arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มารสังยุต · ทุติยวรรค

๖. ปัตตสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๑–๔๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในทุติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉฏฺฐํ ปตฺตสุตฺตํ

ปัตตสูตรที่ ๖

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มารสังยุต ทุติยวรรค ปัตตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ อาราเม ... เตน โข ปน สมเยน ภควา ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทาย ภิกฺขู ๑ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ ฯ เต จ ภิกฺขู อฏฺฐิกตฺวา ๒ มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส ๓ สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ ฯ อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ อยํ โข สมโณ โคตโม ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทาย ภิกฺขู ๔ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ เต จ ภิกฺขู อฏฺฐิกตฺวา ๕ มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส ๖ สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ ยนฺนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายาติ ฯ เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ปตฺตา อชฺโฌกาเส นิกฺขิตฺตา โหนฺติ ฯ

๑-๔ ม. ภิกฺขูนํ ฯ ๒-๕ ม. อฏฺฐึกตฺวา ฯ ๓-๖ ม ... เจตสา ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ

ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมา ทาน ให้อาจหาญให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาเกี่ยวด้วยอุปาทานขันธ์ ๕ ก็ภิกษุ เหล่านั้นทำในใจให้สำเร็จประโยชน์น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตลงสดับธรรมอยู่ ฯ

ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปได้มีความคิดว่า พระสมณโคดมนี้แล ยังภิกษุ ทั้งหลายให้

เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาเกี่ยวด้วย อุปาทานขันธ์ ๕ ก็ภิกษุ

เหล่านั้นทำในใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตลงสดับธรรมอยู่ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปใกล้พระสมณโคดมถึงที่ประทับ เพื่อการกำบังตาเถิด ฯ

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นได้วางบาตรเป็นอันมากไว้ในที่กลางแจ้ง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข มาโร ปาปิมา พลิพทฺทวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวาี เยน เต ปตฺตา เตนุปสงฺกมิ ฯ อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ ภิกฺขุ ภิกฺขุ เอโส พลิพทฺโท ปตฺเต ภินฺเทยฺยาติ ฯ เอวํ วุตฺเต ภควา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ เนโส ๑ ภิกฺขุ พลิพทฺโท มาโร เอโส ปาปิมา ตุมฺหากํ วิจกฺขุกมฺมาย อาคโตติ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปแปลงเพศเป็นโคเดินไปยังที่บาตรเหล่านั้นวางอยู่ ฯ

ลำดับนั้น ภิกษุรูปหนึ่งจึงบอกกะภิกษุอีกรูปหนึ่งว่า ภิกษุๆ โคนั้นพึงทำบาตรทั้งหลายให้แตก ฯ

เมื่อภิกษุนั้นพูดอย่างนั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุนั้นว่า ภิกษุนั่นมิใช่โคนั่นเป็นมารผู้มีบาป มาเพื่อกำบังตาพวกเธอ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภควา มาโร อยํ ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

รูปํ เวทยิตํ สญฺญํ ๒ วิญฺญาณํ ยญฺจ สงฺขตํ

เนโสหมสฺมิ เนตํ เม เอวํ ตตฺถ วิรชฺชติ

เอวํ วิรตฺตํ เขมตฺตํ สพฺพสญฺโญชนาติตํ ๓

อเนฺวสํ สพฺพฐาเนสุ มารเสนาปิ นาชฺฌคาติ ฯ

อถ โข มาโร ปาปิมา ฯเปฯ ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า ผู้นี้เป็นมารผู้มีบาปจึงตรัสกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า

พระอริยสาวกย่อมเบื่อหน่ายในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และ

วิญญาณ อย่างนี้ว่า เราไม่ใช่นั่น นั่นไม่ใช่ของเราแม้มารและเสนา

มารแสวงหาอยู่ในที่ทั้งปวง ก็ไม่พบอริยสาวก ผู้เบื่อหน่ายแล้วอย่างนี้มีอัตภาพอันเกษมล่วงพ้นสังโยชน์ทั้งปวงแล้ว ฯ

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคตทรงรู้จักเราดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นนั่นเอง ฯ

จบ ๖. ปัตตสูตร