arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สัจจสังยุต · โกฏิคามวรรค

ควัมปติสูตร เล่ม ๑๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๑๐–๑๗๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในโกฏิคามวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุต โกฏิคามวรรค ควัมปติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๖๒๖–๖๒๘

หน้า ๖๒๖

๙. ปริญเญยยสูตร

ว่าด้วยหน้าที่ในอริยสัจ ๔

{๑๗๐๙} [๑๐๙๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจมี ๔ ประการนี้ ๔ ประการ คืออะไรบ้าง คือ ทุกขอริยสัจ ... ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ อริยสัจมี ๔ ประการนี้แล บรรดาอริยสัจ ๔ ประการนี้ อริยสัจที่ควรกำหนดรู้ก็มี ที่ควรละก็มี ที่ควรทำให้แจ้งก็มี ที่ควรเจริญก็มี ก็อริยสัจที่ควรกำหนดรู้เป็นไฉน คือ ทุกขอริยสัจเป็นอริยสัจที่ควรกำหนดรู้ ทุกขสมุทยอริยสัจเป็นอริยสัจที่ควรละ ทุกขนิโรธอริยสัจเป็นอริยสัจที่ควรทำให้แจ้ง ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นอริยสัจที่ควรเจริญ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลาย พึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

๑๐. ควัมปติสูตร

ว่าด้วยผู้เห็นทุกข์ ชื่อว่าเห็นสมุทัยนิโรธมรรค

{๑๗๑๐} [๑๑๐๐] สมัยหนึ่ง ภิกษุผู้เถระหลายรูปอยู่ที่เมืองสหชนิยะ แคว้นเจติยะ ก็สมัยนั้น เมื่อภิกษุผู้เถระหลายรูปกลับจากบิณฑบาตในเวลาหลังฉัน แล้วนั่งชุมนุมกันอยู่ที่โรงกลม เกิดมีเรื่องสนทนาขึ้นในระหว่างว่า “ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ผู้ใดหนอแลเห็นทุกข์ ผู้นั้นชื่อว่าเห็นแม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธ แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาด้วย”

{๑๗๑๑} เมื่อภิกษุผู้เถระทั้งหลายกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านควัมปติเถระได้กล่าวกะภิกษุทั้ง <*> หลายว่า “ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ผมได้ฟังมาได้รับมาในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นชื่อว่าเห็นแม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธ แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาด้วย ผู้ใดเห็นทุกขสมุทัย ผู้นั้นชื่อว่า

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ทั้ง - ผู้รวบรวม
หน้า ๖๒๗

เห็นแม้ทุกข์ แม้ทุกขนิโรธ แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาด้วย ผู้ใดเห็นทุกขนิโรธ ผู้นั้นชื่อว่าเห็นแม้ทุกข์ แม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาด้วย ผู้ใดเห็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาผู้นั้นชื่อว่าเห็นแม้ทุกข์ แม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธด้วย”

จบ โกฏิคามวรรคที่ ๓

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปฐมวัชชีสูตร ๒. ทุติยวัชชีสูตร

๓. สัมมาสัมพุทธสูตร ๔. อรหันตสูตร

๕. อาสวักขยสูตร ๖. มิตตสูตร

๗. ตถสูตร ๘. โลกสูตร

๙. ปริญเญยยสูตร ๑๐. ควัมปติสูตร

หน้า ๖๒๘

๔. สีสปาปัณณวรรค

๑. สีสปาปัณณสูตร

ว่าด้วยเปรียบสิ่งที่ตรัสรู้มีมากเหมือนใบประดู่ลายบนต้น

{๑๗๑๒} [๑๑๐๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ สีสปาวัน ใกล้พระนครโกสัมพี ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหยิบใบประดู่ลาย ๒-๓ ใบ มาแล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้ง <*> หลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ใบประดู่ลาย ๒-๓ ใบที่เราถือไว้นี้กับใบที่อยู่บนต้น ไหนจะมากกว่ากัน”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใบประดู่ลาย ๒-๓ ใบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือไว้นี้มีประมาณน้อย ที่อยู่บนต้นมีมากกว่าพระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เรารู้แล้วมิได้บอกเธอทั้งหลายยังมีอีกมาก ก็เพราะเหตุอะไร เราจึงไม่บอก เพราะว่าสิ่งนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ใช่พรหรมจรรย์เบื้องต้น ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บอก{๑๗๑๓} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งไรเล่าเราได้บอกแล้ว เราได้บอกแล้วว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ ก็เพราะเหตุอะไรเราจึงบอก เพราะว่าสิ่งนั้นประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เพราะเหตุนั้น เราจึงบอกดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ทั้ง - ผู้รวบรวม

จบ ควัมปติสูตร