พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ธาตุสังยุตต์ · ทุติยวรรค
๒. สนิทานสูตร เล่ม ๑๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๕๕–๓๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๒ ในทุติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒. สนิทานสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรค สนิทานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... สนิทานํ ภิกฺขเว อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ วิหิสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น พยาบาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น
มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น ฯ
กถญฺจ ภิกฺขเว สนิทานํ อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ วิหึสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ กามธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามสญฺญา กามสญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามสงฺกปฺโป กามสงฺกปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามจฺฉนฺโท กามจฺฉนฺทํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามปริฬาโห กามปริฬาหํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามปริเยสนา ฯ กามปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ตีหิ ฐาเนหิ มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ พฺยาปาทธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทสญฺญา พฺยาปาทสงฺกปฺโป ... พฺยาปาทจฺฉนฺโท ... พฺยาปาทปริฬาโห ... พฺยาปาทปริเยสนา ฯ พฺยาปาทปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ตีหิ ฐาเนหิ มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ วิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ วิหึสาสญฺญา วิหึสาสงฺกปฺโป ... วิหึสาฉนฺโท ... วิหึสาปริฬาโห ... วิหึสาปริเยสนา ฯ วิหึสาปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ตีหิ ฐาเนหิ มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ
ก็กามวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น พยาบาทวิตกย่อมมี
เหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น วิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหมายรู้ในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ ความดำริในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในกามความพอใจในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในกาม ความเร่าร้อนเพราะกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในกาม การแสวงหากามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะกาม ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหากาม ย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะพยาปาทธาตุ ความดำริในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในพยาบาท ความพอใจในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในพยาบาท ความเร่าร้อนเพราะพยาบาทบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความพอใจในพยาบาท การแสวงหาพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะพยาบาท ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาพยาบาทย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยวิหิงสาธาตุ ความดำริในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในวิหิงสา ความพอใจในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในวิหิงสา ความเร่าร้อนเพราะวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในวิหิงสา การแสวงหาวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะวิหิงสา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาวิหิงสา ย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือกายวาจา ใจ ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ สุกฺเข ติณทาเย นิกฺขิเปยฺย โน เจ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ ขิปฺปเมว นิพฺพาเปยฺย เอวญฺหิ ภิกฺขเว เย ติณกฏฺฐนิสฺสิตา ปาณา เต อนยพฺยสนํ อาปชฺเชยฺยุํ เอวเมว โข ภิกฺขเว โย หิ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อุปฺปนฺนํ วิสมคตํ อกุสลสญฺญํ ๑ น ขิปฺปเมว ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ โส ทิฏฺเฐว ๒ ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ สวิฆาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ กายสฺส [๓]- เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ๔ ปาฏิกงฺขา ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง ถ้าหากเขาไม่รีบดับด้วยมือและเท้าไซร้ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ สัตว์มีชีวิตทั้งหลายบรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ พึงถึงความพินาศฉิบหาย แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลายสมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ไม่รีบละ ไม่รีบบรรเทาไม่รีบทำให้สิ้นสุด ไม่รีบทำให้ไม่มีซึ่งอกุศลสัญญาที่ก่อกวนอันบังเกิดขึ้นแล้วสมณะหรือพราหมณ์นั้น ย่อมอยู่เป็นทุกข์ มีความอึดอัด คับแค้น เร่าร้อนในปัจจุบัน เบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก พึงหวังทุคติได้ ฯ
สนิทานํ ภิกฺขเว อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อพฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ
๑ ม. ยุ. สญฺญํ ฯ ๒ ม. ยุ. ทิฏฺเฐ เจว ฯ ๓ ม. ยุ. จ ฯ ๔ ยุ. ทุคฺคตึ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เนกขัมมวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นอัพยาปาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น ฯ
กถญฺจ ภิกฺขเว สนิทานํ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อพฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ เนกฺขมฺมธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมสญฺญา เนกฺขมฺมสญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป เนกฺขมฺมสงฺกปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมจฺฉนฺโท เนกฺขมฺมจฺฉนฺทํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺม- ปริฬาโห เนกฺขมฺมปริฬาหํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมปริเยสนา ฯ เนกฺขมฺมปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน สุตวา อริยสาวโก ตีหิ ฐาเนหิ สมฺมา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ อพฺยา- ปาทธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อพฺยาปาทสญฺญา ฯเปฯ อพฺยาปาท- สงฺกปฺโป ... อพฺยาปาทจฺฉนฺโท ... อพฺยาปาทปริฬาโห ... อพฺยา- ปาทปริเยสนา ฯ
อพฺยาปาทปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน สุตวา อริยสาวโก ตีหิ ฐาเนหิ สมฺมา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ อวิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาสญฺญา อวิหึสาสญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาสงฺกปฺโป อวิหึสาสงฺกปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาฉนฺโท อวิหึสาฉนฺทํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาปริฬาโห อวิหึสาปริฬาหํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสา- ปริเยสนา ฯ อวิหึสาปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน สุตวา อริยสาวโก ตีหิ ฐาเนหิ สมฺมา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เนกขัมมวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นอัพยาปาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นอวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อย่างไร ภิกษุทั้งหลายความหมายรู้ในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมธาตุ ความดำริในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในเนกขัมมะ ความพอใจในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในเนกขัมมะ ความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในเนกขัมมะ การแสวงหาในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะ อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาเนกขัมมะ ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ
๓ คือกาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอัพยาปาทธาตุ ความดำริในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในอัพยาบาท ความพอใจในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอัพยาบาท ความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอัพยาบาทการแสวงหาในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาท อริยสาวกผู้ได้สดับเมื่อแสวงหาอัพยาบาท ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาธาตุ ความดำริในอวิหิงสาเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในอวิหิงสา ความพอใจในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอวิหิงสา ความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอวิหิงสา การแสวงหาในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอวิหิงสา ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ สุกฺเข ติณทาเย นิกฺขิเปยฺย ตเมนํ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ ขิปฺปเมว นิพฺพาเปยฺย เอวญฺหิ ภิกฺขเว เย ติณกฏฺฐนิสฺสิตา ปาณา เต น อนยพฺยสนํ อาปชฺเชยฺยุํ เอวเมว โข ภิกฺขเว โย หิ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อุปฺปนฺนํ วิสมคตํ อกุสลสญฺญํ ขิปฺปเมว ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ โส ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปฏิกงฺขาติ ฯ ทุติยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษพึงวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง เขาจึงรีบดับคบนั้นเสียด้วยมือและเท้า ก็เมื่อเป็นเช่นนี้สัตว์ มีชีวิตทั้งหลายบรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ไม่พึงถึงความพินาศฉิบหาย แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่งก็ฉันนั้นเหมือนกัน รีบละ รีบบรรเทา รีบทำให้หมด รีบทำให้ไม่มีซึ่งอกุศลสัญญาที่ก่อกวนอันบังเกิดขึ้นแล้วเขาย่อมอยู่เป็นสุข ไม่มีความอึดอัด ความคับแค้น ความเร่าร้อน ในปัจจุบันเบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก พึงหวังสุคติได้ ฯ
จบสูตรที่ ๒
จบ ๒. สนิทานสูตร