พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ · นันทิขยวรรค
๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๒ ในนันทิขยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ นันทิขยวรรค มิจฉาทิฏฐิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๙๔–๑๙๕
ข้าพระองค์โดยย่อ พอที่ข้าพระองค์ฟังแล้วพึงปลีกตัวออกจากหมู่อยู่ตามลำพังเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตมุ่งพระนิพพานด้วยเถิด”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนโกฏฐิกะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้น ดูก่อนโกฎฐิกะ ก็อะไรเล่าเป็นอนัตตา จักษุแลเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในจักษุนั้น รูปเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในรูปนั้น จักขุวิญญาณเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในจักขุวิญญาณนั้นจักขุสัมผัสเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในจักขุสัมผัสนั้น แม้สุขเวทนาทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นดูก่อนโกฏฐิกะ โสตะเป็นอนัตตา ... ฆานะเป็นอนัตตา ... ชิวหาเป็นอนัตตา
... กายเป็นอนัตตา ... มโนเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในมโนนั้น ธรรมารมณ์เป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในธรรมารมณ์นั้น มโนวิญญาณเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในมโนวิญญาณนั้น มโนสัมผัสเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในมโนสัมผัสนั้น แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้น ดูก่อนโกฏฐิกะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตา เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้น”
๑๐. มิจฉาทิฏฐิปหานสูตร
ว่าด้วยการละมิจฉาทิฎฐิ
{๒๕๔} [๑๖๕] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ บุคคลรู้เห็นจักษุแลโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นรูปโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุวิญญาณโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุสัมผัสโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุข เวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ บุคคลรู้เห็นโสตะ... รู้เห็นฆานะ... รู้เห็นชิวหา... รู้เห็นกาย... รู้เห็นมโนโดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นธรรมารมณ์โดยความเป็นของไม่เที่ยง จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นมโนวิญญาณโดยความเป็นของไม่เที่ยงจึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นมโนสัมผัสโดยความเป็นของไม่เที่ยงจึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ รู้เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นของไม่เที่ยงจึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ดูก่อนภิกษุ เมื่อบุคคลรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้”
๑๑. สักกายทิฏฐิปหานสูตร
ว่าด้วยการละสักกายทิฏฐิ
{๒๕๕} [๑๖๖] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร จึงจะละสักกายทิฏฐิได้”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ บุคคลรู้เห็นจักษุแลโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฎฐิได้ รู้เห็นรูปโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้ รู้เห็นจักขุวิญญาณโดยความเป็นทุกข์ จึงจะละสักกายทิฏฐิได้
- ๑สักกายทิฎฐิ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวถือตน เป็นกิเลสหนึ่งในโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ {ดู ที.ปา.(แปล) ๑๑/๓๑๕/๓๑๒}
จบ ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร