พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปฐมปัณณาสก์ · จรวรรค
โสขุมมสูตร เล่ม ๒๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในจรวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค โสขุมมสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๑ หน้า ๒๙–๓๑
(๓) บรรดาผู้ใหญ่ยิ่ง มารผู้มีใจบาปจัดเป็นเลิศ
(๔) พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวโลกกล่าวว่าเป็น
เลิศในโลก ตลอดทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ใน
หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทพ และมนุษย์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การบัญญัติสิ่งที่เลิศมี ๔ ประการนี้แล’,
บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ อสุรินทราหูเป็นเลิศ บรรดา
บุคคลผู้บริโภคกาม พระเจ้ามันธาตุเป็นเลิศ บรรดาผู้ใหญ่
ยิ่ง มารเป็นเลิศ พระพุทธเจ้าผู้รุ่งเรืองด้วยฤทธิ์ ด้วยยศ
ชาวโลกกล่าวว่าเป็นเลิศในโลก ทั้งเทวดาและมนุษย์ ทั่ว
ภูมิเป็นที่อยู่ของสัตวโลก ทั้งเบื้องบน ท่ามกลาง และ
เบื้องตํ่า
๖. โสขุมมสูตร
ว่าด้วยญาณเป็นเครื่องแทงตลอดลักษณะอันละเอียด
{๑๖}[๑๖] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ญาณอันเป็นเครื่องแทงตลอดลักษณะอัน
ละเอียดมี ๔ ประการ ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
(๑) เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในรูป
อย่างยิ่ง ย่อมไม่พิจารณาเห็นญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอัน
ละเอียดในรูปอื่นซึ่งยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่องกำหนด
ลักษณะอันละเอียดในรูปนั้น และไม่ปรารถนาญาณเป็นเครื่อง
กำหนดลักษณะอันละเอียดในรูปอื่นซึ่งยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณ
เป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในรูปนั้น
(๒) เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดใน
เวทนา ...
(๓) เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดใน
สัญญา ...
(๔) เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดใน
สังขาร ย่อมไม่พิจารณาเห็นซึ่งญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอัน
ละเอียดในสังขารอื่นซึ่งยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่อง
กำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขารนั้น และไม่ปรารถนาญาณ
เป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขารอื่นซึ่งยิ่งกว่า
หรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดใน
สังขารนั้น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ญาณอันเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียด
มี ๔ ประการนี้แล”
ภิกษุใดรู้ว่ารูปขันธ์เป็นของละเอียด รู้ความเกิดแห่ง
เวทนา รู้ความเกิดและความดับแห่งสัญญา รู้สังขารโดย
ความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ และโดยความ
เป็นอนัตตา
ภิกษุนั้นแลเป็นผู้เห็นชอบ เป็นผู้สงบ ยินดีในสันติ
บท ชนะมารพร้อมทั้งเสนาได้แล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งร่างกาย
เป็นครั้งสูดท้าย
- ๑สันติบท หมายถึงพระนิพพาน (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒๙๔)
๗. ปฐมอคติสูตร
ว่าด้วยอคติ ๔ สูตรที่ ๑
{๑๗}[๑๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การถึงอคติมี ๔ ประการนี้ ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ถึงฉันทาคติ (๒) ถึงโทสาคติ
(๓) ถึงโมหาคติ (๔) ถึงภยาคติ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การถึงอคติมี ๔ ประการนี้แล”
ผู้ใดประพฤติล่วงธรรมเพราะความรัก ความชัง ความ
หลง ความกลัว ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อม ดุจดวงจันทร์
ข้างแรมฉะนั้น
๘. ทุติยอคติสูตร
วาด้วยอคติ ๔ สูตรที่ ๒
{๑๘}[๑๘] “ดูก่อฺนภิกษุทั้งหลาย การไม่ถึงอคติมี ๔ ประการนี้ ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ไม่ถึงฉันทาคติ (๒) ไม่ถึงโทสาคติ
(๓) ไม่ถึงโมหาคติ (๔) ไม่ถึงภยาคติ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การไม่ถึงอคติมี ๔ ประการนี้แล”
ผู้ใดไม่ประพฤติล่วงธรรมเพราะความรัก ความชัง
ความหลง ความกลัว ยศของผู้นั้นย่อมเต็มเปี่ยม ดุจ
ดวงจันทร์ข้างขึ้นฉะนั้น
จบ โสขุมมสูตร