arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · โอกกันตสังยุต

๑. จักขุสูตร เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในโอกกันตสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค โอกกันตสังยุต จักขุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๓๒๖–๓๒๗

หน้า ๓๒๖

๔. โอกกันตสังยุต

๑. จักขุสูตร

ว่าด้วยสัทธานุสารีและธัมมานุสารีบุคคล

{๔๖๙} [๓๐๒] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักขุไม่เที่ยง มี

ความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา โสตะไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา ฆานะไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา ชิวหาไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา กายไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา มโนไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อมั่นไม่หวั่นไหวซึ่งธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เราเรียกผู้นี้ว่าเป็นสัทธานุสารี ผู้ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน เป็นผู้ไม่ควรเพื่อทำกรรมที่ทำแล้วจะเขาถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือปิตติวิสัย ไม่ควรเพื่อทำกาละตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ย่อมควรต่อการเพ่งพินิจด้วยปัญญา

โดยประมาณอย่างนี้แก่ผู้ใด เราเรียกผู้นี้ว่าเป็นธัมมานุสารี ผู้ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน เป็นผู้ไม่อาจที่จะทำกรรมที่ทำ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สัทธานุสารี ผู้แล่นไปตามศรัทธา หรือ ผู้แล่นตามไปด้วยศรัทธา หมายถึงท่านผู้ปฏิบัติเพี่อบรรลุ โสดาปัตติผลที่มีศรัทธาแก่กล้า เจริญอริยมรรคโดยมีศรัทธาเป็นแนวนำ เมื่อสำเร็จแล้วจัดเข้าในสัทธาวิมุตตบุคคล (นัย ที.ปา.อ. ๗๗-๗๘, ม.มู.อ. ๒/๒๖-๒๗, องุ.ทุก.อ. ๒/๕๕, องุ.สตุตก.อ. ๗/๑๖๒)
  2. ๒ผู้ก้าวลงสู่สัมมัฅตนิยาม หมายถึงผู้เข้าถึงอริยมรรค (สํ.ข.อ. ๓๗๘)
  3. ๓ธัมมานุสารี ผู้แล่นไปตามธรรมคือปัญญา หรือ ผู้แล่นตามไปด้วยธรรม คือท่านผู้ปฏิบัติเพี่อบรรลุโสดาปัตติผลที่มีปัญญาแก่กล้า เจริญอริยมรรคโดยมีปัญญาเป็นแนวนำ เมื่อสำเร็จแล้วจัดเข้าในทิฏฐิปัตตบุคคล (นัย ที.ปา.อ. ๗๗-๗๘. ม.มู.อ. ๒/๒๖-๒๗. อง.ทุก.อ. ๒/๕๕, อง.สตตก.อ. ๓/๑๖๒)
หน้า ๓๒๗

แล้วจะเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติวิสัย ไม่สามารถที่จะทำกาละตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดรู้เห็นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เราเรียกผู้นี้ว่าเป็นโสดาบัน ผู้มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า”

๒. รูปสูตร

ว่าด้วยสัทธานุสารีและธัมมานุสารีบุคคล

{๔๗๐} [๓๐๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง มีความ

แปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา เสียงไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา กลิ่นไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดารสไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา โผฏฐัพพะ(สิ่งที่ถูก ต้องกาย)ไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา ธรรมารมณ์(สิ่ง ที่ยึดหน่วงใจ)ไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อมั่นไม่หวั่นไหวซึ่งธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เราเรียกผู้นี้ว่าเป็นสัทธานุสารี ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน ไม่ควรเพื่อทำกรรมที่ทำแล้วจะเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติวิสัย ไม่ควรเพื่อทำกาละตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ย่อมควรต่อการเพ่งพินิจด้วยปัญญา

โดยประมาณอย่างนี้แก่ผู้ใด เราเรียกผู้นี้ว่าเป็นธัมมานุสารี ผู้ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน ไม่ควรเพื่อทำกรรมที่ทำ

แล้วจะเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติวิสัย ไม่ควรเพื่อทำกาละตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล

จบ ๑. จักขุสูตร