arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปฐมปัณณาสก์ · จักกวรรค

ปสาทสูตร เล่ม ๒๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในจักกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. อคฺคปฺปสาทสุตฺต (๑)

๔. อัคคัปปสาทสูตร

ว่าด้วยความเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จักกวรรค ปสาทสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๑ หน้า ๓๙–๔๐ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๑ หน้า ๕๓–๕๕

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อคฺคปฺปสาทา. กตเม จตฺตาโร ? ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา (๒) วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญินาสญฺญิโน วา, ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. เย ภิกฺขเว พุทฺเธ ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา, อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก โหติ.

ยาวตา ภิกฺขเว ธมฺมา สงฺขตา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เตสํ อคฺคมกฺขายติ. เย ภิกฺขเว อริเย อฏฺฐงฺคิเก มคฺเค ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา, อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก โหติ.

ยาวตา ภิกฺขเว ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ (๓) อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ : มทนิมฺมทโน ปิปาสวินโย อาลยสมุคฺฆาโต วฏฺฏุปจฺเฉโท ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ. เย ภิกฺขเว วิราเค ธมฺเม ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา, อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก โหติ. ยาวตา ภิกฺขเว สงฺฆา วา คณา วา, ตถาคตสาวกสํโฆ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ : จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา, เอส ภควโต สาวกสํโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส. เย ภิกฺขเว สํเฆ ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา, อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก โหติ. อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อคฺคปฺปสาทาติ.

อคฺคโต เว ปสนฺนานํ อคฺคํ ธมฺมํ วิชานตํ

อคฺเค พุทฺเธ ปสนฺนานํ ทกฺขิเณยฺเย อนุตฺตเร.

อคฺเค ธมฺเม ปสนฺนานํ วิราคูปสเม สุเข

อคฺเค สํเฆ ปสนฺนานํ ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร.

อคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ อคฺคํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ

อคฺคํ อายุ จ วณฺโณ จ ยโส กิตฺติ สุขํ พลํ.

อคฺคสฺส ทาตา เมธาวี อคฺคธมฺมสมาหิโต

เทวภูโต มนุสฺโส วา อคฺคปฺปตฺโต ปโมทตีติ. จตุตฺถํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปสาทสุตฺต
  2. ๒สี.,อิ. ทิปทา
  3. ๓ฉ. เตสํ ธมฺมานํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุทั้งหลาย ความเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ ๔ ประการนี้ ความเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้า มีสองเท้า มีสี่เท้า หรือมีเท้ามากก็ตาม มี รูปหรือไม่มีรูปก็ตาม มีสัญญา ไม่มีสัญญา หรือมีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ก็ตาม มีประมาณเท่าใด ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเรากล่าวว่าเลิศกว่าสัตว์มีประมาณเท่านั้น บุคคลผู้เลื่อมใส ในพระพุทธเจ้าชื่อว่าเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ และวิบากที่เลิศย่อมมีแก่ บุคคลผู้เลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ๒. ธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมีประมาณเท่าใด อริยมรรคมีองค์ ๘ เรา กล่าวว่าเลิศกว่าธรรมเหล่านั้น บุคคลผู้เลื่อมใสในอริยมรรคมีองค์ ๘ ชื่อว่าเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ และวิบากที่เลิศย่อมมีแก่บุคคลผู้เลื่อมใส ในสิ่งที่เลิศ

๓. ธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งหรือธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมีประมาณ เท่าใด วิราคะ (ความคลายกำหนัด) คือ ความสร่างความเมา ความดับความกระหาย ความถอนอาลัย ความตัดวัฏฏะ ความ สิ้นตัณหา ความคลายกำหนัด ความดับทุกข์ นิพพาน เรา กล่าวว่าเลิศกว่าธรรมเหล่านั้น บุคคลผู้เลื่อมใสในวิราคธรรม ชื่อว่า เลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ และวิบากที่เลิศย่อมมีแก่บุคคลผู้เลื่อมใสในสิ่ง ที่เลิศ๔. หมู่ก็ดี คณะก็ดี มีประมาณเท่าใด พระสงฆ์สาวกของตถาคต ได้แก่ พระอริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของ พระผู้มีพระภาคนี้เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของ ต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอด เยี่ยมของโลก เรากล่าวว่าเลิศกว่าหมู่หรือคณะเหล่านั้น บุคคลผู้ เลื่อมใสในสงฆ์ ชื่อว่าเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ และวิบากที่เลิศย่อมมี แก่บุคคลผู้เลื่อมใสในสิ่งที่เลิศภิกษุทั้งหลาย ความเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ ๔ ประการนี้แล

บุญที่เลิศ คือ อายุ วรรณะ

ยศ เกียรติ สุข และพละ

ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้เลื่อมใส

ผู้รู้ธรรมที่เลิศโดยความเป็นธรรมที่เลิศ

ผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เลิศ

ซึ่งเป็นทักขิไณยบุคคลชั้นเยี่ยม

ผู้เลื่อมใสในพระธรรมที่เลิศ

อันเป็นที่คลายความกำหนัด

เป็นที่สงบระงับ นำสุขมาให้

ผู้เลื่อมใสในพระสงฆ์ผู้เลิศ

ซึ่งเป็นนาบุญอันยอดเยี่ยม

ให้ทานในท่านผู้เลิศ

นักปราชญ์ผู้ตั้งมั่นในธรรมที่เลิศ

ให้ทานแก่ท่านผู้เลิศ

เกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ย่อมถึงความเป็นผู้เลิศ บันเทิงอยู่

อัคคัปปสาทสูตรที่ ๔ จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดู วิ.มหา. (แปล) ๑/๓๙/๒๗
  2. ๒ได้แก่ (๑) พระผู้บรรลุโสดาปัตติผล (๒) พระผู้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติมรรค (๓) พระผู้บรรลุสกทาคามิผล (๔) พระผู้ดำรงอยู่ในสกทาคามิมรรค (๕) พระผู้บรรลุอนาคามิผล (๖) พระผู้ดำรงอยู่ในอนาคามิมรรค (๗) พระผู้บรรลุอรหัตตผล (๘) พระผู้ดำรงอยู่ในอรหัตตมรรค (อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๒๐๗/๒๒๙)
  3. ๓ความเป็นผู้เลิศ หมายถึงเกิดในหมู่สัตว์ใด ๆ ก็ถึงความเป็นผู้เลิศ ความเป็นผู้ประเสริฐในหมู่สัตว์นั้น ๆ หรือได้บรรลุมรรคผลอันเป็นโลกุตตระ (องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๓๔/๓๖๔)

จบ ปสาทสูตร