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ อายตึ
สํวรํ อาปชฺชติ เถโร เจปิ กสฺสป ภิกฺขุ โหติ น สิกฺขากาโม สิกฺขาสมาทานสฺส น วณฺณวาที เย จญฺเญ ภิกฺขู น สิกฺขากามา เต จ สิกฺขาย น สมาทเปติ เย จญฺเญ ภิกฺขู สิกฺขากามา เตสญฺจ น วณฺณํ ภณติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน เอวรูปสฺสาหํ กสฺสป เถรสฺส ภิกฺขุโน น วณฺณํ ภณามิ ตํ กิสฺส เหตุ สตฺถา หิสฺส วณฺณํ ภณตีติ อญฺเญ นํ ภิกฺขู ภเชยฺยย เย นํ ภเชยฺยย ตฺยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย ยสฺส ๑ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย เตสนฺตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ ตสฺมาหํ กสฺสป เอวรูปสฺส เถรสฺส ภิกฺขุโน น วณฺณํ ภณามิ มชฺฌิโม เจปิ กสฺสป ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ
นโว เจปิ กสฺสป ภิกฺขุ โหติ น สิกฺขากาโม สิกฺขาสมาทานสฺส น วณฺณวาที เย จญฺเญ ภิกฺขู น สิกฺขากามา เต จ สิกฺขาย น สมาทเปติ เย จญฺเญ ภิกฺขู สิกฺขากามา เตสญฺจ น วณฺณํ ภณติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน เอวรูปสฺสาหํ กสฺสป นวสฺส ภิกฺขุโน น วณฺณํ ภณามิ ตํ กิสฺส เหตุ สตฺถา หิสฺส วณฺณํ ภณตีติ อญฺเญ นํ ภิกฺขู ภเชยฺยย เย นํ ภเชยฺยย ตฺยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย ยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย เตสนฺตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ ตสฺมาหํ กสฺสป เอวรูปสฺส นวสฺส ภิกฺขุโน น วณฺณํ ภณามิ เถโร เจปิ กสฺสป ภิกฺขุ โหติ สิกฺขากาโม สิกฺขาสมาทานสฺส วณฺณวาที เย จญฺเญ ภิกฺขู น สิกฺขากามา เต จ สิกฺขาย
สมาทเปติ เย จญฺเญ ภิกฺขู สิกฺขากามา เตสญฺจ วณฺณํ ภณติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน เอวรูปสฺสาหํ กสฺสป เถรสฺส ภิกฺขุโน วณฺณํ ภณามิ ตํ กิสฺส เหตุ สตฺถา หิสฺส วณฺณํ ภณตีติ อญฺเญ นํ ภิกฺขู ภเชยฺยย เย นํ ภเชยฺยย ตฺยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย ยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย เตสนฺตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ตสฺมาหํ กสฺสป เอวรูปสฺส เถรสฺส ภิกฺขุโน วณฺณํ ภณามิ มชฺฌิโม เจปิ กสฺสป ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ นโว เจปิ กสฺสป ภิกฺขุ โหติ สิกฺขากาโม สิกฺขาสมาทานสฺส วณฺณวาที เย จญฺเญ ภิกฺขู น สิกฺขากามา เต จ สิกฺขาย สมาทเปติ เย จญฺเญ ภิกฺขู สิกฺขากามา เตสญฺจ วณฺณํ ภณติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน เอวรูปสฺสาหํ กสฺสป นวสฺส ภิกฺขุโน วณฺณํ ภณามิ ตํ กิสฺส เหตุ สตฺถา หิสฺส วณฺณํ ภณตีติ อญฺเญ นํ ภิกฺขู ภเชยฺยย เย นํ ภเชยฺยย ตฺยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย ยสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยย เตสนฺตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ตสฺมาหํ กสฺสป เอวรูปสฺส นวสฺส ภิกฺขุโน วณฺณํ ภณามีติ ฯ
สมณวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
สมโณ คทฺรโภ เขตฺโต วชฺชิปุตฺโต จ เสขินา
ตโย จ เสขิโน วุตฺตา เทฺว สิกฺขา ปงฺกเธน จาติ ฯ
____________
โลณผลวคฺโค ปญฺจโม
๑ ม. เสขํ ฯ ๒ ม. สํสุทฺธจาริยํ ฯ ๓ ม. สงฺกวา นาม ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๔ ม. ภควติ ฯ ๕ ม. ยุ. อธิสลฺลิขเตวายํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๑ ม. คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเตติ อิเม เทฺว ปาฐา น ทิสฺสนฺติ ฯ ๒ ม. ภควติ ฯ
๓ ม. ยุ. เยน ฯ ๔ โป. ม. ภนฺเต ฯ ๕ โป. ม. ยุ. สนฺทสฺเสสิ ... สมฺปหํเสสิ ฯ
๖ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ
๑ โป. ยุ. ตฺวํ ฯ ๒ ม. มยิ ฯ
๑ ม. ยฺยาสฺส ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในโกศลชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงนิคมแห่งชาวโกศลชื่อปังกธา ได้ยินว่าสมัยนั้นพระองค์ประทับอยู่ ณ นิคมแห่งชาวโกศลชื่อปังกธา ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุชื่อกัสสปโคตร เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ณปังกธานิคม ได้ยินว่า ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทานให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบท
ครั้งนั้นแล เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบทอยู่ ภิกษุกัสสปโคตรได้เกิดความขัดใจไม่แช่มชื่นว่า สมณะนี้ขัดเกลายิ่งนักครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปังกธานิคมตามควรแก่อภิรมย์แล้ว เสด็จจาริกกลับไปทางพระนครราชคฤห์ เมื่อเสด็จจาริกไปโดยลำดับ ได้เสด็จถึงพระนครราชคฤห์แล้ว ได้ยินว่าสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่บนภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์
ครั้งนั้นแล ภิกษุกัสสปโคตรเมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกไปได้ไม่นาน ได้เกิดความรำคาญ เดือดร้อนว่าเราผู้เกิดความขัดใจ ไม่แช่มชื่นว่า สมณะนี้ขัดเกลายิ่งนัก ในเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีถกาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขา ชื่อว่าเป็นอันหมดลาภ ไม่มีลาภ ได้ชั่ว ไม่ได้ดีแล้วหนอ ถ้ากระไร เราควรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคจนถึงที่ประทับ แล้วพึงแสดงโทษโดยความเป็นโทษในสำนักของพระผู้มีพระภาคเถิด ลำดับนั้นแลภิกษุกัสสปโคตรเก็บงำเสนาสนะ ถือบาตรและจีวร หลีกไปทางพระนครราชคฤห์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์โดยลำดับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค
แล้วนั่งลง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของชาวโกศลชื่อปังกธา ได้ยินว่า ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้งให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา อันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบทพระเจ้าข้า ขณะที่พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ
ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบทอยู่ ข้าพระองค์นั้นได้เกิดขัดใจไม่แช่มชื่นว่าสมณะนี้ขัดเกลายิ่งนัก ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปังกธานิคมตามควรแก่อภิรมย์เสด็จจาริกกลับไปทางพระนครราชคฤห์ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์นั้น เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกไปแล้วไม่นานได้เกิดความรำคาญ เดือดร้อนว่า เราผู้เกิดความขัดใจไม่แช่มชื่นว่า สมณะนี้ขัดเกลายิ่งนัก ในเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทานให้อาจหาญ
ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบท ชื่อว่าเป็นอันหมดลาภ ไม่มีลาภ ได้ชั่วไม่ได้ดีแล้วหนอ อย่ากระนั้นเลย เราควรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้วพึงแสดงโทษโดยความเป็นโทษ ในสำนักของพระผู้มีพระภาค พระเจ้าข้า โทษได้ถึงตัวข้าพระองค์ผู้เป็นคนโง่เขลา งมงาย ไม่ฉลาด ข้าพระองค์ได้เกิดความขัดใจไม่แช่มชื่นว่า สมณะนี้ขัดเกลายิ่งนัก ในเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบท พระเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดทรงรับโทษของข้าพระองค์นั้น โดยความเป็นโทษ เพื่อความสำรวมระวังต่อไปเถิด
พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเอาละ กัสสปะ โทษได้ถึงตัวเธอผู้เป็นคนโง่เขลา งมงาย ไม่ฉลาด เธอใดได้เกิดความขัดใจไม่แช่มชื่นว่า สมณะนี้ขัดเกลายิ่งนัก ในเมื่อเรายังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทานให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยสิกขาบท ก็เพราะเหตุที่เธอนั้นเห็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม ฉะนั้น เราก็รับโทษอันนั้นของเธอ ดูกรกัสสปะ ก็การที่บุคคลเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไปนี้เป็นการเจริญในอริยวินัย ดูกรกัสสปะ ถ้าภิกษุปูนเถระเป็นผู้ไม่ใคร่ต่อการศึกษาไม่สรรเสริญการสมาทานการศึกษา เธอย่อมจะไม่ชักชวนภิกษุอื่นๆ ที่ไม่ใคร่ต่อการศึกษาในการศึกษา และไม่แสดงคุณที่มีจริงเป็นจริงของภิกษุรูปอื่นๆ ที่ใคร่ต่อการศึกษาตามกาล
ดูกรกัสสปะ ภิกษุปูนเถระเห็นปานดังนี้เราไม่สรรเสริญข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะภิกษุอื่นๆ จะพึงคบหาเธอโดยเห็นว่า พระศาสดาสรรเสริญเขา ภิกษุพวกที่คบหาภิกษุนั้น พึงถือเอาภิกษุนั้นเป็นแบบอย่าง ข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่เธอทั้งหลาย สิ้นกาลนาน ดูกรกัสสปะเพราะเหตุดังกล่าวมานี้ เราจึงไม่สรรเสริญภิกษุปูนเถระเห็นปานดังนี้ ดูกรกัสสปะถ้าภิกษุปูนกลาง ฯลฯ ถ้าภิกษุใหม่เป็นผู้ไม่ใคร่ต่อการศึกษา ไม่สรรเสริญการสมาทานการศึกษา เธอย่อมจะไม่ชักชวนภิกษุอื่นๆที่ไม่ใคร่ต่อการศึกษาในการศึกษาและไม่แสดงคุณที่เป็นจริงมีจริงของภิกษุอื่นๆ ที่ใคร่ต่อการศึกษาตามกาลดูกรกัสสปะ
ภิกษุใหม่เห็นปานดั่งนี้ เราไม่สรรเสริญ ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะภิกษุอื่นๆ จะพึงคบหาเธอโดยเห็นว่าพระศาสดาสรรเสริญเขา ภิกษุที่คบหาภิกษุนั้นพึงถือภิกษุนั้นเป็นแบบอย่าง ข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่เธอทั้งหลายสิ้นกาลนาน ดูกรกัสสปะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้ เราจึงไม่สรรเสริญภิกษุใหม่เห็นปานนั้น ดูกรกัสสปะ ถ้าภิกษุปูนเถระ ฯลฯ ถ้าภิกษุปูนกลาง ฯลฯถ้าภิกษุใหม่ เป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษาสรรเสริญการสมาทานการศึกษา เธอย่อมจะชักชวนภิกษุอื่นๆ ที่ไม่ใคร่ต่อการศึกษา และแสดงคุณที่มีจริงเป็นจริงของภิกษุอื่นๆ ที่ใคร่ต่อการศึกษาตามกาล ดูกรกัสสปะ ภิกษุใหม่เห็นปานดั่งนี้
เราสรรเสริญ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะภิกษุอื่นๆ จะพึงคบหาเธอโดยเห็นว่า พระศาสดาสรรเสริญเขา ภิกษุพวกที่คบหาภิกษุนั้นพึงถือเอาภิกษุนั้นเป็นแบบอย่างข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่เธอทั้งหลาย สิ้นกาลนาน ดูกรกัสสปะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้เราจึงสรรเสริญภิกษุใหม่เห็นปานดังนี้ ฯ
จบสมณวรรคที่ ๔
___________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สมณสูตร ๒. คัทรภสูตร
๓. เขตตสูตร ๔. วัชชีปุตตสูตร
๕. เสขสูตรที่ ๑ ๖. เสขสูตรที่ ๒
๗. เสขสูตรที่ ๓ ๘. สิกขาสูตรที่ ๑
๙. สิกขาสูตรที่ ๒ ๑๐. ปังกธาสูตร ฯ
จบ ปังกธาสูตร