พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อินทริยสังยุต · ชราวรรค
ชราสูตร เล่ม ๑๙
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๖๒–๙๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในชราวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ชราวรรคที่ ๕
ชราสูตร
ว่าด้วยความแก่
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อินทริยสังยุต ชราวรรค ชราสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ปจฺฉาตปเก ๑ นิสินฺโน โหติ ปิฏฺฐึ โอตาปยมาโน ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ภควโต คตฺตานิ ปาณินา อโนมชฺชนฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็นแล้วประทับนั่งผินพระปฤษฎางค์ผิงแดดในที่มีแสงแดดส่องมาจากทิศประจิมอยู่ ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว บีบนวดพระกายของพระผู้มีพระภาคด้วยฝ่ามือพลางกราบทูลว่า
อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต น เจวทานิ ภนฺเต ภควโต ตาว ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต สิถิลานิ จ คตฺตานิ สนฺถานิ ๒ วลิชาตานิ ปุรโต ปพฺภาโร จ กาโย ทิสฺสติ จ อินฺทฺริยานํ อญฺญถตฺตํ จกฺขุนฺทฺริยสฺส โสตินฺทฺริยสฺส ฆานินฺทฺริยสฺส ชิวฺหินฺทฺริยสฺส กายินฺทฺริยสฺสาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว เวลานี้พระฉวีวรรณของพระผู้มีพระภาคไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน พระสรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว พระกายก็ค้อมไปข้างหน้า และความแปรปรวนของอินทรีย์ คือ พระจักษุ พระโสตะ พระฆานะ พระชิวหาพระกาย ก็ปรากฏอยู่.
เอวเญฺหตํ อานนฺท โหติ ชราธมฺโม โยพฺพญฺเญ พฺยาธิธมฺโม อาโรเคฺย มรณธมฺโม ชีวิเต ฯ น เจว ตาว ปริสุทฺโธ โหติ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต สิถิลานิ จ โหนฺติ คตฺตานิ สนฺถานิ วลิชาตานิ ปุรโต ปพฺภาโร จ โหติ กาโย ทิสฺสติ จ อินฺทฺริยานํ อญฺญถตฺตํ จกฺขุนฺทฺริยสฺส โสตินฺทฺริยสฺส ฆานินฺทฺริยสฺส ชิวฺหินฺทฺริยสฺส กายินฺทฺริยสฺสาติ ฯ อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวา [๓] สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา
๑ ม. ยุ. ปจฺฉาตเป ฯ ๒ ม. ยุ. สพฺพานิ พลิยชาตานิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๓ ม. จ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ชราธรรมย่อมมีในความเป็นหนุ่มสาว พยาธิธรรมย่อมมีในความไม่มีโรค มรณธรรมย่อมมีในชีวิต ผิวพรรณไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน สรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว กายก็ค้อมไปข้างหน้า และความแปรปรวนแห่งอินทรีย์ คือ จักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ก็ปรากฏอยู่.
ธิ ตํ ชมฺมีชเร อตฺถุ ทุพฺพณฺณกรณีชเร
ตาว มโนรมํ พิมฺพํ ชราย อภิมทฺทิตํ ฯ
โยปิ วสฺสสตํ ชีเว สพฺเพ มจฺจุปรายนา ๑
น กิญฺจิ ปริวชฺเชติ สพฺพเมวาภิมทฺทตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
ถึงท่านจะติความแก่อันเลวทราม ถึงท่านจะติความแก่อันทำให้ผิวพรรณทรามไป รูปอันน่าพึงใจก็คงถูกความแก่ย่ำยีอยู่นั่นเอง แม้ผู้ใดพึงมีชีวิตอยู่ได้ร้อยปี (ผู้นั้นก็ไม่พ้นความตายไปได้) สัตว์ทั้งปวงมีความตายเป็นเบื้องหน้า ความตายย่อมไม่ละเว้นอะไรๆ ย่อมย่ำยีทั้งหมดทีเดียว.
จบ สูตรที่ ๑
จบ ชราสูตร