พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อนมตัคคสังยุตต์ · ทุติยวรรค
๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร เล่ม ๑๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๕๖–๔๖๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในทุติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๐ เวปุลลปัพพตสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรค เวปุลลปัพพตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังนี้ ฯ
ภควา เอตทโวจ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส ปาจีนวํโสเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ ติวราเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ ติวรานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ จตฺตาฬีสวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ ติวรา ภิกฺขเว มนุสฺสา ปาจีนวํสํ ปพฺพตํ จตูเหน อาโรหนฺติ จตูเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน กกุสนฺโธ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ กกุสนฺธสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วิธูรสญฺชีวนฺนาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อนสฺสาสิกา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เวปุลลบรรพตนี้ได้ชื่อว่า ปาจีนวังสะสมัยนั้นแล หมู่มนุษย์ได้ชื่อว่า ติวรา หมู่มนุษย์ชื่อติวรา มีอายุประมาณสี่หมื่นปีหมู่มนุษย์ชื่อติวราขึ้นปาจีนวังสบรรพตเป็นเวลา ๔ วัน ลงก็เป็นเวลา ๔ วัน สมัยพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กกุสันธ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากกุสันธ มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าวิธูระ และสัญชีวะ ดูกรภิกษุทั้งหลายพวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแล อันตรธานไปแล้ว มนุษย์เหล่านั้นกระทำกาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัดพอเพื่อจะหลุดพ้น
ดังนี้ ฯ
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส วงฺกโตเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ โรหิตสฺสาเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ โรหิตสฺสานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ ตึสวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ โรหิตสฺสา ภิกฺขเว มนุสฺสา วงฺกตํ ปพฺพตํ ตีเหน อาโรหนฺติ ตีเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน โกนาคมโน ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ โกนาคมนสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ภิยฺโยสุตฺตรํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ภูเขาเวปุลละนี้มีชื่อว่าวงกฏ สมัยนั้นแลหมู่มนุษย์มีชื่อว่า โรหิตัสสะ มีอายุประมาณสามหมื่นปีมนุษย์ชื่อว่าโรหิตัสสะขึ้นวงกฏบรรพตเป็นเวลา ๓ วัน ลงก็เป็นเวลา ๓ วันสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโกนาคมนะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโกนาคมนะ มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าภิยโยสและอุตตระ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแลอันตรธานไปแล้ว มนุษย์เหล่านั้นทำกาละไปแล้วและพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส สุปสฺโสเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ สุปฺปิยาเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ สุปฺปิยานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ วีสติวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ สุปฺปิยา ภิกฺขเว มนุสฺสา สุปสฺสํ ปพฺพตํ ทฺวีเหน อาโรหนฺติ ทฺวีเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน กสฺสโป ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ กสฺสปสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ติสฺส ภารทฺวาชํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เวปุลลบรรพตนี้มีชื่อว่าสุปัสสะ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีชื่อว่าสุปปิยา หมู่มนุษย์ชื่อสุปปิยามีอายุประมาณสองหมื่นปี หมู่มนุษย์ที่ชื่อว่าสุปปิยาขึ้นสุปัสสบรรพต เป็นเวลา ๒ วัน ลงก็เป็นเวลา ๒ วัน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่ากัสสป เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่ากัสสป ได้มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าติสสและภารทวาชะดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแลอันตรธานไปแล้วมนุษย์เหล่านั้นกระทำกาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
เอตรหิ โข ปน ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส เวปุลฺโลเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เอตรหิ โข ปน ภิกฺขเว อิเมสํ มนุสฺสานํ มาคธกาตฺเวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ มาคธกานํ๊ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ อปฺปกํ อายุปฺปมาณํ ปริตฺตกํ ลหุกํ โย จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย วา ฯ มาคธกา ภิกฺขเว มนุสฺสา เวปุลฺลํ ปพฺพตํ มุหุตฺเตเนว อาโรหนฺติ มุหุตฺเตน โอโรหนฺติ ฯ เอตรหิ โข ปนายํ ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน ฯ มยฺหํ โข ปน ภิกฺขเว สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานํ นาม สาวกยุคํ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ภวิสฺสติ ภิกฺขเว โส สมโย ยา อยญฺเจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรธายิสฺสติ อิเม จ มนุสฺสา กาลํ กริสฺสนฺติ อหญฺจ ปรินิพฺพายิสฺสามิ ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อนสฺสาสิกา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บัดนี้แล ภูเขาเวปุลละนี้มีชื่อเวปุลละทีเดียว ก็บัดนี้
หมู่มนุษย์เหล่านี้มีชื่อว่ามาคธ หมู่มนุษย์ที่ชื่อมาคธมีอายุน้อย นิดหน่อย ผู้ใดมีชีวิตอยู่นานผู้นั้นมีอายุเพียงร้อยปี น้อยกว่าก็มี เกินกว่าก็มี หมู่มนุษย์ชื่อมาคธขึ้นเวปุลลบรรพตเพียงครู่เดียว ลงก็เพียงครู่เดียว และบัดนี้ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นี้ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ก็เราแลมีสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อสารีบุตรและโมคคัลลานะดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อแห่งบรรพตนี้จักอันตรธาน หมู่มนุษย์เหล่านี้จักทำกาละ และเราก็จักปรินิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา
ปาจีนวํโส ติวรานํ โรหิตสฺสาน วงฺกโต
สุปฺปิยานํ สุปสฺโสปิ ๑ มาคธานญฺจ เวปุโล
อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโขติ ฯ ทสมํ ฯ
ทุติยวคฺโค ทุติโย ฯ
ตสฺส อุทฺทานํ
ทุคฺคตํ สุขิตญฺเจว ตึสมาตา ปิเตน จ
ภาตา ภคินี ปุตฺโต จ ธีตา เวปุลฺลปพฺพตํ ฯ
อนมตคฺคสํยุตฺตํ ตติยํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. สุปสฺโสติ ฯ ยุ. สุปสฺสาติ ฯ
พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
ปาจีนวังสบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อติวระ วงกฏบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อโรหิตัสสะ สุปัสสบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อสุปปิยาและเวปุลลบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อมาคธะ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นแลเสื่อมไปเป็นธรรมดา ครั้นเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับไปเป็นสุข ดังนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ทุคคตสูตร ๒. สุขิตสูตร ๓. ติงสมัตตาสูตร
๔. มาตุสูตร ๕. ปิตุสูตร ๖. ภาตุสูตร
๗. ภคินีสูตร ๘. ปุตตสูตร ๙. ธีตุสูตร
๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร
จบอนมตัคคสังยุตต์ที่ ๓
จบ ๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร