arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สัจจสังยุต · ปปาตวรรค

สิเนรุสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๔๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในปปาตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุต ปปาตวรรค สิเนรุสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๖๔๙–๖๕๑

หน้า ๖๔๙

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

๑๐. ทุติยสิเนรุปัพพตราชสูตร

ว่าด้วยทุกข์ของพระอริยบุคคลหมดไปมากกว่าที่เหลือ

{๑๗๔๖} [๑๑๒๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนขุนเขาสิเนรุราชพึงถึงความสิ้นไปหมดไป เว้นก้อนหินขนาดเมล็ดถั่วเขียว ๗ ก้อน เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ระหว่างขุนเขาสิเนรุราชที่สิ้นไปหมดไป กับก้อนหินขนาดเมล็ดถั่วเขียว ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ อย่างไหนจะมากกว่ากัน”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาสิเนรุราชที่สิ้นไปหมดไปนี้แลมากกว่า ก้อนหินขนาดเมล็ดถั่วเขียว ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับขุนเขาสิเนรุราชที่สิ้นไปหมดไป ก้อนหินขนาดเมล็ดถั่วเขียว ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ ย่อมไม่ถึงแม้การนับ แม้การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์อันใดของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก ผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ตรัสรู้แล้ว ผู้รู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ สิ้นไปหมดไปแล้ว ทุกข์อันนั้นมีมากกว่า ที่ยังเหลือมีประมาณน้อย ย่อมไม่ถึงแม้การนับ แม้การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว เมื่อเทียบกับกองทุกข์อันมีในก่อนที่สิ้นไปหมดไปแล้ว คืออย่างสูงเพียง ๗ ชาติดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

จบ ปปาตวรรคที่ ๕

หน้า ๖๕๐

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. โลกจินตาสูตร ๒. ปปาตสูตร

๓. มหาปริฬาหสูตร ๔. กูฏาคารสูตร

๕. วาลสูตร ๖. อันธการสูตร

๗. ปฐมฉิคคฬยุคสูตร ๘. ทุติยฉิคคฬยุคสูตร

๙. ปฐมสิเนรุปัพพตราชสูตร ๑๐. ทุติยสิเนรุปัพพตราชสูตร

หน้า ๖๕๑

๖. อภิสมยวรรค

๑. นขสิขสูตร

ว่าด้วยทุกข์ของพระอริยะเท่ากับฝุ่นที่ปลายเล็บ

{๑๗๔๗} [๑๑๒๑] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนฝุ่นนิดหน่อยไว้ที่ปลายพระนขา แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ระหว่างฝุ่นนิดหน่อยที่ปลายเล็บที่เราช้อนขึ้นนี้ กับมหาปฐพีนี้ อย่างไหนจะมีมากกว่ากัน”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มหาปฐพีมีมากกว่าฝุ่นนิดหน่อยที่ปลายพระนขาอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนขึ้นนี้มีประมาณน้อยเมื่อเทียบกับมหาปฐพีแล้ว ฝุ่นนิดหน่อยที่ปลายพระนขาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าช้อนขึ้นย่อมไม่ถึงแม้การนับ แม้การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์อันใดของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก ผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ตรัสรู้แล้ว ผู้รู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ สิ้นไปหมดไปแล้ว ทุกข์อันนั้นมีมากกว่า ที่ยังเหลือมีประมาณน้อย ย่อมไม่ถึงแม้การนับ แม้การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว เมื่อเทียบกับกองทุกข์อันมีในก่อนที่สิ้นไปหมดไปแล้ว คืออย่างสูงเพียง ๗ ชาติดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่านี้ ‘ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

จบ สิเนรุสูตร ที่ ๒