พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มัคคสังยุต · วิหารวรรค
กุกกุฏารามสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในวิหารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค มัคคสังยุต วิหารวรรค กุกกุฏารามสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๒๑–๒๑
“มิจฉามรรคมีองค์ ๘ คือ มิจฉาทิฏฐิ ... มิจฉาสมาธิ นี้แลเป็นอพรหมจรรย์”
๙. ทุติยกุกกุฏารามสูตร
ว่าด้วยพรหมจรรย์
{๕๗} [๑๙] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครปาฏลีบุตร ...
ท่านพระภัททะถามท่านพระอานนท์ว่า “ท่านอานนท์ ที่เรียกว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ ดังนี้ พรหมจรรย์เป็นไฉนหนอ ที่สุดของพรหมจรรย์เป็นไฉน”“ดี ๆ ท่านภัททะ ท่านช่างคิด ช่างหลักแหลม ช่างไต่ถาม ก็ท่านถามว่า ‘ท่านอานนท์ ที่เรียกว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ ดังนี้ พรหมจรรย์เป็นไฉนหนอ ที่สุดของพรหมจรรย์เป็นไฉน’ อย่างนี้หรือ”“อย่างนั้น ท่านผู้มีอายุ”
“อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ... สัมมาสมาธิ นี้แลเป็นพรหมจรรย์ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้แลเป็นที่สุดของพรหมจรรย์”
๑๐. ตติยกุกกุฏารามสูตร
ว่าด้วยพรหมจรรย์และพรหมจารี
{๕๘} [๒๐] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครปาฏลีบุตร ...
ท่านพระภัททะถามท่านพระอานนท์ว่า “ท่านอานนท์ ที่เรียกว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ ดังนี้ พรหมจรรย์เป็นไฉนหนอ พรหมจารีเป็นไฉน ที่สุดของพรหมจรรย์เป็นไฉน”
จบ กุกกุฏารามสูตร ที่ ๒