พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อินทริยสังยุต · สุขินทริยวรรค
สมณพราหมณสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๒๒–๙๒๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในสุขินทริยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สมณพราหมณสูตรที่ ๒
รู้ความเกิดดับแห่งอินทรีย์ ๕ เป็นสมณพราหมณ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อินทริยสังยุต สุขินทริยวรรค สมณพราหมณสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)
ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อินฺทฺริยานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ สุขินฺทฺริยํ ทุกฺขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน? คือ สุขินทรีย์... อุเปกขินทรีย์.
เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สุขินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ สุขินฺทฺริยสมุทยํ นปฺปชานนฺติ สุขินฺทฺริยนิโรธํ นปฺปชานนฺติ สุขินฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ทุกฺขินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ ฯ โสมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ ฯ โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ ฯ อุเปกฺขินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ อุเปกฺขินฺทฺริยสมุทยํ นปฺปชานนฺติ อุเปกฺขินฺทฺริยนิโรธํ นปฺปชานนฺติ อุเปกฺขินฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ นเม เต ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา น จ ปเนเต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺราหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ ฯ
๑ ม. เย จ โข ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชัดซึ่ง
สุขินทรีย์ ความเกิดแห่งสุขินทรีย์ ความดับแห่งสุขินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งสุขินทรีย์ ไม่รู้ชัดซึ่งทุกขินทรีย์ ... โสมนัสสินทรีย์ ... โทมนัสสินทรีย์ ... อุเปกขินทรีย์ ความเกิดแห่งอุเปกขินทรีย์ ความดับแห่งอุเปกขินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งอุเปกขินทรีย์สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เราไม่นับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ เพราะท่านเหล่านั้น ไม่กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ หรือของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่.
เย จ โข เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สุขินฺทฺริยํ ปชานนฺติ สุขินฺทฺริยสมุทยํ ปชานนฺติ สุขินฺทฺริยนิโรธํ ปชานนฺติ สุขินฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ทุกฺขินฺทฺริยํ ปชานนฺติ ฯ โสมนสฺสินฺทฺริยํ ปชานนฺติ ฯ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชานนฺติ ฯ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ปชานนฺติ อุเปกฺขินฺทฺริยสมุทยํ ปชานนฺติ อุเปกฺขินฺทฺริยนิโรธํ ปชานนฺติ อุเปกฺขินฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ เต จ โขเม ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺราหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ชัดซึ่ง
สุขินทรีย์ ความเกิดแห่งสุขินทรีย์ ความดับแห่งสุขินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งสุขินทรีย์ รู้ชัดซึ่งทุกขินทรีย์ ... โทมนัสสินทรีย์ ... อุเปกขินทรีย์ ความเกิดแห่งอุเปกขินทรีย์ ความดับแห่งอุเปกขินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งอุเปกขินทรีย์ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เรานับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ เพราะท่านเหล่านั้น กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ และของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่.
จบ สูตรที่ ๕
จบ สมณพราหมณสูตร ที่ ๒