พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อนมตัคคสังยุตต์ · ปฐมวรรค
๑๐. ปุคคลสูตร เล่ม ๑๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๐–๔๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ปุคคลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๖ หน้า ๒๕๑–๒๕๓
๑๐.ปุคลสูตร
ว่าด้วยรู้ที่สุดสังสารวัฏไม่ได้เหมือนโครงกระดูกบุคคล
{๔๔๐}[๑๓๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า
{๔๔๑}“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังสารวัฏนี้ไม่มีใครรู้ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายได้... เมื่อบุคคลคนหนึ่งเวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดกัปหนึ่ง ก็จะพึงมีโครงกระดูกร่างกระดูก กองกระดูกขนาดใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละนี้ หากขนกระดูกนั้นมา
รวมกันและกระดูกที่ได้สะสมไว้แล้วจะไม่ย่อยยับไปเสียก่อน ข้อนั้นเพราะ
เหตุอะไร เพราะว่าสังสารวัฏนี้ไม่มีใครรู้ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายได้ ... เพียงพอที่จะหลุดพ้นในสังขารทั้งปวงกัน
{๔๔๒}พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว
จึงได้ตรัสพระคาถาประพันธ์อื่นต่อไปว่า
เราผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ได้กล่าวไว้ดังนี้ว่า ‘กระดูก
ของบุคคลคนหนึ่งที่สะสมไว้กัปหนึ่ง พึงเป็นกองเท่าภูเขา,
ก็ภูเขาที่เรากล่าวนี้นั้นก็คือภูเขาใหญ่ชื่อเวปุลละ อยู่
ทางทิศเหนือของภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์ของ
ชาวมคธ
เมื่อใดบุคคลเห็นอริยสัจคือทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์
ความล่วงพ้นทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ อันยังสัตว์ให้
ถึงความสงบทุกข์ได้ด้วยปัญญาอันชอบ
เมื่อนั้นบุคคลตาย เกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างมาก ก็จะ
เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ เพราะสังโยชน์ทั้งปวงสิ้นไป (๑๐)
จบ ปฐมวรรคที่ ๑
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ติณกัฏฐสูตร ๒. ปฐวีสูตร
๓. อัสสุสูตร ๔. ขีรสูตร
๕. ปัพพตสูตร ๖. สาสปสูตร
๗. สาวกสูตร ๘. คงคาสูตร
๙. ทัณฺฑสูตร ๑๐. ปุคคลสูตร
๒. ทุติยวรรค
๑. ทุคคตสูตร
ว่าด้วยการมองคนจน
{๔๔๓}[๑๓๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน
อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มี
พระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังสารวัฏนี้ไม่มีใครรู้ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายได้
เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ เวียนว่าย
ตายเกิดอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ... เธอทั้งหลายเห็นบุคคลใด
เป็นคนยากจน ประกอบด้วยความพิการ พึงลงสันนิษฐานในบุคคลนี้ว่า ‘เราทั้งหลายก็เคยเสวยทุกข์เห็นปานนี้มาแล้วโดยกาลนานอย่างนี้,ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะว่าสังสารวัฏนี้ไม่มีใครรู้ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายได้ ... เพียงพอที่จะ
หลุดพ้นในสังขารทั้งปวงกัน” (๑)
๒. สุขิตสูตร
ว่าด้วยการมองคนมั่งมี
{๔๔๔}[๑๓๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระนครสาวัตถี ...
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สังสารวัฏนี้ไม่มีใครรู้ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ... เธอทั้งหลายเห็นบุคคลใดเพียบพร้อมด้วยความสุข ได้รับประคบประหงมอย่างดี พึงลงสันนิษฐานในบุคคลนี้ว่า ‘เราทั้งหลายก็เคย
จบ ๑๐. ปุคคลสูตร