พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อนมตัคคสังยุตต์ · ปฐมวรรค
๑๐. ปุคคลสูตร เล่ม ๑๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๐–๔๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ปุคคลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๖ หน้า ๕๒๑–๕๒๔
๑๐. ปุคคลสูตร
ว่าด้วยสงสารกำหนดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้
เหมือนโครงกระดูกบุคคล
[๔๔๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ กรุงราชคฤห์. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ.
[๔๔๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายสงสารกำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯ ล ฯ เมื่อบุคคลหนึ่งท่องเที่ยวไปมาอยู่ตลอดกัปหนึ่ง พึงมีโครงกระดูก ร่างกระดูก กองกระดูกใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละนี้ ถ้ากองกระดูกนั้นพึงเป็นของที่จะขนมารวมกันได้และกระดูกที่ได้สั่งสมไว้แล้ว ก็ไม่พึงหมดไป ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะว่า สงสารกำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯ ล ฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้.
[๔๔๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยา-กรณภาษิตนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
เราผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ได้กล่าวไว้ดังนี้ว่า
กระดูกของบุคคลคนหนึ่งที่สะสมไว้กัปหนึ่ง พึงเป็น
กองเท่าภูเขา ก็ภูเขาที่เรากล่าวนั้น คือ ภูเขาใหญ่
ชื่อเวปุลละ อยู่ทิศเหนือของภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้
เมืองราชคฤห์ อันมีภูเขาล้อมรอบ เมื่อใดบุคคลเห็น
อริยสัจ คือทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความล่วงพ้น
ทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ อันยังสัตว์ให้ถึง
ความสงบทุกข์ ด้วยปัญญาอันชอบ เมื่อนั้น เขา
ท่องเที่ยว ๗ ครั้งเป็นอย่างมาก ก็เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์
ได้ เพราะสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ดังนี้แล.
จบปุคคลสูตรที่ ๑๐
จบปฐมวรรที่ ๑
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ติณกัฏฐสูตร ๒. ปฐวีสูตร ๓. อัสสุสูตร ๔. ขีรสูตร๕. ปัพพตสูตร ๖. สาสปสูตร ๗. สาวกสูตร ๘. คงคาสูตร
๙. ทัณฑสูตร ๑๐. ปุคคลสูตร
อรรถกถาปุคคลสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในปุคคลสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้.
แม้ ๓ บทมีบทเป็นต้นว่า อฏฺฐิกงฺกโล ก็เป็นไวพจน์ของกองกระดูกนั่นเอง. ก็สัตว์เหล่านี้ เวลาไม่มีกระดูกมากกว่าเวลามีกระดูก.
ด้วยว่า กระดูกของสัตว์มีไส้เดือนเป็นต้นเหล่านั้นไม่มี. ส่วนสัตว์มีปลาและเต่าเป็นต้น มีกระดูกมากกว่าแล. เพราะฉะนั้น พึงถือเอาเฉพาะ
เวลามีกระดูก มิได้หมายถึงเวลาไม่มีกระดูกและเวลามีกระดูกมากหลาย.
บทว่า อุตฺตโร คิชฺฌกูฏสฺส ได้แก่ภูเขาตั้งอยู่ทิศเหนือของภูเขาคิชฌกูฏ.
บทว่า มคธานํ คิริพฺพเช คือ ใกล้ภูเขาแคว้นมคธ อธิบายว่า ตั้งอยู่ในวงล้อมของภูเขา. คำที่เหลือในบททั้งปวงง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปุคคลสูตรที่ ๑๐
จบปฐมวรรคที่ ๑
ทุติยวรรคที่ ๒
๑. ทุคตสูตร
ว่าด้วยสงสารกำหนดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้
เหมือนทุคตบุรุษ
[๔๔๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มี-พระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ เธอทั้งหลายเห็นทุคตบุรุษผู้มีมือและเท้าไม่สมประกอบ พึงลงสันนิษฐานในบุคคลนี้ว่า เราทั้งหลายก็เคยเสวยทุกข์เห็นปานนี้มาแล้ว โดยกาลนานนี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯ ล ฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้.
จบทุคตสูตรที่ ๑
ทุติยวรรคที่ ๒
อรรถกถาทุคตสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในทุคตสูตรที่ ๑ แห่งทุติยวรรค ดังต่อไปนี้.
บทว่า ทุคฺคตํ ได้แก่คนขัดสน คือ คนกำพร้า. บทว่า ทุรูเปตํความว่า ทุคตบุรุษมีมือและเท้าไม่สมประกอบ.
จบอรรถกถาทุคตสูตรที่ ๑
จบ ๑๐. ปุคคลสูตร