arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อภิสมัยสังยุตต์ · อาหารวรรค

๙. พาลปัณฑิตสูตร เล่ม ๑๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๗–๕๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอาหารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๙. พาลปณฺฑิตสุตฺต

๙. พาลปัณฑิตสูตร

ว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรค พาลปัณฑิตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๑๖ หน้า ๒๔–๒๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๑๖ หน้า ๓๒–๓๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ... อวิชฺชานีวรณสฺส ภิกฺขเว พาลสฺส ตณฺหาย สํยุตฺตสฺส(๑) เอวมยํ กาโย สมุทาคโต. อิติ อยญฺเจว กาโย พหิทฺธา จ นามรูปํ, อิตฺเถตํ ทฺวยํ, ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโส สเฬวายตนานิ,(๒) เยหิ ผุฏฺโฐ พาโล สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวทยติ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน.

อวิชฺชานีวรณสฺส ภิกฺขเว ปณฺฑิตสฺส ตณฺหาย สํยุตฺตสฺส เอวมยํ กาโย สมุทาคโต, อิติ อยญฺเจว กาโย พหิทฺธา จ นามรูปํ, อิตฺเถตํ ทฺวยํ, ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโส สเฬวายตนานิ, เยหิ ผุฏฺโฐ ปณฺฑิโต สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวทยติ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน.

ตตฺร ภิกฺขเว โก วิเสโส โก อธิปฺปายโส(๓) กินฺนานากรณํ ปณฺฑิตสฺส พาเลนาติ ? ภควํมูลกา โน ภนฺเต ธมฺมา ภควํเนตฺติกา ภควํปฏิสรณา, สาธุ วต ภนฺเต, ภควนฺตํเยว ปฏิภาตุ เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ, ภควโต สุตฺวา ภิกฺขู ธาเรสฺสนฺตีติ.

เตนหิ ภิกฺขเว สุณาถ, สาธุกํ มนสิกโรถ, ภาสิสฺสามีติ. “เอวํ ภนฺเต”ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ: ยาย จ ภิกฺขเว อวิชฺชาย นิวุตสฺส พาลสฺส ยาย จ ตณฺหาย สํยุตฺตสฺส อยํ กาโย สมุทาคโต, สา เจว อวิชฺชา พาลสฺส อปฺปหีนา, สา จ ตณฺหา อปริกฺขีณา. ตํ กิสฺส เหตุ ? น หิ ภิกฺขเว พาโล อจริ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย. ตสฺมา พาโล กายสฺส เภทา กายูปโค โหติ, โส กายูปโค สมาโน น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ, “น ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมา”ติ วทามิ.

ยาย จ ภิกฺขเว อวิชฺชาย นิวุตสฺส ปณฺฑิตสฺส ยาย จ ตณฺหาย สํยุตฺตสฺส อยํ กาโย สมุทาคโต, สา เจว อวิชฺชา ปณฺฑิตสฺส ปหีนา, สา จ ตณฺหา ปริกฺขีณา. ตํ กิสฺส เหตุ ? อจริ ภิกฺขเว ปณฺฑิโต พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย. ตสฺมา ปณฺฑิโต กายสฺส เภทา น กายูปโค โหติ, โส อกายูปโค สมาโน ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ, “ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมา”ติ วทามิ. อยํ โข ภิกฺขเว วิเสโส อยํ อธิปฺปายโส อิทนฺนานากรณํ ปณฺฑิตสฺส พาเลน ยทิทํ พฺรหฺมจริยวาโสติ. นวมํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. สมฺปยุตฺตสฺส
  2. ๒ก. สฬายตนานิ
  3. ๓ฉ. อธิปฺปยาโส, สี.อิ.ก. อธิปฺปาโย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี

“ภิกษุทั้งหลาย กายของคนพาลนี้ ผู้ถูกอวิชชาขวางกั้น ประกอบด้วยตัณหา เกิดขึ้นแล้วอย่างนี้ กายและนามรูปภายนอกนี้ มีอยู่ทั้ง ๒ ส่วนอย่างนี้ เพราะ อาศัยส่วนทั้ง ๒ นั้น ผัสสะจึงมี คนพาลถูกผัสสายตนะ ๖ หรืออายตนะอย่างใด อย่างหนึ่งกระทบเข้า จึงเสวยสุขและทุกข์กายของบัณฑิตนี้ ผู้ถูกอวิชชาขวางกั้น ประกอบด้วยตัณหา เกิดขึ้นแล้ว อย่างนี้ กายและนามรูปภายนอกนี้ มีอยู่ทั้ง ๒ ส่วนอย่างนี้ เพราะอาศัยส่วน ทั้ง ๒ นั้น ผัสสะจึงมี บัณฑิตถูกผัสสายตนะ ๖ หรืออายตนะอย่างใดอย่างหนึ่ง กระทบเข้า จึงเสวยสุขและทุกข์ในชน ๒ จำพวกนั้น มีอะไรเป็นความแปลกกัน เป็นความแตกต่างกัน เป็นเหตุทำให้ต่างกัน ระหว่างบัณฑิตกับคนพาล

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของพวกข้าพระองค์ มีพระผู้มีพระภาคเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ มีพระผู้มีพระภาคเป็นที่พึ่ง ขอประทานวโรกาส เฉพาะ พระผู้มีพระภาคเท่านั้นที่จะทรงอธิบายเนื้อความแห่งพระภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้งได้ ภิกษุทั้งหลายได้ฟังจากพระผู้มีพระภาคแล้ว จักทรงจำไว้”“ถ้าเช่นนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับ สนองพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า

“กายของคนพาลนี้ ผู้ถูกอวิชชาใดหุ้มห่อแล้ว และประกอบด้วยตัณหาใด เกิดขึ้นแล้ว อวิชชานั้นแหละคนพาลยังละไม่ได้ และตัณหานั้นก็ยังไม่สิ้นไป

ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เพราะคนพาลไม่ได้ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ เพราะฉะนั้น เมื่อตายไป คนพาลจึงเข้าถึงกาย เมื่อยังมีการเข้าถึงกาย เขาจึงไม่พ้นไปจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เราจึงกล่าวว่า ‘เขาไม่พ้น จากทุกข์”กายของบัณฑิตนี้ ผู้ถูกอวิชชาใดหุ้มห่อแล้ว และประกอบด้วยตัณหาใด เกิดขึ้นแล้ว อวิชชานั้นแหละบัณฑิตละได้แล้ว และตัณหานั้นก็หมดสิ้นไปแล้ว

ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เพราะบัณฑิตได้ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ เพราะฉะนั้น เมื่อตายไป บัณฑิตจึงไม่เข้าถึงกาย เมื่อไม่เข้าถึงกาย เขาจึงพ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เราจึงกล่าวว่า ‘เขาพ้นจากทุกข์’ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นความแปลกกัน นี้เป็นความแตกต่างกัน นี้เป็นเหตุทำให้ ต่างกัน ระหว่างบัณฑิตกับคนพาล กล่าวคือการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์”

พาลปัณฑิตสูตรที่ ๙ จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑นามรูปภายนอก ในที่นี้หมายถึงกายของชนเหล่าอื่น (สํ.นิ.อ. ๒/๑๙/๔๔)
  2. ๒เข้าถึงกาย ในที่นี้หมายถึงการถือปฏิสนธิในกายอื่น (สํ.นิ.อ. ๒/๑๙/๔๕)
  3. ๓บัณฑิต ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพ (สํ.นิ.อ. ๒/๑๙/๔๖)

จบ ๙. พาลปัณฑิตสูตร