พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · กิเลสสังยุต
๒. รูปสูตร เล่ม ๑๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๐๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๙ ในกิเลสสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค กิเลสสังยุต รูปสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๓๔๐–๓๔๑
๖. กิเลสสังยุต
๑. จักขุสูตร
ว่าด้วยฉันทราคะในจักษุเป็นต้นเป็นอุปกิเลสแห่งจิต
{๔๙๙} [๓๒๒] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจักษุ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในโสตะ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในฆานะ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในชิวหา นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในกาย นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในมโน นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแลภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้
เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมเป็นจิตน้อมไปในเนกขัมมะ จิตที่มีเนกขัมมะอบรมแล้วย่อมปรากฏควรแก่การงานในธรรมที่พึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา
- ๑เป็นอุปกิเลสแห่งจิต หมายถึงเป็นสภาพเข้าไปทำจิตทั้ง ๔ ภูมิให้เศร้าหมอง กล่าวเฉพาะโลกุตตรจิต คือเป็นสภาพคอยห้ามกันมิให้โลกุตตรธรรมเกิดขึ้นในจิตของบุคคล (สํ.ข.อ. ๓๗๘)
- ๒เนกขัมมะ ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ (สํ.ข.อ. ๓๗๙)
- ๓ธรรมที่พึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา หมายถึงธรรมคืออภิญญา ๖ ที่พึงทำให้แจ้งโดยพิจารณารู้ยิ่งด้วย ปัจจเวกขณญาณ(สํ.ข.อ.๓๗๙) อนึ่ง อภิญญา ความรู้ยิ่ง ความรู้เจาะตรงยวดยิ่ง ความรู้ขั้นสูงทั้ง ๖ คือ (๑) อิทธิวิธิ ความรู้ยิ่งที่ทำให้แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ (๒) ทิพพโสต ความรู้ยิ่งที่ทำให้มีหูทิพย์ (๓) เจโตปริยญาณ ความรู้ยิ่งที่ทำให้กำหนดใจผู้อื่นได้ (๔) ปุพเพนิวาสานุสสติ ความรู้ยิ่งที่ทำให้ระลึกชาติได้ (๕) ทิพพจักขุ ความรู้ยิ่งที่ทำให้มีตาทิพย์ (๖) อาสวักขยญาณ ความรู้ยิ่งที่ทำให้สินอาสวะ {ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๕๖/๔๐๖}
๒. รูปสูตร
ว่าด้วยฉันทราคะในรูปเป็นต้นเป็นอุปกิเลสแห่งจิต
{๕๐๐} [๓๒๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในรูป นี้เป็น
อุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในเสียง... ในกลิ่น... ในรส… ในโผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแลภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้
เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมเป็นจิตน้อมไปในเนกขัมมะ จิตที่มีเนกขัมมะอบรมแล้วย่อมปรากฏควรแก่การงานในธรรมที่พึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา”
๓. วิญญาณสูตร
ว่าด้วยฉันทราคะในจักขุวิญญาณเป็นต้นเป็นอุปกิเลสแห่งจิต
{๕๐๑} [๓๒๔] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจักขุ
วิญญาณ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน
โสตวิญญาณ... ในฆานวิญญาณ... ในชิวหาวิญญาณ... ในกายวิญญาณ ... ในมโนวิญญาณ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแลภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้
เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมเป็นจิตน้อมไปในเนกขัมมะ จิตที่มีเนกขัมมะอบรมแล้วย่อมปรากฏควรแก่การงานในธรรมที่พึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา”
จบ ๒. รูปสูตร