พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โสตาปัตติสังยุต · เวฬุทวารวรรค
คิญชกาวสถสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๗๓–๑๔๗๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในเวฬุทวารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โสตาปัตติสังยุต เวฬุทวารวรรค คิญชกาวสถสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๕๒๓–๕๒๔
เพราะฉะนั้นแล เราจักแสดงธรรมบรรยายชื่อธัมมาทาส ที่อริยสาวกผู้ประกอบแล้ว เมื่อต้องการอยู่ ก็พึงพยากรณ์ตนได้ด้วยตนเองว่า ‘เรามีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว เราเป็นโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า’
{๑๔๗๒} ดูก่อนอานนท์ ก็ธรรมบรรยายชื่อธัมมาทาสที่อริยสาวกผู้ประกอบแล้วเมื่อต้องการอยู่ ก็พึงพยากรณ์ตนได้ด้วยตนเองว่า ‘เรามีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาตสิ้นแล้ว เราเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า’ นั้นเป็นไฉน
ดูก่อนอานนท์ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า... ในพระธรรม... ในพระสงฆ์... ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว... เป็นไปเพื่อสมาธิ นี้แลคือธรรมบรรยายชื่อธัมมาทาสที่อริยสาวกผู้ประกอบแล้ว เมื่อต้องการอยู่ ก็พึงพยากรณ์ตนได้ ด้วยตนเองว่า ‘เรามีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาตสิ้นแล้ว เราเป็นโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า”
๙. ทุติยคิญชกาวสถสูตร
ว่าด้วยธรรมบรรยายชื่อธัมมาทาส สูตรที่ ๒
{๑๔๗๓} [๑๐๐๕] ท่านพระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุชื่ออโสกะมรณภาพแล้ว คติของเธอเป็นอย่างไร
- ๑ธัมมาทาส (ธรรมาทาส) แปลว่า แว่นธรรม แว่นที่สำเร็จด้วยธรรม (ที.ม.อ. ๑๔๖, สํ.ม.อ. ๓๖๒) หมายถึงธรรมเป็นเครื่องส่องดูตนเองจนสามารถพยากรณ์ตนได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้อื่นพยากรณ์
สัมปรายภพของเธอเป็นอย่างไร ภิกษุณีชื่ออโสกามรณภาพแล้ว... อุบาสกชื่ออโสกะถึงแก่กรรมแล้ว... อุบาสิกาชื่อโสกาถึงแก่กรรมแล้ว คติของเธอเป็นอย่างไร สัมปรายภพของเธอเป็นอย่างไร”
{๑๔๗๔} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ ภิกษุชื่ออโสกะผู้มรณภาพแล้วทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ ภิกษุณีชื่ออโสกา... อุบาสกชื่ออโสกะ... อุบาสิกาชื่ออโสกาผู้ถึงแก่กรรมแล้วเป็นพระโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ สิ้นไป มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า
{๑๔๗๕} ดูก่อนอานนท์ นี้แลคือธรรมบรรยายชื่อธัมมาทาสที่อริยสาวกประกอบแล้ว เมื่อต้องการอยู่ ก็พึงพยากรณ์ตนได้ด้วยตนเองว่า ‘เรามีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาตสิ้นแล้ว เราเป็นโสดาบันมีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า”
๑๐. ตติยคิญชกาวสถสูตร
ว่าด้วยธรรมบรรยายชื่อธัมมาทาส สูตรที่ ๓
{๑๔๗๖} [๑๐๐๖] ท่านพระอานนท์นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแลได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสกชื่อกกุฏะในหมู่บ้านแห่งหนึ่งถึงแก่กรรมแล้ว คติของเขาเป็นอย่างไร สัมปรายภพของเขาเป็นอย่างไร... อุบาสกชื่อกฬิภะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง... อุบาสกชื่อทนิกัทธะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อกฏิสสหะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อตุฏฐะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง... อุบาสกชื่อสันตุฏฐะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อภัททะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อสุภัททะในหมู่บ้านแห่งหนึ่งถึงแก่กรรมแล้ว คติของเขาเป็นอย่างไร สัมปรายภพของเขาเป็นอย่างไร”
จบ คิญชกาวสถสูตร ที่ ๒