พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ · นันทิขยวรรค
๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในนันทิขยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ นันทิขยวรรค สักกายทิฏฐิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๙๕–๑๙๖
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ บุคคลรู้เห็นจักษุแลโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นรูปโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุวิญญาณโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุสัมผัสโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุข เวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ บุคคลรู้เห็นโสตะ... รู้เห็นฆานะ... รู้เห็นชิวหา... รู้เห็นกาย... รู้เห็นมโนโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นธรรมารมณ์โดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นมโนวิญญาณโดยความเป็นของไม่เที่ยงจึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นมโนสัมผัสโดยความเป็นของไม่เที่ยงจึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นของไม่เที่ยงจึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ดูก่อนภิกษุ เมื่อบุคคลรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้”
๑๑. สักกายทิฏฐิปหานสูตร
ว่าด้วยการละสักกายทิฏฐิ
{๒๕๕} [๑๖๖] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร จึงจะละสักกายทิฏฐิได้”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ บุคคลรู้เห็นจักษุแลโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฎฐิได้ รู้เห็นรูปโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุวิญญาณโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้
- ๑สักกายทิฎฐิ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวถือตน เป็นกิเลสหนึ่งในโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ {ดู ที.ปา.(แปล) ๑๑/๓๑๕/๓๑๒}
รู้เห็นจักขุสัมผัสโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฎฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนาทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นทุกข์จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ บุคคลรู้เห็นโสตะ... รู้เห็นฆานะ... รู้เห็นชิวหา... รู้เห็นกาย... รู้เห็นมโนโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ รู้เห็นธรรมารมณ์โดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ รู้เห็นมโนวิญญาณโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ รู้เห็นมโนสัมผัสโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ ดูก่อนภิกษุ เมื่อบุคคลรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงจะละสักกายทิฏฐิได้”
๑๒. อัตตานุทิฎฐิปาหานสูตร
ว่าด้วยการละอัตตานุทิฎฐิ
{๒๕๖} [๑๖๗] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร จึงจะละอัตตานุทิฏฐิได้”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ บุคคลรู้เห็นจักษุแลโดยความเป็นอนัตตา จึงจะละอัตตานุทิฎฐิได้ รู้เห็นรูปโดยความเป็นอนัตตา จึงจะละอัตตานุทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุวิญญาณโดยความเป็นอนัตตาจึงจะละอัตตานุทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุสัมผัสโดยความเป็นอนัตตาจึงจะละอัตตานุทิฏฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกุขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นอนัตตาจึงจะละอัตตานุทิฎฐิได้ บุคคลรู้เห็นโสตะ ... รู้เห็นฆานะ... รู้เห็นชิวหา... รู้เห็นกาย... รู้เห็นมโนโดยความเป็นอนัตตา จึงจะละ
- ๑อัตตานุทิฏฐิ หมายถึงมิจฉาทิฎฐิ (ความเห็นผิด) ที่เกี่ยวด้วยการถือมั่นอัตตา เช่น เห็นว่ารูปเป็นอัตตา เป็นต้น (นัย ม.มู.อ. ๑/๑๙๔)
จบ ๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร