พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุติยปัณณาสก์ · อสุรวรรค
นิสันติสูตร เล่ม ๒๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในอสุรวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อสุรวรรค นิสันติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๑ หน้า ๑๖๐–๑๖๒
ทั้งไม่ชักชวนผู้อื่นให้กำจัดโทสะ ตัวเองก็ไม่ปฏิบัติเพื่อกำจัดโมหะ ทั้งไม่
ชักชวนผู้อื่นให้กำจัดโมหะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นคืออย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้
อื่นคืออย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ ทั้งตัวเองก็ปฏิบัติเพื่อกำจัดราคะทั้งชักชวนผู้อื่นให้กำจัดราคะ ทั้งตัวเองก็ปฏิบัติเพื่อกำจัดโทสะ ทั้งชักชวนผู้อื่นให้กำจัดโทสะ ทั้งตัวเองก็ปฏิบัติเพื่อกำจัดโมหะ ทั้งชักชวนผู้อื่นให้กำจัดโมหะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่นคืออย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ ประเภทนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก”
๗. ขิปปนิสันติสูตร
ว่าด้วยบุคคล ๔ ประเภท สูตรที่ ๖
{๙๗} [๙๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ ประเภทนี้มีปรากฏอย่ในโลกบุคคล ๔ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
(๒) ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน
(๓) ผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
(๔) ผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์ผู้อื่นคืออย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้สามารถรู้ได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย ทรงจำธรรมที่ได้สดับแล้ว และใคร่ครวญอรรถแห่งธรรม
ที่ตนทรงจำได้ รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม แต่จะเป็นผู้มีวาจาไพเราะ กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน ประกอบด้วยวาจาของชาวเมือง สละสลวย ไม่มีโทษ ยังผู้ฟังให้เข้าใจเนื้อความก็หาไม่ ทั้งจะเป็นผู้ยังเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ให้เห้นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงก็
หาไม่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์ผู้อื่นคืออย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์ตนคืออย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่เป็นผู้สามารถรู้ได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่เป็นผู้ทรงจำธรรมที่ได้สดับแล้ว ไม่ใคร่ครวญอรรถแห่งธรรมที่ตนทรงจำได้ ทั้งมิได้รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรมแล้วเป็นผู้ปฏิบัติ
ธรรมสมควรแก่ธรรม แต่เป็นผู้มีวาจาไพเราะ กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน
ประกอบด้วยวาจาของชาวเมือง สละสลวย ไม่มีโทษ ยังผู้ฟังให้เข้าใจ
เนื้อความได้ ทั้งเป็นผู้ยังเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนคืออย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์ผู้อื่นคืออย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่เป็นผู้สามารถรู้ได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่เป็นผู้ทรงจำธรรมที่ได้สดับแล้ว ไม่ใคร่ครวญ
อรรถแห่งธรรมที่ตนทรงจำได้ ทั้งมิได้รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรมแล้วเป็นผู้
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม จะเป็นผู้มีวาจาไพเราะ กล่าวถ้อยคำอ่อนหวานประกอบด้วยวาจาของชาวเมือง สละสลวย หาโทษมิได้ ยังผู้ฟังให้เข้าใจเนื้อความก็หาไม่ ทั้งจะเป็นผู้ยังเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทานให้อาจหาญ ให้ร่าเริงก็หาไม่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นคืออย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
คืออย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้สามารถรู้ได้เร็วในกุศลธรรม
ทั้งหลาย ทรงจำธรรมที่ได้สดับแล้ว และใคร่ครวญอรรถแห่งธรรมที่ตนทรงจำได้ รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรมแล้วเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ทั้งเป็นผู้มีวาจาไพเราะ กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน ประกอบด้วยวาจาของชาวเมืองสละสลวย หาโทษมิได้ ยังผู้ฟังให้เข้าใจเนื้อความ ทั้งเป็นผู้ยังเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงได้ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่นคืออย่าง
นี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ ประเภทนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก”
๘. อัตตหิตสูตร
ว่าด้วยบุคคล ๔ ประเภท สูตรที่ ๗
{๙๘} [๙๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ ประเภทนี้มีปรากฏอยู่ในโลกบุคคล ๔ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
(๒) ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน
(๓) ผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
(๔) ผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ ประเภทนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก”
จบ นิสันติสูตร