arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อภิสมัยสังยุตต์ · อาหารวรรค

๘. ติมพรุกขสูตร เล่ม ๑๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓–๕๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในอาหารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘. ติมฺพรุกสุตฺต

๘. ติมพรุกขสูตร

ว่าด้วยปริพาชกชื่อติมพรุกขะ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรค ติมพรุกขสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๑๖ หน้า ๒๒–๒๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๑๖ หน้า ๓๐–๓๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ... อถ โข ติมฺพรุกฺโข(๑) ปริพฺพาชโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ติมฺพรุกฺโข ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ:

“กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ? “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ ภควา อโวจ. กึ ปน โภ โคตม ปรํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ? “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ ภควา อโวจ. กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตญฺจ ปรํกตญฺจ สุขทุกฺขนฺติ ? “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ ภควา อโวจ. กึ ปน โภ โคตม อสยํการํ อปรํการํ อธิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ ? “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ ภควา อโวจ. กึ นุ โข โภ โคตม นตฺถิ สุขทุกฺขนฺติ ? “น โข ติมฺพรุกฺข นตฺถิ สุขทุกฺขํ, อตฺถิ โข ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺ”ติ. เตนหิ ภวํ โคตโม สุขทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ ? น ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ น ชานามิ น ปสฺสามิ, ชานามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ, ปสฺสามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺติ.

“กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตํ สุขทุกฺขนฺ”ติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ วเทสิ. “กึ ปน โภ โคตม ปรํกตํ สุขทุกฺขนฺ”ติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ วเทสิ. “กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตญฺจ ปรํกตญฺจ สุขทุกฺขนฺ”ติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน “มา เหวํ ติมฺพรุกฺขา”ติ วเทสิ. “กึ ปน โภ โคตม อสยํการํ อปรํการํ อธิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺ”ติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน “มา เหวํ ติมฺพรุกา”ติ วเทสิ. “กึ นุ โข โภ โคตม นตฺถิ สุขทุกฺขนฺ”ติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน “น โข ติมฺพรุกฺข นตฺถิ สุขทุกฺขํ, อตฺถิ โข ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺ”ติ วเทสิ. “เตนหิ ภวํ โคตโม สุขทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตี”ติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน “น ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ น ชานามิ น ปสฺสามิ, ชานามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ, ปสฺสามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺ”ติ วเทสิ. อาจิกฺขตุ จ เม ภวํ โคตโม สุขทุกฺขํ, เทเสตุ จ เม ภวํ โคตโม สุขทุกฺขนฺติ.

“สา เวทนา โส เวทยตี”ติ โข ติมฺพรุกฺข อาทิโต สโต “สยํกตํ สุขทุกฺขนฺ”ติ เอวญฺจาหํ น วทามิ, “อญฺญา เวทนา อญฺโญ เวทยตี”ติ โข ติมฺพรุกฺข เวทนาภิตุนฺนสฺส สโต “ปรํกตํ สุขทุกฺขนฺ”ติ เอวญฺจาหํ น วทามิ. เอเต เต ติมฺพรุกฺข อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ: อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ. อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ, สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ. เอวํ วุตฺเต ติมฺพรุกฺโข ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ “อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม, อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ เอสาหํ ภนฺเต ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสํฆญฺจ, อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺ”ติ. อฏฺฐมํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. ติมฺพรุโก
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ปริพาชกชื่อติมพรุกขะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนา ปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า“ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่ตนกระทำเองหรือ”

“อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ”

“ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่คนอื่นกระทำให้หรือ”

“อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ”

“ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่ตนกระทำเองด้วย และเป็นสิ่งที่คนอื่น กระทำให้ด้วยหรือ”

“อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ”

“ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เกิดขึ้นเพราะอาศัยเหตุที่ตนกระทำเองก็มิใช่ และ คนอื่นกระทำให้ก็มิใช่หรือ”

“อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ”

“ท่านพระโคดม สุขและทุกข์ไม่มีหรือ”

“ติมพรุกขะ สุขและทุกข์ไม่มีก็มิใช่ สุขและทุกข์มีอยู่”

“ถ้าอย่างนั้น ท่านพระโคดม ย่อมไม่รู้เห็นสุขและทุกข์หรือ”

“ติมพรุกขะ เราไม่รู้เห็นสุขและทุกข์ก็มิใช่ เรานี่แหละที่รู้เห็นสุขและทุกข์โดยแท้”

“เมื่อข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่ตนกระทำเองหรือ’

ท่านตรัสว่า ‘อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ’

เมื่อข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่คนอื่นกระทำให้หรือ’

ท่านตรัสว่า ‘อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ’

เมื่อข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่ตนกระทำเองด้วย และเป็นสิ่งที่คนอื่นกระทำให้ด้วยหรือ’

ท่านตรัสว่า ‘อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ’

เมื่อข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘ท่านพระโคดม สุขและทุกข์เกิดขึ้นเพราะอาศัยเหตุที่ ตนกระทำเองก็มิใช่ และคนอื่นกระทำให้ก็มิใช่หรือ’

ท่านตรัสว่า ‘อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ’

เมื่อข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘ท่านพระโคดม สุขและทุกข์ไม่มีหรือ’

ท่านตรัสว่า ‘ติมพรุกขะ สุขและทุกข์ไม่มีก็มิใช่ สุขและทุกข์มีอยู่’

เมื่อข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านพระโคดม ย่อมไม่รู้เห็นสุขและทุกข์หรือ’

ท่านตรัสว่า ‘ติมพรุกขะ เราไม่รู้เห็นสุขและทุกข์ก็มิใช่ เรานี่แหละที่รู้เห็นสุข และทุกข์โดยแท้’

ขอท่านพระโคดมโปรดตรัสบอกสุขและทุกข์แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด ขอท่านพระโคดม โปรดแสดงสุขและทุกข์แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”

“เมื่อเบื้องต้นมีวาทะว่า ‘นั้นเวทนา ผู้นั้นเสวยเวทนา’ แต่เราไม่กล่าว อย่างนี้ว่า ‘สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่ตนกระทำเอง’ เมื่อบุคคลถูกเวทนาเสียดแทงว่า ‘เวทนาเป็นอย่างหนึ่ง บุคคลผู้เสวยเวทนาก็อย่างหนึ่ง’ ทั้งเราไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ‘สุขและทุกข์เป็นสิ่งที่คนอื่นกระทำให้’ ตถาคตไม่เข้าไปใกล้ที่สุด ๒ อย่างนี้ ย่อม แสดงธรรมโดยสายกลางว่า ‘เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายจึงมี เพราะ สังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วย ประการฉะนี้อนึ่ง เพราะอวิชชาดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ ฯลฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ติมพรุกขปริพาชกได้กราบทูลว่า ‘ท่าน พระโคดม พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ท่านพระโคดม พระภาษิต ของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงท่าน พระโคดมพร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่านพระโคดมโปรดทรงจำ ข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต’

ติมพรุกขสูตรที่ ๘ จบ

จบ ๘. ติมพรุกขสูตร